5. บาดเจ็บ
หยางอี้ก็พยายามลุกขยับตัวมาหลบที่พุ่มหญ้าอย่างฮึดสู้สุดๆ เพราะแผลที่ถูกยิงก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว พอเจอแรงกระแทกตอนปลิวออกจากรถอีก ดีนะที่เขายังพอมีแรงอยู่ ไม่งั้นเขาตายแน่
อาจ้าวลงจากรถมาดูแล้วยิ้มมุมปากออกมาแบบชอบใจ เพราะตอนนี้งานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเอาโทรศัพท์มากดโทรหาเจ้านายของเขาทันที
“ฮัลโหลคุณเจ๋อหรานครับ...ผมจัดการมันเรียบร้อยแล้วนะครับ...ตอนนี้มันถูกไฟครอกตายในรถเรียบร้อยแล้วครับ” อาจ้าวรายงานไปตามตรง
“อืม...ดูให้แน่ใจว่ามันตายแล้วจริงๆ แล้วก็เก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย อย่าให้สาวมาถึงเราได้ ” เจ๋อหรานบอกไป
“ครับ...เดี๋ยวก่อนคุณเจ๋อหราน อย่าพึ่งวางครับ เงินค่าจ้างผมขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม....ไอ้หยางอี้มันฆ่าคนของผมไปหลายคนเลย แล้วก็มีคนที่บาดเจ็บอยู่ ผมต้องการเงินเพิ่ม” อาจ้าวบอกไป
“ฉันจะโอนเข้าบัญชีให้ ตอนนี้พวกนายรีบเก็บกวาดให้เรียบร้อยแล้วรีบออกจากไทยซะ” เจ๋อหรานบอกไป
“ครับ ผมเก็บกวาดเสร็จแล้วจะรีบไปคืนนี้เลยครับ คุณเจ๋อหรานไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้สาวไปไม่ถึงคุณเจ๋อหรานกับนายใหญ่หรอกครับ” อาจ้าวบอกไปด้วยรอยยิ้ม ขณะมองไฟที่ลุกโชนตรงหน้า
“อืม...แค่นี้แหละ แล้วถ้าไม่จำเป็นอย่าติดต่อฉันมาอีก ฉันจะติดต่อนายไปเอง” เจ๋อหรานพูดจบก็วางสายไปทันที
“หึ....ได้เงินแล้วผมก็ไปใช้เงินน่ะสิ...เห้ย..ไปกันเถอะ” อาจ้าวพูดจบก็ยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็บอกพวกลูกน้องแล้วกลับไปขึ้นรถ แบบไม่สนใจที่จะดูต่อ เพราะรถไฟไหม้แบบนี้จะให้เก็บกวาดยังไหว มันคงไม่เหลือซากให้เขาเก็บกวาดแล้วล่ะ อาจ้าวจึงขับรถออกไปทันที
ด้านหยางอี้ที่หลบอยู่ก็ได้ยินที่คนร้ายพูดกับคนในโทรศัพท์ทุกอย่าง และเขาก็ได้ยินชื่อของคนที่มันโทรไปรายงานแบบชัดเจนเลย เขาไม่คิดเลยว่าคนที่ส่งคนมาทำร้ายเขาคือเจ๋อหราน ลูกชายของหนานจูหลงผู้เป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของเขา ดูเหมือนว่าการที่เขาต้องการถอนตัวออกจากธุรกิจผิดกฏหมายที่พ่อเขาทำร่วมกับหนานจูหลงไว้ จะกลายมาเป็นสาเหตุที่เขาถูกลอบฆ่าในวันนี้ ดูท่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองตระกูลจะถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว
หยางอี้คิดไปแล้วก็พยายามลุกขึ้นมาแบบเจ็บๆ เขาก็มองไปรอบๆแล้วเห็นแสงไฟจากหมู่บ้านที่เขาขับรถหนีออกมา ซึ่งเขาได้ทิ้งซูหานไว้ที่นั่น และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าชยุทจะมาช่วยซูหานหรือยัง หยางอี้จึงเดินลัดเลาะข้างถนนกลับไปแบบระมัดระวัง เพราะกลัวว่าพวกคนร้ายจะกลับมาอีก เขาก็พยายามฝืนเอาตัวเองเดินไปแบบสู่สุดใจ แล้วตอนนี้เลือดที่หน้าท้องของเขาที่ถูกยิงมันก็ไหลออกมาจนเขาต้องกดแผลเอาไว้อย่างเจ็บปวด
22.30 น.
หลังจากที่ลินดาทานข้าวกับฝ้ายและนิกเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขับรถมาส่งนิกที่หอพัก แล้วก็ไปส่งฝ้ายที่หมู่บ้านจัดสรรที่เป็นทางผ่านไปบ้านของเธอ
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่ลินดา..ขับรถกลับบ้านดีๆนะคะพี่..” ฝ้ายเอ่ยขอบคุณแล้วโบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม
“อืม...เราเข้าบ้านเถอะ มันดึกแล้ว...ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ...บ้ายบาย..” ลินดาโบกมือให้แล้วพูดบอกไป
จากนั้นเธอก็กดกระจกขึ้น แล้วก็ค่อยๆขับรถออกจากหมู่บ้านของฝ้าย แล้วเธอก็ใช้ทางลัดไปยังหมู่บ้านของเธอที่อยู่อีกฝั่ง ซึ่งมันก็ไม่ได้เปลี่ยวมาก เพราะยังมีแสงไฟและบ้านคนอยู่
เธอก็ขับมาเรื่อยๆจนถึงทางเลี้ยวที่จะไปยังหมู่บ้านที่เธออยู่ เธอก็ร้องเพลงฮัมในรถไปแบบชิวๆแล้วก็เลี้ยวรถตามเส้นทางเข้าหมู่บ้าน แล้วอยู่ๆก็มีคนเดินมาตัดหน้ารถของเธอทำให้เธอมองด้วยความตกใจก่อนรีบเบรกรถทันที
“เอี๊ยด!....อะไรน่ะ...ฉัน...ฉันชนคนเหรอ...” ลินดาเบรกรถแล้วมองด้านหน้าอย่างรนๆ เพราะเธอคิดว่าเธอน่าจะชนคนเข้าแล้ว ด้วยความตกใจเธอก็ลืมความปลอดภัยของตัวเอง รีบเปิดประตูรถลงไปดูด้านหน้ารถทันที
ลินดาก็มองด้วยความตกใจเมื่อเธอเห็นผู้ชายนอนอยู่หน้ารถของเธอ พร้อมกับเสื้อสีขาวที่มีเลือดอยู่เต็มหน้าท้อง แถมสภาพใบหน้าของเขาก็เลอะเทอะไปหมด ลินดาก็รู้สึกหวาดกลัวมากเพราะเธอกลัวว่าเธอจะชนคนตาย
“ช่วยผมด้วย...” เสียงของหยางอี้พูดออกมาเบาๆด้วยความเจ็บปวด เพราะเขาเดินมานานจนทนไม่ไหวแล้ว พอเห็นรถมาเขาจึงเดินเข้ามาหา โชคดีที่เธอไม่ได้ชนโดนเขาซ้ำไปอีก ไม่งั้นเขาคงตายแน่ๆ หยางอี้ก็มองดูผู้หญิงหน้าตาสวยตรงหน้าแบบจดจ้อง
“คุณ...ฉันไม่ต้องตั้งใจนะ...คุณอย่าตายนะ...ฉันจะโทรเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย...คุณอย่าเป็นอะไรนะ” ลินดาเข้าดูอาการของชายตรงหน้า แล้วเธอก็พูดบอกไปด้วยเสียงสั่น ก่อนจะพยายามค้นหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเธอออกมา
“ไม่...ห้ามเรียกรถพยาบาล...ผมถูกยิงมา...ผมไปโรงพยาบาลไม่ได้” หยางอี้ยกมือที่เปื้อนเลือดของเขาไปจับมือเธอไว้แบบห้าม แล้วบอกไปตามตรง
“ห้ะ ถะ..ถูกยิงเหรอ...คุณ..คุณไปทำอะไรผิดมาถึงถูกยิงมาแบบนี้...” พอได้ยินแบบนั้นลินดาก็ตกใจแล้วมองที่หน้าท้องของเขาทันที เธอก็ว่าอยู่ว่าเธอเบรกขนาดนี้ไม่น่าจะชนจนเขาเลือดตกหยางออกแบบนี้ได้
“ผมถูกคนลอบทำร้าย...ช่วยผม...แล้วผมจะตอบแทนคุณ...ผมสัญญา...” หยางอี้บอกไปด้วยสีหน้าจริงๆจัง และเขาก็หวังว่าเธอจะช่วยเขา
“ฉันจะช่วยยังไงล่ะคุณ ฉันไม่ใช่หมอนะ..คุณถูกยิงมาแบบนี้แล้วฉันจะรักษาคุณได้ยังไงเล่า...ไปโรงพยาบาลเถอะคุณ..เลือดคุณออกขนาดนี้ ฉันกลัวคุณตายอ่ะ” ลินดาบอกไปแล้วมองเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะเธอก็ไม่อยากให้ใครมาตายต่อหน้าต่อตาเธอแบบนี้
“พาผมไปที่ปลอดภัย แล้วผมจะให้คนของผมมารักษา...ได้โปรดช่วยผม...” หยางอี้บอกเธอไปเพราะเขาจะติดต่อเพื่อนของเขา ดังนั้นตอนนี้เขาแค่ต้องการที่ปลอดภัย
“ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ย ถ้าคุณเป็นโจรนี่ฉันจะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแอบช่วยโจรเลยนะเนี่ย...โอ้ยเอาไงดีเนี่ย...” ลินดาพูดออกไปแล้วพยายามคิดพิจารณาว่าเธอควรจะตัดสินใจยังไง
“โอ๊ย....อื้อ...” หยางอี้ก็ร้องออกมาแล้วเขาก็พยายามกดแผลเอาไว้อย่างเจ็บปวด จนตอนนี้หน้าของเขามันซีดไปหมดแล้ว
“เฮ้อ..โชคดีของคุณนะที่มาเจอคนดีอย่างฉันน่ะ...เอาวะ จะคนดีหรือโจรชีวิตคนทั้งคนฉันก็ต้องช่วยนั่นแหละ....คุณลุกไหวไหม” ลินดาพูดไปแบบทนใจดำไม่ได้ เธอก็เอ่ยถามเขาทันที
“อืม...คุณช่วยพยุงผมหน่อย...” หยางอี้ได้ยินแบบนั้นก็ใจชื้นขึ้นมาทันที แล้วเขาก็มองเธอด้วยรอยยิ้ม
“งั้นก็ค่อยๆลุกนะคุณ...เอามือกดแผลเอาไว้...มาค่ะ...พรึบ...อื้อ....ตัวคุณหนักจังเลย..อือ....” ลินดาบอกไปก็เข้าไปพยุงตัวเขาขึ้นแบบยากลำบาก เพราะเขาตัวค่อนข้างใหญ่กว่าเธอมาก
หยางอี้ก็พยายามรวบรวมกำลังพยุงตัวเองขึ้นยืนอีกครั้ง โดยได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ เธอก็เอาแขนข้างหนึ่งของเขาไปคล้องไหล่ของเธอ แล้วเธอก็เอามือโอบเอวของเขาแล้วพยายามช่วยพยุงตัวไปที่รถ เขาก็เห็นถึงความตั้งใจของเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมันหยุดหมุนแล้วเขาเห็นแค่ใบหน้าสวยๆของเธอในตอนนี้
“อื้อ...คุณก้าวขาสิ...ฉันหนักจะตายอยู่แล้วเนี่ย...รีบเดินไปขึ้นรถเถอะ...เดินอีกหน่อยคุณ...” ลินดาบอกไปก็พยายามประคองตัวเขาไว้ แล้วเธอก็มองสบตากับเขาที่มองเธออยู่
“อืม...” หยางอี้ตอบแค่นั้นเขาก็ละสายตาจากเธอ แล้วก็พยายามเดินไปที่ประตูรถ จากนั้นเธอก็เปิดประตุรถแล้วเขาก็เข้านั่งด้านใน แล้วเธอก็ปิดประตูแล้วรีบเดินไปขึ้นรถอีกฝั่ง
“พรึบ..เดี๋ยวฉันพาคุณไปบ้านของฉันก่อนก็แล้วกัน...เพราะฉันก็ไม่รู้จะพาคุณไปที่ปลอดภัยที่ไหนได้ในเวลานี้” ลินดาบอกไป เพราะเขาเจ็บขนาดนี้ก็คงไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก
