9. ตกหลุมรัก
สองหนุ่มก็นั่งรถเดินทางไปยังโรงพยาบาล ชยุทเห็นหยางอี้นั่งเงียบมาตลอดก็มองเพื่อนหนุ่มแล้วเอ่ยถามไปอย่างอดไม่ได้
“หยางอี้ นี่แกนั่งเงียบแบบนี้เพราะแกเจ็บแผลหรือว่าแกอกหักจากพนักงานของฉันเมื่อกี้วะ” ชยุทถามไป
“แกยังจะมาตอกย้ำฉันอีกนะไอ้เพื่อนเวร ถ้าแกจะนั่งไปเงียบๆจะดีมากเลยว่ะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าเซ็งๆ
“ก็ฉันอยากพูดกับแกนิวะ ถ้าแกหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาจะทำยังไงวะ ฉันเลยอยากจะชวนแกคุยน่ะ ฉันให้แกเลือกสองทางว่าแกจะคุยเรื่องไหนดี ระหว่างเรื่องผู้หญิงคนนั้นหรือว่าเรื่องคนร้ายที่ลอบทำร้ายแก” ชยุทพูดไปเพราะเขาอยากรู้ทั้งสองเรื่องเลย
“เรื่องคนร้ายฉันรู้แล้วว่ามันเป็นใคร รอให้ฉันหายดี ฉันเอาคืนมันแน่..” หยางอี้บอกไปแบบจริงจัง
“ใครมันกล้าทำร้ายแกวะ...ศัตรูในไทยแกก็ไม่ได้มีใครนิวะ...” ชยุทถามต่ออย่างสงสัย
“คนที่ทำร้ายฉันไม่ใช่คนไทย พวกมันเป็นคนจีน...ดูเหมือนว่าพวกมันจะตามฉันมาตั้งแต่ที่เซี่ยงไฮ้แล้ว..พวกมันคือคนของเจ๋อหราน...ลูกชายของเพื่อนพ่อฉันเอง...” หยางอี้บอกไป
“ลูกชายของเพื่อนพ่อเหรอวะ แล้วมันจะทำร้ายแกทำไมวะ...ฉันเคยได้ยินแกพูดถึงคนนี้นะ มันเป็นเพื่อนตอนเด็กๆของแกด้วยไม่ใช่เหรอ แล้วมันจะทำร้ายแกไปเพื่ออะไรวะ” ชยุทถามเพื่อน
“อืม...ก็เป็นแค่เพื่อนตอนเด็กๆเท่านั้น ตั้งแต่ฉันไปเรียนที่อังกฤษฉันก็ไม่ได้เจอมันอีกเลย จนกระทั่งฉันกลับมารับช่วงต่อจากพ่อของฉัน...เมื่อหลายเดือนก่อนฉันต้องการถอนหุ้นและยุติธุรกิจผิดกฏหมายที่พ่อฉันทำกับพ่อของมันทั้งหมด นี่คงเป็นสาเหตุที่มันส่งคนมาทำร้ายฉันล่ะมั้ง” หยางอี้คิดไปแบบเดาๆ แต่ใจเขาก็เชื่อว่าเป็นแบบที่เขาคิดแน่นอน
“ไม่น่าล่ะมันถึงส่งคนมาฆ่าแก ธุรกิจพวกนั้นพ่อแกทำมาเป็นสิบยี่สิบปีแล้วไม่ใช่เหรอวะ ทำไมอยู่ๆแกถึงจะหยุดล่ะวะ.....พ่อแกไม่ว่าเหรอวะ” ชยุทถามไป
“ไม่ พ่อฉันเขาก็ไม่ได้อยากจะทำธุรกิจนี้อีกแล้ว ตอนนี้ลุงจูหลงไม่ได้ทำแค่ยาเสพติด แต่เขาเริ่มทำธุรกิจค้ามนุษย์และอะไรอีกหลายอย่างที่ฉันกับพ่อไม่โอเค ฉันเลยตัดสินใจถอนหุ้นแล้วยุติทุกอย่าง...แต่ดูเหมือนว่าลุงจูหลงไม่ต้องการให้ฉันทำแบบนั้น” หยางอี้บอกเพื่อนตามตรง
“ก็แน่ล่ะขึ้นหลังเสือแล้วมันลงยากนิวะ ถึงกับส่งคนมาฆ่าแกแบบนี้ฉันว่าคบไม่ได้แล้วล่ะว่ะ แล้วแกจะเอายังไงต่อไปวะ ” ชยุทบอกไป
“ก็แก้แค้นสิวะ ในเมื่อกล้าส่งคนมาฆ่าฉัน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องใจดีอีกต่อไป..ฉันต้องสั่งสอนคนที่มันกล้ามาทำร้ายฉันให้สาสมกับที่มันทำให้ฉันต้องมาเจ็บมาทรมานแบบนี้สิวะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“เออ ถ้าแกมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลย..ในจีนฉันอาจจะช่วยได้ไม่เท่าไหร่ แต่ในไทยฉันช่วยแกได้แน่” ชยุทบอกไปด้วยรอยยิ้ม
“ขอบใจแกมาก...เรื่องแก้แค้นฉันจัดการเองได้ แต่เรื่องผู้หญิงคนนั้นฉันอยากให้แกช่วยฉันหน่อย..ฉันอยากจะตอบแทนที่เขาช่วยฉัน” หยางอี้บอกไปแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“แล้วแกจะให้ฉันช่วยยังไงล่ะ ว่ามาเลย...” ชยุทถามเพื่อนทันที
“เขาทำงานที่โรงแรมแกไม่ใช่เหรอ...เลื่อนตำแหน่งให้เขามาทำงานสบายๆหน่อย เป็นผู้จัดการหรืออะไรก็ได้ แล้วให้เงินเดือนเพิ่มสูงๆหน่อย..” หยางอี้บอกเพื่อนไป เพราะเขาอยากจะตอบแทนเธอ
“อื้อหือ...สรุปนี่ผู้หญิงคนนี้ช่วยฉันหรือช่วยแกวะเนี่ย ตำแหน่งในโรงแรมฉันใช่ว่าจะเป็นกันง่ายๆนะโว้ย ถ้าเขาไม่มีความสามารถมากพอ คนอื่นๆก็จะว่าเขาได้นะโว้ย เขาทำตำแหน่งอะไรในโรงแรมฉันยังไม่รู้เลยเนี่ย” ชยุทบอกไป
“...แกเป็นเจ้าของโรงแรมนะโว้ย มันต้องมีสักตำแหน่งแหละที่ให้เขาได้น่ะ...ทำเพื่อเพื่อนแค่นี่ไม่ได้เหรอวะ” หยางอี้บอกเพื่อนด้วยสีหน้าตึงๆ
“ฉันล่ะเกลียดคำนี้จริงๆ พูดทีไรลำบากฉันทุกที...เออๆ พรุ่งนี้ฉันจะดูให้ละกัน...” ชยุทจำเป็นต้องตอบรับ เมื่อเพื่อนพูดมาขนาดนี้แล้ว ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากสำหรับเขา
“อืม ขอบใจมาก...จะให้ดีก็เอาหาประวัติของเขามาให้ฉันด้วย..” หยางอี้ยิ้มออกมาแบบเจ้าเล่ห์ แล้วเขาก็พูดเสริมไปอีกกับความต้องการอีกอย่างของเขา
“แล้วแกจะเอาประวัติเขามาทำไมอีกวะ เขามีแฟนแล้วนะโว้ย...รู้ไปก็เท่านั้นแหละ แกไม่มีทางได้เขาหรอก” ชยุทว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้
“แกรู้ได้ยังไงวะว่าฉันจะไม่มีทางได้เขาน่ะ...ต่อไปเขาอาจจะมาเป็นผู้หญิงของฉันก็ได้...” หยางอี้ตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“เห้ยๆ แกพูดแบบนี้อย่าบอกนะว่าแกจะแย่งแฟนคนอื่นน่ะหยางอี้...แบบนี้มันเลวเลยนะโว้ย” ชยุทได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตกใจ เขาก็ว่าเพื่อนทันที
“หึ..แล้วที่ผ่านมาฉันไม่เลวตรงไหนวะ เลวเพิ่มอีกสักหน่อยจะเป็นอะไรไปวะ ฉันว่าฉันตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้วว่ะ ฉันอยากได้มาเป็นเมียฉัน...” หยางอี้บอกไปแบบล็อกเป้าหมายเรียบร้อย
“เชี้ย! เย็นชากับผู้หญิงมาเป็นร้อยๆ แต่กลับมาตกหลุมรักอะไรกับคนที่มีแฟนแล้ววะเนี่ยนะ แค่เพราะเขาช่วยแก แกก็รู้สึกตกหลุมรักจนอยากจะเอาเขามาเป็นเมียเลยเหรอวะ...” ชยุทพูดแบบอึ้งแล้วอึ้งอีก
“เออ..ก็ฉันรู้สึกแบบนั้นนิวะจะให้ทำยังไงล่ะ...ยังไงฉันก็ต้องได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นเมีย แกคอยดูเถอะ..” หยางอี้พูดไปแบบมาดมั่น
“แต่เขามีแฟนแล้วนะโว้ย คบกันมาตั้งห้าปีขนาดนั้นจะเรียกว่ามีผัวก็ยังได้เลย แกยังจะเอาอีกเหรอวะ” ชยุทบอกไปแบบให้เพื่อนคิดดีๆ
“ฉันไม่ถือ ต่อให้เขาจะมีผัวมาแล้วเป็นสิบๆคน ฉันก็รับได้...ฉันอยากได้เขาก็คืออยากได้สิวะ แกจะมาพูดมากทำไมวะ...” หยางอี้ว่าเพื่อนไป
“ก็แกจะไปเอาเมียคนอื่นเขานิวะ แกจะไม่ให้ฉันว่าแกได้ยังไงล่ะ เขารักกันดีๆแกก็จะไปแย่ง เฮ้อ...เลวนะนั่น” ชยุทพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยใจเลยทีเดียว
“คนเราเจอคนถูกใจมันก็ต้องเลวกันหน่อยสิวะ พวกเขารักกันแล้วไง ฉันก็ทำให้เลิกรักกันได้ แกเอาประวัติเขามาให้ฉัน แล้วก็ขึ้นตำแหน่งให้เขาตามที่ฉันบอกก็พอ เดี๋ยวเรื่องทำให้ความรักร้าวฉานฉันจะจัดการเอง” หยางอี้บอกไป
“เฮ้อ...แกนี่มันร้ายจริงๆ...ฉันล่ะกลัวแทนผู้หญิงคนนี้เลยว่ะ...ฉันว่าน่ะเขาโชคร้ายแล้วล่ะที่มาช่วยชีวิตคนอย่างแกน่ะ...มีผัวอยู่ๆดีๆก็ได้ผัวใหม่ซะงั้น” ชยุทว่าเพื่อนไปแล้วส่ายหน้าไปมาทันที เพราะดูท่าเพื่อนเขามันจะเอาจริงแน่ๆ
“...ผัวใหม่ที่ดีกว่าผัวคนเดิม เขาควรจะดีใจสิวะ หึๆ...” หยางอี้ตอบกลับไปก็ยิ้มออกมาแบบขำๆ
“เอาที่แกสบายใจเถอะว่ะ เฮ้อ...” ชยุทบอกไปแบบยอมใจ เพราะเขาเป็นเพื่อนกันมานานเขารู้ว่าอะไรที่เพื่อนเขาต้องการแล้วมันก็ต้องได้ ดังนั้นผู้หญิงคนนี้ก็เตรียมตัวชีวิตวุ่นวายเพราะมันได้เลย
จากนั้นสองหนุ่มก็พูดคุยกันจนถึงโรงพยาบาล หยางอี้ก็เข้าพักในห้องพักวีไอพีที่หมอเตรียมไว้ให้ โดยมีซูหานนั้นคอยดูแล ส่วนชยุทพอเพื่อนพักผ่อนแล้วเขาก็เดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน พร้อมกับเลื่อนนัดประชุมไปช่วงบ่ายแทน เพราะนี่ก็ตีสามกว่าแล้ว เขาคงตื่นไปประชุมไม่ไหวแน่ๆ
