บทที่ 1 วิวาห์ที่ไร้ความรัก 3
บทที่ 1 วิวาห์ที่ไร้ความรัก 3
เกือบถึงยามอิ๋น เสียงฝีเท้าหนักจึงดังขึ้นบนระเบียงไม้
บานประตูถูกผลักเปิด กลิ่นสุราเย็นจัดลอยล่วงหน้าเข้ามาก่อนตัวเจ้าของ เซียวจิ้งเหิงปรากฏกายในชุดมงคลที่ยับย่นไปเล็กน้อย สายคาดเอวถูกปลดจนหลวม ใบหน้าคมคายไม่มีร่องรอยเมามายมากนัก ดวงตาคู่นั้นยังคงแจ่มกระจ่าง
ซูเยว่ชิงนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ไม่ลุกขึ้นไปต้อนรับ
เขาชะงักเท้าเมื่อเห็นผ้าคลุมหน้าสีแดงพับวางไว้เรียบร้อย และเทียนมงคลดับมอดไปแล้วเล่มหนึ่ง
“เจ้าถอดออกเองหรือ”
“เจ้าค่ะ”
คำตอบอันกระชับทำให้คิ้วเข้มของเขาขยับน้อย ๆ “ไม่มีผู้ใดบอกเจ้าหรือว่าต้องรอข้า”
“มีคนแจ้งว่าท่านร่างกายไม่สบาย พักอยู่เรือนฉางชุน ข้าจึงไม่กล้ารบกวน”
น้ำเสียงปราศจากคมใด ทว่าชื่อเรือนฉางชุนกลับทำให้อากาศในห้องแข็งกระด้างขึ้นฉับพลัน
เซียวจิ้งเหิงเพ่งมองนางเต็มสองตาเป็นคำรบแรก เครื่องประทินโฉมถูกชะล้างออกหมดแล้ว ใบหน้าเจ้าสาวไม่ได้งามฉูดฉาดบาดตาเช่นในพิธี หากสะอาดหมดจดและสงบนิ่ง ดวงตาคู่นั้นไม่ตำหนิ ไม่ตัดพ้อ ทั้งไม่มีเปลวไฟหึงหวงอย่างที่เขาเตรียมใจรับมือมา
ความสงบนั้นกลับทำให้เขารู้สึกราวถูกมองทะลุไปถึงก้นบึ้ง
“หว่านโหรวเป็นลมกลางงาน” เขาเอ่ย “ข้าเพียงไปดูอาการ”
“นางค่อยยังชั่วแล้วหรือ”
“ดีขึ้นแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี”
ซูเยว่ชิงรินน้ำอุ่นถ้วยหนึ่งวางลงตรงหน้าเขา “สุรามากเกินไปย่อมทำร้ายกระเพาะ ท่านดื่มน้ำสักหน่อยเถิด”
เซียวจิ้งเหิงไม่แตะต้องถ้วยน้ำ เขายืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ราวถ้อยคำที่เตรียมมาถูกท่าทีของนางทำให้เสียกระบวน ท้ายที่สุดจึงเอ่ยออกมาตรง ๆ “วิวาห์ครั้งนี้เป็นความประสงค์ของผู้ใหญ่ ข้ามีคนในใจอยู่ก่อนแล้ว เจ้าคงทราบดี”
“ทราบเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่อาจมอบสิ่งที่เจ้าคาดหวัง”
ซูเยว่ชิงทอดตามองเงาเปลวเทียนซึ่งไหวระริกอยู่ในถ้วยน้ำ “ก่อนเข้าจวน ข้าคาดหวังเพียงให้สามีภรรยาให้เกียรติกัน รักษาหน้าของสองตระกูล และไม่ทำให้คนในเรือนพลอยลำบาก หากแม้เพียงเท่านี้ท่านก็มอบให้ไม่ได้ โปรดบอกให้ชัด ข้าจะได้วางตัวถูก”
แววตาของเขาเย็นวูบลง “เจ้ากำลังต่อว่าข้าเรื่องคืนนี้อย่างนั้นหรือ”
“ข้ากำลังถามถึงกติกาของชีวิตนับจากนี้”
“หว่านโหรวร่างกายอ่อนแอ เจ้าอย่าได้ไปหาเรื่องนาง”
ซูเยว่ชิงนิ่งไปชั่วหนึ่งลมหายใจ
นางยังไม่เคยพบหน้าหลินหว่านโหรว ยังไม่เคยเอ่ยร้ายแม้สักคำ ทว่าบุรุษตรงหน้ากลับเตือนนางไว้ล่วงหน้า ประหนึ่งตำแหน่งภรรยาทำให้นางกลายเป็นคนร้ายไปเสียแล้วโดยกำเนิด
“ตราบใดที่นางไม่ล่วงเกินข้า ข้าย่อมไม่ล่วงเกินนาง”
“หวังว่าเจ้าจะจดจำคำนี้ไว้”
เขาหันไปยังตั่งยาวข้างหน้าต่าง ไม่คิดแม้แต่จะร่วมเตียงมงคลพอเป็นพิธี ซูเยว่ชิงไม่ทัดทาน นางเรียกคนเข้ามาจัดปูที่นอนให้ แล้วดับเทียนมงคลอีกเล่มด้วยมือตนเอง
แสงสีแดงวูบไหวครั้งสุดท้ายก่อนมอดลง ควันสายบางลอยเหนือเชิงเทียนคู่ คืนซึ่งควรผูกชะตาคนสองคนเข้าด้วยกัน กลับจบลงโดยไม่มีสุราร่วมถ้วย ไม่มีคำอวยพรส่วนตัว และไม่มีมือคู่ใดแตะต้องกัน
ในความมืด เซียวจิ้งเหิงพลิกกายบนตั่งครั้งหนึ่ง
ซูเยว่ชิงนอนหันหลังให้เขา ดวงตายังคงเปิดอยู่
นางไม่ได้ร่ำไห้
เพียงจดจำไว้ว่า คืนแรกในจวนเซียว ผู้ใดเลือกนอนที่ใด และผู้ใดเอ่ยเตือนไม่ให้นางทำร้ายคนที่นางยังไม่เคยแม้แต่พบหน้า
รุ่งเช้า เมื่อระฆังยามแรกดังก้องจากหอเมือง นางจะต้องไปคำนับแม่สามี
และเรียนรู้กฎของบ้านหลังที่ไม่เคยคิดต้อนรับนาง
