6. ช่วยผมด้วย
จากนั้นลินดาก็ขับรถพาชายแปลกหน้าที่ได้รับบาดเจ็บมาที่บ้าน เธอก็ค่อยๆพาเขาลงจากรถแล้วเข้าบ้าน เธอก็พาเขาไปนั่งที่โซฟาก่อน
“ฉันพาคุณมาที่ปลอดภัยแล้ว แล้วใครจะมาช่วยรักษาคุณอ่ะ...คุณจะมาตายที่บ้านของฉันไม่ได้นะ” ลินดาบอกไปแล้วมองเขาที่นอนด้วยสีหน้าที่ซีดเซียวมากๆ
“ผมขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อยได้ไหม...ผมจะติดต่อไปหาเพื่อนของผม” หยางอี้บอกไปตามตรง เพราะซูหานไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เขาต้องพึ่งเพื่อนของเขาแล้ว
“อืม...นี่โทรศัพท์ของฉัน...เอาไปสิ...เดี๋ยวฉันจะไปหาผ้ามาห้ามเลือดของคุณก่อนละกัน ไม่งั้นคุณเลือดหมดตัวแน่ๆ” ลินดากดปลดล็อคโทรศัพท์แล้วยื่นให้เขาไป แล้วเธอก็รีบเดินไปที่ห้องครัวทันที
หยางอี้ก็มองตามเธอด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง เพราะเขาเป็นคนแปลกหน้าที่ได้รับบาดเจ็บปางตาย แต่เธอก็ยังกล้าพาเขาขึ้นรถและพามาที่บ้าน มันทำให้เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีจิตใจดีเหมือนกับหน้าสวยๆของเธอ เขาก็ยิ้มมุมปากออกมาแบบประทับใจเธอ
ด้านชยุทก็ตามจีพีเอสของเพื่อนหนุ่มจนเขามาเจอตัวซูหานลูกน้องคนสนิทของเพื่อนนั่งสลบอยู่ข้างถังขยะ เขาก็รีบเรียกซูหานจนได้สติขึ้นมา ก่อนจะถามหาหยางอี้แต่ซูหานก็ซ่ายหน้าไม่รู้ เพราะเขาสลบตั้งแต่บนรถแล้วจึงไม่รู้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง พวกเขาจึงพากันขับรถตามหาหยางอี้ไปทั่ว จนเจอเสียงรถไซเรนพวกเขาก็ขับตามจนเจอรถที่ถูกไฟไหม้แล้วพวกนักดับเพลิงกำลังช่วยกันดับไฟอยู่
“นั่นมันรถที่พวกผมนั่งมานิ...อย่านะว่าพวกมันเผาเจ้านายของผมในรถน่ะ...ไม่นะ..นายครับ..” ซูหานมองเห็นเลขทะเบียนรถก็พูดไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาก็รีบเดินเข้าไปแล้วร้องเรียกหาเจ้านายของเขา “เข้าไปไม่ได้นะครับ เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่ครับ...รบกวนอยู่ข้างนอกนะครับ” เจ้าหน้าที่เข้ามาป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาในสถานที่เกิดเหตุ
“ผมขอโทษครับนาย ที่ผมปกป้องนายไว้ไม่ได้ ผมขอโทษครับ...ผมขอโทษ..” พอถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไว้ ซูหานก็ทำได้แต่ทรุดตัวลงกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องเจ้านายของเขาได้
“ไม่จริง...หยางอี้มันต้องไม่มีจุดจบแบบนี้แน่...” ชยุทเองก็ไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาก็มองไปที่รถที่ถูกไฟไหม้จนเหลือแค่เศษซากด้วยความเสียใจ
“ฉันจะต้องตามหาตัวคนที่มันทำร้ายแกให้ได้หยางอี้...และฉันจะทำให้พวกมันตายอย่างทรมานยิ่งกว่าแกร้อยเท่าพันเท่า...ฉันสัญญา...” ชยุทพูดไปด้วยความโกรธแค้นที่สูญเสียเพื่อนรักของเขาไปอย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ถ้าเขามาทันเพื่อนของเขาก็คงไม่ต้องมาตายอย่างอนาถอย่างนี้
“กริ้งๆ...กริ้งๆ...” เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของซูหานดังขึ้น ทำให้ซูหานที่กำลังร้องไห้ค่ำครวญนั้น ก็เอามือมาควานหาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้วเขาก็หยิบออกมาด้วยสีหน้าเศร้าๆ เพราะตอนนี้เขาไม่อยากมีใจจะทำอะไรเลย
“นี่มันโทรศัพท์ของนายนิครับ...ทำไมมาอยู่กับผมได้” ซูหานพูดด้วยสีหน้างงๆ เพราะเขาคิดว่ามันคือโทรศัพท์ของเขา แต่พอดูหน้าจอกับไม่ใช่แถมเบอร์ที่โทรเข้ามาก็เป็นเบอร์แปลกอีกต่างหาก
“หยางอี้มันโทรมาหาให้ฉันตามมาช่วยมัน แล้วมันก็แชร์ตำแหน่งของมันมาให้ฉัน ฉันถึงตามตัวมาเจอนาย...รีบรับสิ ดูว่าใครโทรมา...” ชยุทพูดอธิบายไปก็บอกให้ซูหานรับสายทันที
“ครับ...” ซูหานได้ยินแบบนั้นก็รู้เลยว่าเจ้านายของเขาพาตัวเขาไปหลบซ่อนนี่เอง เขาถึงรอดมาได้ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเสียใจ เมื่อเจ้านายมาปกป้องเขาแบบนี้ ทั้งที่ควรจะเป็นเขาที่ต้องปกป้องเจ้านายของตัวเอง
“ชักช้าอยู่นั่นแหละ เอามานี่ฉันรับเอง...พรึบ...ฮัลโหล..” ชยุทเห็นซูหานทำหน้าเหม่อลอยก็หงุดหงิด เลยคว้าเอาโทรศัพท์มารับสายเอง
“ฉันเอง...” หยางอี้รู้สึกโล่งใจมากที่มีคนรับสาย แต่เสียงนี้คือเสียงของชยุทเพื่อนของเขา แสดงว่าตอนนี้มันเจอซูหานแล้ว มันถึงได้รับสายจากโทรศัพท์ของเขาที่ทิ้งเอาไว้ให้ซูหานก่อนหน้านี้
“หยางอี้...แกยังไม่ตายเหรอวะ...แกอยู่ที่ไหนวะ...” ชยุทได้ยินเสียงก็พูดด้วยความดีใจเลยที่ได้ยินเสียงของเพื่อนรัก
ซูหานได้ยินชยุทพูดชื่อเจ้านายของตัวเอง จากที่ทำหน้าเศร้าก็รู้สึกดีใจและมีหวังขึ้นมาทันที เขาก็รีบลุกมาลุ้นทันทีว่าเจ้านายของเขาอยู่ที่ไหน
“ฉันยังไม่ตายโว้ย...แต่อีกไม่นานฉันอาจจะตายก็ได้...ตอนนี้ฉันถูกยิง แกพาหมอมาทำแผลเอากระสุนออกให้ฉันหน่อย...ตอนนี้ฉันอยู่ที่หมู่บ้านใกล้ๆกับที่รถคว่ำ เดี๋ยวฉันจะส่งโลเคชั่นไปที่เบอร์ของฉัน แกรีบมานะ ฉันเจ็บจนจะไม่ไหวแล้วว่ะ” หยางอี้บอกเพื่อนหนุ่มไปด้วยเสียงอ่อนแรง
“โอเคๆ แกรีบส่งมาเลยนะหยางอี้ ฉันจะรีบพาหมอไปหาแกเดี๋ยวนี้เลย...แกอย่าตายนะโว้ย...” ชยุทบอกเพื่อนไปแล้วเขาก็ทำมือเรียกให้ซูหานกลับไปที่รถกับเขาทันที
“อืม...ฉันจะรอแกนะชยุท...แค่นี้นะ ฉันจะส่งโลเคชั่นไปให้” หยางอี้บอกไปก็กดวางสายทันที แล้วเขาก็เข้าไปที่แชร์ตำแหน่งแล้วส่งไปที่เบอร์โทรศัพท์ของเขาทันที ก่อนจะค่อยๆนอนลงด้วยความเจ็บปวด
“หยางอี้มันยังมาตาย แต่มันถูกยิงบาดเจ็บเราต้องหาหมอมารักษามัน...หยางอี้มันส่งโลเคชั่นมาแล้ว เดี๋ยวขับรถตามที่อยู่นี่ไป ฉันจะจัดการตามหมอมารักษามัน” ชยุทบอกซูหานแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ไป แล้วเขาก็เอาโทรศัพท์ของเขามากดโทรหาคนที่พอจะช่วยเป็นธุระหาหมอมามารักษาเพื่อนของเขาในเวลานี้ได้
ซูหานก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่เจ้านายยังไม่ตาย เขาก็รีบบอกให้คนขับรถรีบขับไปตามที่อยู่ที่เจ้านายส่งมาทันที
ด้านลินดาเธอก็รีบไปเอาผ้าสะอาดและน้ำใส่ชามใหญ่มาวางไว้ แล้วเธอก็รีบไปเอากระเป๋าปฐมพยาบาลของแฟนหนุ่มออกมา
“เดี๋ยวฉันห้ามแผลให้คุณก่อนละกัน...คุณติดต่อเพื่อนคุณได้ไหม เขาว่ายังไงบ้าง” ลินดาเข้ามานั่งที่โซฟากับเขา แล้วเปิดกล่องปฐมพยาบาลของแฟนหนุ่มออกมา
“เพื่อนผมกำลังมาแล้ว...อีกไม่นานก็น่าจะถึง..คุณไม่กลัวเลือดเหรอ..” หยางอี้ตอบไปก็เอ่ยถามเธอ
“กลัวสิคุณ แต่ก็กลัวคุณจะตายมากกว่า...เดี๋ยวฉันขอถอดเสื้อคุณก่อนนะ ฉันจะได้ห้ามเลือดให้...” ลินดาตอบเขาแล้วเธอก็ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของเขาอย่างไม่เขินอาย เพราะตอนนี้เธอคิดแค่ว่าเธอจะช่วยเขา
หยางอี้ก็มองเธอที่ค่อยๆถอดเสื้อของเขาอย่างระมัดระวัง มันก็ทำให้เขาได้เห็นหน้าตาที่ชัดเจนของเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว ไม่ใช่เพราะแค่เธอสวยแต่เพราะสิ่งที่เธอกำลังทำให้เขานี่ต่างหาก ทำให้เขารู้สึกประทับใจเธอมาก
“อื้อหือ..แผลคุณน่ากลัวมากอ่ะ...กระสันน่าจะฝังใน แต่คุณยังสามารถพูดคุยได้แบบมีสติได้ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณยังรอดมาจนถึงตอนนี้ได้...” ลินดามองแผลของเขาแล้วก็พูดไป
“ผมต้องรอดสิคุณ ผมต้องไปจัดการกับคนที่มันมาทำร้ายผม...ดังนั้นผมจะมาตายง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงล่ะ” หยางอี้บอกเธอด้วยเสียงแค้นใจ เพราะอยู่ดีๆต้องมาหนีตาย ยังไงเขาก็ต้องแกแค้นแน่ๆ
“เอาตัวเองตอนนี้ให้รอดก่อนเถอะคุณแล้วค่อยคิดไปแก้แค้นน่ะ...กระสุนปืนมันยังอยู่ในตัวคุณอยู่เลยนะ...” ลินดาบอกไป ก่อนจะเอาผ้าสีขาวกดแผลของเขาเบาๆ
“โอ้ย...ซี๊ด...” หยางอี้ร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว แล้วเขาก็นิ่วหน้าทรมาน
“อดทนหน่อยละกัน ถ้าไม่กดไว้เลือดคุณก็ลงจะหมดตัวอ่ะ...” ลินดาเห็นแล้วก็สงสาร แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากช่วยเขาแบบนี้ เพราะเธอคงผ่าเอากระสุนออกให้เขาไม่ได้
จากนั้นเธอก็เอามืออีกข้างถือผ้าชุบน้ำมาเช็ดเลือดรอบๆหน้าท้องของเขา จนเธอเห็นซิกแพกที่หน้าท้องของเขา และมันก็ขนอ่อนรำไรเป็นเส้นยาวเข้าไปใต้ขอบกางเกง เธอก็มองตามแล้วเห็นเป้ากางเกงของเขา เธอก็เงยหน้าขึ้นทันที
