3.ตามฆ่า
22.00 น.
อาจ้าวลูกน้องของเจ๋อหรานที่ตามหยางอี้มาตั้งแต่เซี่ยงไฮ้ ก็ตรวจดูลูกน้องของหยางอี้ที่จอดรถรอรับหยางอี้อยู่นั้นก็มองอย่างพิจารณา จนพบว่ามีทั้งหมดหกคน เขาก็ส่งคนของเขาไปจัดการลูกน้องของหยางอี้ทั้งหมดแบบเงียบๆ แล้วลากตัวพวกนั้นออกไปไว้ในที่ลับสายตาคน จากนั้นก็สลับตัวคนของเขาเข้าไปแทน จากนั้นก็นั่งรอจนกว่าหยางอี้จะออกมา
ด้านลู่หยางอี้ก็นั่งดื่มกับเพื่อนทั้งสองมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว เขาก็รู้สึกเริ่มจะเมานิดหน่อยแล้ว เขาก็บอกเพื่อนของเขาทันที
“ฉันดื่มต่อไม่ไหวแล้วว่ะ...ฉันขอกลับไปพักที่โรงแรมก่อนนะโว้ย...ไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยมาดื่มกับพวกแกใหม่..วันนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆว่ะ” หยางอี้บอกไปแล้วส่ายหน้ายอมแพ้
“อะไรวะ ยังไม่เมาเลยนะโว้ย แกจะกลับได้ยังไงวะ...ดื่มด้วยกันก่อนสิวะ...จะรีบกลับไปทำไมวะ...โรงแรมไอ้ชยุทมันไม่หนีหายไปไหนหรอก” ตรินพูดไปแบบไม่ยอม
“แกจะดื่มเอาเป็นเอาตายเลยหรือไงวะ พรุ่งนี้ฉันมีประชุมตอนเช้านะโว้ย ฉันก็ดื่มไม่ไหวแล้วเหมือนกันว่ะ ฉันว่าวันนี้พอแค่นี้เถอะ พรุ่งนี้ก็มาต่อกันใหม่...ยังไงหยางอี้มันก็อยู่ที่ไทยอีกตั้งสองสามวัน” ชยุทพูดเสริมไปอีกคน เพราะเขาก็ไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“เออๆ พวกแกนี่ชอบรุมฉันจริงๆเลย...งั้นดื่มอีกแก้วละกัน มา..ชนแก้ว...” ตรินบอกไปก็ยกแก้วไปชนกับเพื่อนทั้งสองแล้วยกขึ้นดื่มแบบเมาๆ
หยางอี้และชยุทก็ยกดื่มเช่นกันเพราะมันเป็นแก้วสุดท้ายแล้ว จากนั้นสามหนุ่มก็วางแก้วลงพร้อมกับทำหน้าขมขื่นกับรสชาติเหล้าเพียวๆที่พวกเขาดื่มเข้าไป
“งั้นฉันสองคนกลับก่อนนะโว้ย...ไม่ไหวแล้วว่ะ” ชยุทบอกไปก็ลุกขึ้นทันที เพราะขืนนั่งต่อเดี๋ยวตรินมันก็หาเรื่องให้อยู่ต่ออีก
“เดี๋ยวฉันไปส่งแกสองคนเอง...อือ...อ่าวเห้ย...พรึบ...อือ...แกจะผลักฉันทำไมวะเนี่ย” ตรินพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเขาก็เซล้มลงไปแบบอ่อนแรง เขาก็ต่อว่าเพื่อนของเขาไปแบบเมาๆ
“ฉันผลักแกตอนไหนวะ...แกล้มของเองนะโว้ยไอ้ตริน...แกเมาแล้วไม่ต้องไปส่งพวกฉันหรอก เอาตัวแกเองให้รอดก่อนเถอะว่ะ” ชยุทว่าเพื่อนหนุ่มไปแล้วมองอย่างเหนื่อยใจเลย
“อืม...ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละว่ะ...แกอยู่ตรงนี้เถอะตริน...เดี๋ยวฉันสองคนจะกลับกันเอง...แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะเพื่อนรัก...ขอบคุณสำหรับวันนี้นะโว้ย...ปึกๆ...” หยางอี้มองสภาพเพื่อนก็ส่ายหน้าเช่นกัน ก่อนจะพูดบอกไปพร้อมกับเข้าไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ
“เออๆ งั้นก็กลับกันดีๆล่ะ ไว้พรุ่งนี้หายเมาแล้วฉันจะโทรไปหาพวกแก...โชคดีโว้ย...เห้ย...ใครก็ได้ไปส่งเพื่อนฉันหน่อยสิวะ...” ตรินบอกไปแล้วเขาก็รองตะโกนออกมาให้พนักงานของเขาไปส่งเพื่อนเขาแทน
“อ่อครับๆ...เชิญทางนี้เลยครับ...” พนักงานที่คอยดูแลอยู่ก็รีบเข้ามารับหน้าที่ทันที
“ไปกันเถอะว่ะ นี่คลับของมัน เดี๋ยวลูกน้องมันก็พาเจ้านายไปเองแหละ มันไม่เป็นไรหรอก” ชยุทหันมองเพื่อนหนุ่มก็พูดบอกไป จากนั้นเขาก็เดินนำเพื่อนออกไปทันที เพราะเขาก็เมาเช่นกันแต่ว่าเขายังพอมีสติอยู่พอสมควร
“อืม...” หยางอี้ก็พยักหน้าตอบไป แล้วเขาก็เดินตามเพื่อนของเขาออกไปแบบนิ่งๆ เนื่องจากเขาดื่มทีหลังสองหนุ่ม ทำให้เขายังไม่เมาเท่าไหร่ แต่ว่าเขาง่วงนอนมากกว่าเพราะทำงานแล้วก็นั่งเครื่องมาไทยเลย จนถึงตอนนี้ทำให้เขารู้สึกอ่อนล้าอยากจะนอนมาก
พอสองหนุ่มเดินออกมาด้านนอกลูกน้องของหยางอี้ที่ตามเข้าไปดูแลด้านในก็พากันเดินตามออกมา แล้วรถที่มารอรับพวกเขาก็ค่อยๆขับเข้ามา
“ฉันไปส่งแกที่โรงแรมก่อนละกัน..” ชยุทบอกไป เพราะเขาในฐานะเจ้าของโรงแรมก็ควรจะต้อนรับเพื่อนของเขาอย่างดี
“ไม่ต้องหรอก แกมีประชุมตอนเช้าไม่ใช่เหรอวะ รีบกลับบ้านไปนอนพักเถอะ...เดี๋ยวฉันไปโรงแรมเองได้...แกจะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วย” หยางอี้บอกไปแล้วตบไหล่เพื่อนเบาๆ
“ได้ไงวะ..แกมาทั้งทีฉันก็ต้องต้อนรับแกให้ดีหน่อยสิวะ” ชยุทบอกไป
“ไม่ต้องหรอก เราคนกันเองนะโว้ยจะมาต้อนรับให้ยุ่งยากทำไมวะ..ถ้าแกยังทำเหมือนฉันเป็นแขกเป็นคนนอกแบบนี้ ฉันจะไม่ไปพักที่โรงแรมของแกนะชยุท แกทำตัวสบายๆสิวะ” หยางอี้บอกไปตรงๆ เพราะเขาไม่อยากให้เพื่อนทำเหมือนกับเขาเป็นคนอื่น
“เออๆ เอาที่แกสบายใจก็แล้วกัน ถ้าแกไม่อยากให้ฉันไปส่งงั้นเดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกพนักงานให้เตรียมตัวดูแลแกแล้วก็ลูกน้องของแกละกัน...แกกับลูกน้องต้องการอะไรก็บอกพนักงานที่โรงแรมของฉันได้เลย...” ชยุทบอกไป
“อืม..ขอบใจมากเพื่อนรัก...งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้นะโว้ย...” หยางอี้บอกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“แล้วเจอกันเพื่อนรัก...ปึกๆ...” ชยุทบอกไปก็ตบหลังเพื่อนเบาๆ แล้วเขาก็ยิ้มตอบเพื่อนของเขาไป
ด้านอาจ้าวที่เข้ามาสมรอยเป็นคนขับรถของหยางอี้ก็นั่งดูหยางอี้ที่กำลังเดินมาที่รถด้วยสายตาจดจ้องในรถอีกคัน เพราะวันนี้เขาจะต้องจัดการหยางอี้ให้เรียบร้อย เขาก็มองดูแบบนิ่งๆ เพราะในรถที่หยางอี้จะขึ้น เขาเตรียมลูกน้องฝีมือดีเอาไว้จัดการหยางอี้แล้ว พอหยางอี้ใกล้เขามาเขาก็กดวิทยุสื่อสารสั่งลูกน้องที่นั่งอยู่ในรถคันที่เหลือให้เตรียมตัวจัดการกับลูกน้องของหยางอี้ที่เหลือให้หมด
“ผมช่วยพยุงไหมครับนาย...” ซูหานเข้ามาหาเจ้านายทันทีที่เจ้านายเดินออกมาจากเพื่อนแล้ว
“ไม่ต้อง..ฉันไม่ได้เมาขนาดนั้น...ฉันเดินเองได้...ขึ้นรถเถอะ” หยางอี้บอกลูกน้องคนสนิทไป แล้วเขาก็เดินตรงไปที่รถทันที
ซูหานก็รีบมาเปิดประตูให้เจ้านายของเขาอย่างรู้หน้าที่ จากนั้นก็ปิดประตูรถแล้วเขาก็รีบเดินอ้อมไปนั่งฝั่งข้างๆคนขับรถ ด้วยความมืดเขาก็ไม่ได้สังเกตว่าคนขับเปลี่ยนเป็นคนอื่นแล้ว จากนั้นรถก็ขับเคลื่อนออกไปทันที แล้วลูกน้องที่เหลือก็ขึ้นรถคันที่เหลือจนหมด แล้วรถก็ขับตามกันออกจากคลับ
“อืม...อีกนานไหมกว่าจะถึงโรงแรมของชยุท” หยางอี้เอ่ยถามไปแล้วเอาศอกยันขอบประตูแล้วเอามือยันหัวของตัวเองไว้ แล้วก็กดคลึงเบาๆอย่างมึนหัว
“รถติดแบบนี้น่าจะอีกประมาณสามสี่สิบนาทีครับนาย ที่นี่ค่อนข้างจะห่างจากโรงแรมคุณชยุทครับ...” ซูหานบอกไป เพราะในรถมีหน้าจอจีพีเอสที่ปักหมุดโรงแรมของชยุทไว้อยู่ และมีเวลาระยะทางรวมถึงจราจรติดขัดบอกอยู่ เขาก็รายงานไปตามที่เห็น
“หาเส้นทางลัดที่เลี่ยงรถติด ฉันต้องการไปถึงโรงแรมภายในยี่สิบนาที...” หยางอี้บอกไปแล้วเขาก็หลับตาลงอย่างอ่อนล้า
“ครับนาย...เห้ย หาทางลัดที่ไปถึงโรงแรมให้เร็วที่สุดหน่อยสิ....” ซูหานตอบรับก็หันไปบอกลูกน้องที่ขับรถทันที
“ครับๆ...” ลูกน้องของอาจ้าวก็ตอบไปแล้วเขาก็ยิ้มมุมปากทันที เพราะไม่คิดว่าโชคจะเข้าข้างเขาขนาดนี้ เขาจึงกดเปลี่ยนเส้นทางที่เจ้านายเลือกไว้ทันที เพราะทางนั้นมันปลอดโปร่งและสะดวกต่อการกำจัดหยางอี้ที่สุดๆ
พอรถขับมาสักพักซูหานก็รู้สึกว่าทางมันเริ่มมีๆไฟน้อยลงทุกที แล้วรอบข้างก็ดูเปลี่ยวมาก เขาจึงมองที่ภาพหน้าจอซึ่งมันก็ขับมาตามเส้นทางจีพีเอสแล้ว
“ทำไมทางนี้มันเปลี่ยวจังเลยวะ...ฉันว่าเราเปลี่ยนเส้นทางนี้ดีกว่า...ติ๊ด...นายขับเลี้ยวไปทางนี้ละกัน” ซูหานบอกไปก็เลือกทางใหม่ เพราะถ้าเลี้ยวไปทางขวามันจะมีแสงไฟและบ้านคนมากกว่าทางนี้
“ครับๆ...” ลูกน้องของอาจ้าวแกล้งตอบรับแล้วก็ยิ้มออกมา ก่อนจะเลี้ยวไปทางซ้ายแทน แล้วเขาก็เอามือซ้ายสะบัดชกไปทางซูหานอย่างแรง
“ทำไมเลี้ยวทางนี้วะ...เห้ย...พรึบ...แกไม่ใช่คนของฉัน...” ซูหานมองแบบไม่พอใจก็กันไปต่อว่า แต่กับเจอหมัดของคนขับส่งมา เขาก็รีบหลบอย่างว่องไวตามสัญชาตญาณการต่อสู้ของเขา
“ฉันคือคนที่จะมาฆ่าแกกับนายของแกไงล่ะ..หึๆ...เอี๊ยด! ปึก ปึก ....ผั้วะ! ” ลูกน้องของอาจ้าวตอบด้วยรอยยิ้มร้ายๆ แล้วเขาก็เบรกรถทันที จากนั้นก็ต่อยหมัดสู้กับลูกน้องของหยางอี้ไปแบบหนักหน่วง
