8. อกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
“ผมทำแผลให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ฉีดมอร์ฟีนระงับการแก้ปวดให้แล้ว และฤทธิ์ของยาชายังมีผลอยู่ ดังนั้นควรจะรีบพาคุณหยางอี้ไปรักษาที่โรงพยาบาลครับ...เพราะต้องรับยาฆ่าเชื้อทุกๆหกชั่วโมงครับ ไม่อย่างนั้นแผลอาจจะติดเชื้อได้ และมันจะเป็นอันตรายสำคัญคุณ” หมอบอกไปเพราะผ่าตัดแบบนี้มันค่อนข้างเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อ
“อืม...ผมต้องการความเป็นส่วนตัวในการรักษา หมอช่วยจัดการให้ผมที..” หยางอี้บอกไป เพราะก่อนหน้านี้ที่เขาไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากเขาเขาโดนยิงและต้องสืบหาสาเหตุ และเขายังไม่ต้องการให้คนร้ายรู้ว่าเขายังไม่ตาย ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะมารักษาข้างนอก แล้วค่อยเข้าไปพักรักษาตัวแทน แบบนี้มันจะปลอดภัยกว่า
“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะไปที่โรงพยาบาลแล้วทำเรื่องห้องพักให้คุณตอนนี้เลยครับ” หมอหนุ่มบอกไป
“อืม...ซูหาน นายไปกับหมอ แล้วก็ทำแผลของนายซะ...ถ้าห้องพักเรียบร้อยก็โทรมา ฉันจะตามไป..” หยางอี้บอกไป
“ครับนาย...งั้นเชิญเลยครับคุณหมอ ผมจะพาไปครับ” ซูหานได้ยินแบบนั้นก็รับคำสั่งทันที เขาก็เชิญหมอออกไปกับเขา
ด้านลินดาพอเห็นหมอเดินออกมาพร้อมกับผู้ชายคนนั้นแล้วออกจากบ้านเธอไป เธอก็รีบเดินกลับเข้าไปในบ้านทันที แล้วเห็นผู้ชายที่เธอช่วยกำลังนั่งพิงอยู่พร้อมกับมีผ้าสีขาวพันแผลที่เอวเอาไว้
“คุณมาก็ดีเลย ผมขอบคุณคุณมากเลยนะที่ช่วยเพื่อนของผมเอาไว้” ชยุทบอกอย่างขอบคุณจากใจจริง
“ไม่เป็นไรค่ะคุณชยุท เจอคนบาดเจ็บฉันก็ต้องช่วยอยู่แล้วล่ะค่ะ...” ลินดาตอบเขาไปแบบเกร็งๆ
“คุณรู้จักกับเพื่อนผมด้วยเหรอ..” หยางอี้ถามไปแบบอดไม่ได้ เพราะเขาอยากรู้มานานแล้ว
“ฉันทำงานที่โรงแรมของคุณชยุทเขาน่ะค่ะ...ฉันจะไม่รู้จักเจ้านายตัวเองได้ยังไงล่ะคะ แต่คุณชยุทคงไม่รู้จักฉัน เพราะฉันเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆเองค่ะ” ลินดาบอกไปแล้วเขาไปนั่งที่โซฟาด้านข้าง
“แต่ต่อไปผมคงต้องรู้จักคุณแล้วล่ะ เพราะคุณคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเพื่อนของผมเอาไว้...คุณชื่ออะไร” ชยุทบอกไปก็ถามเธอทันที
“ฉันชื่อลินดาค่ะ...แล้วคุณล่ะคะ คุณชื่ออะไรเหรอคะ ” ลินดาบอกไปแล้วหันไปถามผู้ชายที่เธอช่วยไว้
หยางอี้ได้รู้ชื่อของเธอแล้วเขาก็ยิ้มมุมปากออกมา หน้าตาก็สวย ชื่อก็น่ารัก แถมยังจิตใจดีอีกต่างหาก หยางอี้คิดในใจแล้วมองเธอด้วยสายตาหวานๆออกไป
“ผมชื่อลู่หยางอี้...เรียกว่าหยางอี้ก็ได้...” หยางอี้บอกไปก็มองสบตากับเธอแบบไม่อยากจะละสายตาเลย
ชยุทที่มองเพื่อนของเขาก็ทำหน้าแปลกใจทันที เพราะสายตาของเพื่อนเขาที่มองลินดา มันดูเหมือนจะมีเล่ห์นัยนะ อย่าบอกนะว่ามันสนใจผู้หญิงคนนี้น่ะ ชยุทมองแล้วคิดในใจ
“ค่ะคุณหยางอี้...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ...” ลินดาบอกเขาไปอย่างเป็นมิตร
“อืม...ยินดีที่ได้รู้จัก...แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยผมไว้ ไว้ผมรักษาตัวแล้วผมจะตอบแทนที่คุณช่วยชีวิตของผม ส่วนโซฟานี่มันเลอะคราบเลือดผมแล้ว พรุ่งนี้ผมจะให้ลูกน้องเอาโซฟามาเปลี่ยนใหม่ให้คุณก็แล้วกัน..” หยางอี้บอกไปอย่างต้องการตอบแทนเธอ
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันช่วยคุณไม่ได้หวังอะไรตอบแทนค่ะ ส่วนโซฟานี่ฉันเอาผ้าคลุมไปซักก็หายแล้วค่ะ ไม่ต้องซื้อตัวใหม่ให้หรอกค่ะ ฉันไม่อยากให้แฟนฉันรู้ว่าฉันพาผู้ชายเข้าบ้านน่ะค่ะ แถมยังเป็นผู้ชายที่โดนยิงจนบาดเจ็บแบบนี้ ยิ่งให้แฟนฉันรู้ไม่ได้เลยค่ะ ” ลินดาบอกไปตามตรงเพราะเธอไม่อยากให้แฟนของเธอรู้
“คุณมีแฟนแล้วเหรอ..” หยางอี้ได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไปเลย เพราะยังไม่ทันเริ่มเขาก็อกหักซะแล้ว
“ค่ะ...ฉันมีแฟนแล้วค่ะ บ้านหลังนี้ฉันก็อยู่กับแฟนของฉันน่ะค่ะ....” ลินดาบอกไป
“พวกคุณแต่งงานกันหรือยัง” หยางอี้ถามอย่างอยากรู้มากไปอีก
“ยังค่ะ แต่ฉันกับแฟนวางแผนไว้ว่าจะแต่งกันปีหน้าน่ะค่ะ ตอนนี้พวกเรากำลังทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานก่อนน่ะค่ะ...” ลินดาตอบไปแบบไม่คิดอะไร เพราะคิดว่าเขาถามไปงั้นๆ
“พวกคุณคบกันมานานแล้วสินะ ถึงขั้นวางแผนแต่งงานกันแบบนี้” หยางอี้พูดไปแล้วก็รู้สึกเหมือนคนอกหัก
“ประมาณห้าปีแล้วล่ะค่ะ...แฟนฉันเขาเป็นคนน่ารักแล้วก็นิสัยดีมากๆเลย” ลินดาพูดถึงแฟนหนุ่มก็ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเขา
“อืม...ดีแล้วล่ะ คุณเป็นคนจิตใจดี ก็สมควรจะมีแฟนดีๆนั่นแหละ” หยางอี้บอกไปแล้วทำหน้านิ่งๆออกมา เมื่อสายตาและคำพูดของเธอดูคลั่งรักแฟนมากเลย มันเลยทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจ เพราะคนที่เขาถูกใจกลับมีเจ้าของแล้ว
ชยุทเห็นท่าทางและสีหน้าของเพื่อนก็แอบขำอย่างอดไม่ได้ เพราะดูท่ามันจะสนใจลินดาจริงๆ ถึงได้ถามซะละเอียดขนาดนี้ แต่น่าเสียดายที่เธอกลับมีแฟนแล้ว
“ผมต้องไปโรงพยาบาลแล้ว ขอบคุณอีกครั้งที่คุณช่วยผมไว้...ถ้ามีโอกาสก็หวังว่าเราจะเจอกันอีกนะ” หยางอี้บอกเธอไป เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะอยู่ต่อแล้ว
“อ่อค่ะ..” ลินดาก็ตอบไปแค่นั้น เพราะเขาไปก็ดี เธอจะได้เก็บกวาดตรงนี้ให้เรียบร้อย
“มาฉันช่วยแกเอง เพราะดูท่าแข้งขาแกจะอ่อนแรงใช่ไหมเพื่อน” ชยุทพูดแซวเพื่อนไปด้วยรอยยิ้มขำๆ ก็ลุกไปหาแล้วค่อยๆประคองตัวเพื่อนลุกขึ้นทันที
“อืม ไม่ต้องพูดมาก...พาฉันออกไปได้แล้ว...” หยางอี้ก็มองค้อนใส่เพื่อนหนุ่มที่แซวเขา เขารู้ว่ามันหมายถึงอะไร เพราะสีหน้าและสายตาของเขามันบ่งบอกชัดเจนเลย
“เดี๋ยวฉันไปเปิดประตูให้ค่ะ...” ลินดาก็รีบเสนอแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านให้พวกเขา แล้วเธอก็เดินตรงออกไปเปิดประตูหน้าบ้านรอสองหนุ่มเดินออกมา
“หึ...ดูเหมือนว่าเขาอยากจะไล่แกกลับเต็มทีเลยนะนั่น..น่าสงสารจริงๆ นานจะสนใจสาวทั้งที เขาก็ดันมามีแฟนแล้ว...เฮ้อ...” ชยุทพูดบอกเพื่อนแบบหยอกๆ
“หุบปากของแกไปเลย....” หยางอี้แลสายตามองแบบค้อนๆ แล้วเขาก็พูดเสียงรอดไรฟันออกไปด้วยสีหน้าตึงๆ
จากนั้นสองหนุ่มก็พากันเดินออกไปจนถึงรถที่จอดรอด้านนอก ชยุทก็ค่อยๆพาตัวเพื่อนเข้าไปนั่งในรถช้าๆ แล้วเขาก็เดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง แล้วรถของเขาก็ค่อยๆเคลื่อนออกไป พร้อมกับสายตาของหยางอี้ที่มองเธอยืนยิ้มให้เขาแล้วโบกมือลา เขาก็หลับตาอย่างข่มความรู้สึกหลายๆอย่าง เพราะเขารู้สึกเหมือนตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว แต่เธอก็ดันมีเจ้าของแล้ว มันเลยทำให้เขารู้สึกไม่โอเคเลย
ลินดาก็โบกมือให้แล้วเธอก็ปิดประตูบ้านทันที จากนั้นก็กลับเข้าไปทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย เพราะถ้าแฟนเธอกลับมาพรุ่งนี้จะได้ไม่สงสัยอะไร เธอก็เอาผ้าคลุมโซฟามาเปลี่ยนใหม่แล้วเอาฝืนเก่าทิ้งไป พอเธอทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขึ้นไปอบน้ำนอนก็ปาเข้าไปตีสองกว่าแล้ว ทำให้เธอนอนหลับสลบคาเตียงเลย
