มาเฟียจาฟาร์ : 4
ไพร์มคีย์เอเจนซี่ คือบริษัทที่เห็นแววการแสดงไวโอลีนของชิชา จึงติดต่อผ่านนิสาว่าจะให้ทุนพิเศษได้เรียนกับอาจารย์ชื่อดัง และจะคอยหางานให้เธอเล่นสดตามงานการกุศล งานเลี้ยงหรู ๆ ด้วยเงินขั้นต่ำอยู่ที่ชั่วโมงละห้าพันบาท
สำหรับนักไวโอลีนไร้ชื่อเสียงอย่างเธอ ที่วัน ๆ หาเงินจากการเล่นเปิดหมวกตามถนนคนเดินและตลาดนัด บางวันได้หลักพัน บางวันหลักร้อย หรือบางวันแทบไม่ได้เลย ย่อมคุ้มกว่ามาก
"แบบนี้สวยยัง"
ชิชารีบปรับสีหน้าไล่ความกังวลออก เพิ่มรอยยิ้มที่มีลักยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าให้ปีใหม่ดู
"แบบนี้แหละ สวย ชนะเลิศ"
สองสาวหัวเราะกันอย่างเริงร่า ก้าวเดินเข้าไปในตึกที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเธอไปตลอดกาล
อีกด้าน โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
"แม่ล่ะ"
หลังจากออกจากคลับตะวันฉาย จาฟาร์ก็ได้รับสายด่วนจากบอดี้การ์ดของดารารัตน์แม่แท้ ๆ ว่าเธอเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ทำให้มาฟียหนุ่มรีบบึ่งรถมาที่โรงพยาบาลที่ตระกูลเดอลาเล็ตเป็นหุ้นส่วนใหญ่ทันที
"มาดามอยู่ด้านในค่ะ"
เชอร์รีน บอดี้การ์ดของดารารัตน์และเป็นที่เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานรีบหลบประตูทางเข้าให้นายน้อยของตระกูล
"แม่ครับ"
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมความห่วงใยเต็มอก สภาพที่จาฟาร์เห็นกลับผิดจากที่คิดไว้ คุณผู้หญิงของบ้านกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนไถแท็บเล็ต แม้ในมือข้างหนึ่งจะมีสายน้ำเกลือระโยงระยาง
"มาแล้วเหรอ"
ดารารัตน์ค่อย ๆ เงยสบตาลูกชายสุดที่รักเพียงคนเดียวของเธอ
"ท่านเป็นอะไร ทำไมถึงต้องให้น้ำเกลือ"
รีบเอ่ยถามพยาบาลสาวที่คอยดูแลอยู่ในห้อง หากแต่คนที่ตอบคำถามกลับเป็นแม่แท้ ๆ แทน
"โรคคนแก่ ที่จะตายวันตายพรุ่ง เฮ้อ ถ้ามีวาสนาได้อุ้มหลานก่อนตายคงหมดห่วง"
ประโยคหน้าฟังแล้วหดหู่ใจลูกชาย แต่พอพ่วงท้ายเหมือนตัดพ้อ จาฟาร์ก็พรูลมออกจากปาก อกที่หนักอึ้งก็ผ่อนคลายลงทันที
"งั้นผมก็สบายใจแล้ว"
เพราะผมจะไม่มีเมีย...
"นี่!"
เพียะ!
แขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มขึ้นรอยแดงเมื่อถูกฟาดด้วยฝ่ามือขอผู้ให้กำเนิด
"แกไม่ห่วงว่าแม่จะเป็นอะไรไปจริง ๆ หรือไง"
ดารารัตน์ตำหนิลูกชายด้วยสุ้มเสียงเจ็บปวดปนผิดหวัง
ปีนี้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็สามสิบสามแล้ว ทว่าแม้แต่แฟนหรือสาว ๆ ข้างกายยังไม่มี จะไม่ให้เธอใช้แผนเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลหลอกล่อให้พบหน้าลูกแล้วเป่าหูแบบนี้ได้เหรอ
"แม่แข็งแรงอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัว"
ร่างสูงโปร่งเตรียมลุกหนี ทว่าอุปกรณ์ที่หนีบนิ้วชี้ของดารารัตน์อยู่กลับส่งเสียงร้องขึ้น
"คนไข้คะ หายใจเข้าลึก ๆ นะคะ ค่อย ๆ ผ่อนคลาย หายใจช้า ๆ ค่ะ"
พยาบาลที่อยู่ในห้องรีบปรี่เข้ามาดูตัวเลขความดันที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมกับคนไข้ที่อ้าปากพะงาบ ๆ คล้ายหายใจไม่ออก
เหตุการณ์วุ่นวายในห้องดำเนินไปราว ๆ สิบนาทีจึงสงบลง
"ท่านเป็นอะไรไป"
จาฟาร์รีบเข้าไปถามหมอประจำคนไข้ที่เข้ามาช่วยระงับอาการ
"คนไข้มีภาวะเครียดสะสม เกิดภาวะหัวใจเต้นเบา หากมีอะไรกระทบกระเทือนจิตใจ อาจช็อกได้ทุกเวลา"
นี่แม่เขาไม่สบายจริงเหรอ?
"ตอนนี้คนไข้อาการทรงตัวแล้ว หมอขอแนะนำ อย่าให้มีอะไรทำให้คนไข้เกิดภาวะเครียดจะดีที่สุด"
หมอและพยาบาลออกไปแล้ว เหลือเพียงสองแม่ลูกที่ยังไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบจนอึดอัด
"ผมขอโทษ"
จาฟาร์เดินมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม เอื้อมมือไปจับมือเหี่ยวย่นตามอายุห้าสิบสามมากุมไว้
"แกอยากให้แม่อกแตกตายสินะ"
ดารารัตน์เริ่มเหน็บแนมเสียงขุ่น
"แม่ไม่ตายง่าย ๆ หรอก ผมจะโทรหาป๊า ให้เตรียมโรงพยาบาลในเครือที่นั่นไว้ดูแลแม่"
"ป๊าแกยื่นคำขาดมาแล้ว"
เหมือนจะคุยกันคนละเรื่อง ทว่าดึงดูดสายตาของจาฟาร์ให้หรี่ลงอย่างสงสัย
"ปีนี้ถ้าแกยังหาลูกสะใภ้ให้ตระกูลเดอลาเล็ตไม่ได้ ป๊าแกจะยึดธุรกิจของแกให้หมด"
นี่เรียกตัดหางปล่อยวัดกันชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง
