มาเฟียจาฟาร์ : 3
จาฟาร์สะบัดมือออกอย่างรังเกียจ พลางหยิบผ้าช็ดหน้าสีขาวสะอาดจากมือราชิคขึ้นมาซับรอยเลือดที่เลอะมืออย่างใจเย็น
ใบหน้าหล่อเหลาผินไปมองของบางอย่างที่ถูกยื่นให้อย่างรู้งาน มาเฟียหนุ่มรีบยื่นมือออกไปรับ 'คีมหนีบ' ขนาดเหมาะมือมาถือไว้
"ยะ...อย่าทำผมเลย ผมสำนึกผิดแล้...ว อ๊าก!"
ธาราขอร้องยังไม่ทันจบก็ถูกราชิคล็อกแขนเอาไว้ จากนั้นคีบหนีบปากเหล็กที่ทำขึ้นพิเศษแสนคมกริบในมือจาฟาร์ก็หนีบเข้าไปในเนื้อสด ๆ งัดเล็บที่เคยทำเรื่องสกปรกให้หลุดออกมาจากหนังมนุษย์แบบสด ๆ
"อุดปากมัน"
น้ำเสียงนั้นเรียบสนิทจนน่าขนลุก ราวกับเพชฌฆาตที่กำลังสั่งประหารมดปลวกสักตัว
ราชิคขยับกายอย่างรู้ใจ เขาคว้าเอาเศษผ้าเช็ดพื้นโสโครกที่ชุ่มไปด้วยคราบน้ำและฝุ่นดิน ยัดกระแทกเข้าไปในปากของคนทรยศจนสุดโคน เพื่อกลบเสียงร้องที่น่ารำคาญหู
ดวงตาคมกริบดุจน้ำแข็งจ้องมองหยดเลือดสีแดงฉาน ที่ค่อย ๆ ไหลซึมอาบปลายนิ้วกลางจากผลงานตนเอง ความอุ่นวาบของเลือดสด ๆ ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรังเกียจ
ตรงกันข้าม...
มันกลับปลุกความรื่นรมย์สายหนึ่งให้แล่นพล่านไปทั่วอกของมาเฟียหนุ่ม
"อื้อ อื้อ!"
ธาราเบิกตาโพลนจนแทบถลนออกจากเบ้า ร่างกายที่คุกเข่าอยู่สั่นกระตุกอย่างรุนแรงประหนึ่งนกปีกหักที่กำลังดิ้นรนก่อนสิ้นใจ สายตาพร่าเลือนจ้องมองคีมเหล็กในมืออีกฝ่ายที่มันเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเศษเนื้อและเลือดของเขาเอง
"เล็บนี้ สำหรับทีเค น้องชายกู"
เขาเอ่ยขานชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ามือกลับกระชากคีมออกอย่างรุนแรง เสียงเนื้อฉีกขาดดังชัดเจนในความเงียบ เล็บที่สองถูกถอนออกสด ๆ ตามด้วยเล็บที่สาม และสี่
ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่ประสาทส่วนกลางจนธาราแทบขาดใจตายเสียให้ได้ แต่เขากลับทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ ดิ้นพล่านอยู่กับพื้นเหมือนปลาที่ถูกขอดเกล็ดทั้งเป็น
เมื่อจัดการครบทุกเล็บในมือขวาแล้ว ร่างสูงใหญ่จึงหยัดกายลุกขึ้นอย่างเนิบนาบ เขาหยิบผ้าขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบเลือดโสโครกออกจากนิ้วมือทีละนิ้วอย่างใจเย็น ท่ามกลางภาพร่างที่บิดเบี้ยวด้วยความทรมานอยู่แทบเท้า
"จัดการให้เรียบร้อย ฉันไม่อยากได้ปุ๋ยสกปรก"
จาฟาร์สั่งเสียงนิ่งสุขุม เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองผลงานที่แสนอเนจอนาถนั้น ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้องลับไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดและความเงียบงันที่กัดกินลมหายใจของผู้ที่ยังติดอยู่ในขุมนรกแห่งการชดใช้
.
.
.
บทที่ 2 : แม่อยากได้ลูกสะใภ้
"ที่นี่แน่เหรอแก"
เสียงใสเอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างหวาดกังกล ดวงตาคู่สวยมองไปยังตึกสูงตรงหน้าที่ตั้งทะมึนมองแล้วเหมือนยืนอยู่ต่อหน้ายมทูตอย่างไรอย่างนั้น
"ก็ไม่ผิดนะ"
ปีใหม่ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของ ชิชา ตอบกลับ พร้อมตรวจทานจีพีเอสที่นำทางทั้งสองมาอย่างถูกต้อง
"งั้น เดี๋ยวฉันโทรหาแม่ก่อนนะ"
มือเรียวสวยล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรหานิสาผู้เป็นแม่ เสียงรอสายดังไม่นานก็มีการทักทายจากคู่สายดังขึ้น
"แม่อยู่ไหนคะ ตอนนี้พวกเราอยู่หน้าตึกที่แม่ส่งโลเคชันให้แล้ว"
"อ้อ ค่ะ เข้าไปได้เลยเหรอคะ"
ชิชาเงยมองหน้าเพื่อนสนิทราวต้องการตัวช่วยตัดสินใจ
"คงไม่มีอะไรมั้ง"
ปีใหม่ได้ยินเสียงแม่ของเพื่อนรักลอดออกมาจึงพยักหน้าปลอบใจให้ชิชาทำตามที่นิสาบอก
"แม่รีบมานะคะ พวกหนูจะขึ้นไปรอชั้นห้า"
ปลาสายตอบ "อือ" แค่คำเดียวก็กดตัดสายไป
สองสาววัยยี่สิบหมาด ๆ ยืนทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจูงมือกันขึ้นไปบนตึกที่มีป้ายตัวหนังสือขนาดใหญ่ติดอย่างอลังการ 'Prime Keys Agency'
"ทำหน้าสดใสเข้าไว้สิ ความฝันของแกอยู่ในนี้แล้วนะ"
ปีใหม่ตบไหล่เพื่อนเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจและเสริมพลังบวก
ชิชาแหงนมองป้ายชื่อบริษัทตรงหน้าอีกครั้ง
