มาเฟียจาฟาร์ : 2
ความเงียบระหว่างกันไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความเข้าใจของคนที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
“ดี”
เขาพึมพำพลางรับแก้วมาถือไว้
“เพราะในงานเลี้ยงส่วนตัวของฉัน อนุญาตให้มีแค่เสียงเพลงกับความบันเทิงเท่านั้น ไม่ใช่เสียงของพวกหนอนบ่อนไส้”
เขามองดูหยดน้ำที่เกาะรอบแก้ววิสกี้ พลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อน เหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้ว่า ‘ไอ้ธารา’ คนสนิทที่เขาเคยชุบเลี้ยงมาอย่างดีกล้าแว้งกัดเจ้าของบ้าน กล้าปล่อยข้อมูลการขนส่งสินค้าสำคัญรั่วไหลไปยังแก๊งคู่แข่ง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหมดความอดทนจริง ๆ คือการที่มันกล้าเปิดทางให้พวกมือปืนรับจ้างเดนตาย ลอบเข้ามาสาดกระสุนถึงในโซนวีไอพีของเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัว ในคืนที่มีงานเลี้ยงรับรองแขกผู้ใหญ่ระดับประเทศ และที่ทำให้เขาเดือดพล่านเพราะวันนั้น ญาติผู้น้องที่เขาเอ็นดูถูกลูกหลงไปด้วย
“มันคิดว่าฉันใจดี จนลืมไปว่าฉันเป็นใคร” น้ำเสียงของเขาพึมพำออกมาเบา ๆ
ราชิคที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ขยับตัวเล็กน้อย แววตาแข็งกร้าวขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เดียวกัน
“คนแบบนั้นไม่สมควรได้รับโอกาสครั้งที่สองครับนาย มันรู้ความลับของเรามากเกินไป และใจปลาซิวเกินกว่าจะเก็บความลับนั้นไว้ได้นาน”
สำหรับเขา ความผิดพลาดอาจยกโทษให้ได้ แต่การจงใจทรยศเพื่อทำลายรากฐานที่เขาสร้างมากับมือ คือบาปที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเท่านั้น
แสงไฟสลัวในห้องทำงานสะท้อนผิวหน้าเนียนละเอียดของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊ก เครื่องหน้าของเขาดูละมุน จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักได้รูปที่ดูหวานหยดย้อยราวกับเทพบุตรในภาพวาด แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับว่างเปล่าเย็นเยียบจนคนมองรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
ธาราถูกลากเข้ามาในห้อง ในสภาพโชกเลือด มันคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่บนพรมราคาแพง พลางเงยหน้ามองเจ้านายด้วยสายตาที่ยังแฝงแววดูแคลนลึก ๆ เพราะมันคิดมาเสมอว่าที่ ‘ตะวันฉาย’ เติบโตมาได้ขนาดนี้ เป็นเพราะบารมีของพ่อและกำลังของราชิค ส่วนไอ้คุณชายหน้าสวยนี่ก็แค่หุ่นเชิดกินบุญเก่า
“นาย... นายปล่อยผมไปเถอะ ผมสัญญาจะไม่ทำอีก”
ในใจเห่าหอน แต่พออ้าปากก็พยายามเค้นเสียงสั่นให้ดูน่าสงสาร แต่ประโยคต่อมานี่สิ ไม่น่าพูดเลย
“หน้าหวาน ๆ อย่างนาย อย่าให้ต้องเปื้อนเลือดเพราะคนอย่างผมเลยนะ”
จาฟาร์แค่นยิ้มเย็น เป็นยิ้มที่ทำให้ราชิคที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังขยับถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง เพราะเขารู้ดีว่านั่นคือสัญญาณของ ‘ปีศาจ’ ที่กำลังจะตื่น
“มึงคงลืมไปนะ”
ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่วงท่านิ่งสุขุม เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าคนทรยศ แล้วย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวสวยราวกับผู้หญิงเชยคางมันขึ้นมาสบตา แสงไฟตกกระทบใบหน้าหล่อหวานที่ดูบริสุทธิ์ กลับเป็นดูสยดสยองในนาทีนี้
“ว่าใบหน้าหวาน ๆ ของกู มันเอาไว้ทำธุรกิจเท่านั้น แต่กับหมาลอบกัด กูมีวิธีปฏิบัติที่ต่างออกไป”
เพล้ง!
รวดเร็วเท่าความคิด เขาคว้าแก้ววิสกี้บนโต๊ะฟาดเข้าที่ขมับของธาราอย่างแรงจนแก้วแตกกระจาย เลือดสีข้นไหลอาบใบหน้าของมันทันที
"อ๊าก!"
ธาราร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่มือหนาคู่นั้นกลับคว้าหมับเข้าที่เส้นผมที่เริ่มมีสีขาวแซมตามอายุ กระชากหยุมหัวมันให้เงยขึ้นมาสบตาเขาอีกครั้ง
เศษแก้วคมกริบที่อยู่ใกล้ ๆ ถูกหยิบขึ้นมาช้า ๆ จ่อปลายแหลมคมปากฉลามกรีดลงบนพวงแก้มของคนทรยศ ลากเป็นทางยาวจนผิวหนังแยกออก พร้อมน้ำสีข้นของเลือดชั่วอาบตามรอยแผลเหวอะหวะ
เสียงกรีดร้องถูกกลืนหายไปเมื่อเขาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่สั่นประสาท
“คุณลุงคงเสวยสุขจนเคยตัว เลยคิดว่ากูไม่มีปัญญาทำอะไรเองนอกจากใช้บอดี้การ์ดอย่างราชิค แต่เชื่อเถอะครับ วันนี้กูจะสงเคราะห์ให้เห็นเป็นขวัญตา จะได้รู้ซึ้งว่าไอ้หน้าหวานที่มึงตราหน้าว่ากระจอก เวลาเขานั่งมองเลือดมึงไหลตอนที่ถอดเล็บมึงทิ้งทีละข้าง จะสะใจขนาดไหน!”
เริ่มต้นด้วยการเรียกขานธาราอย่างนับถือ ย้อนแย้งกับสรรพนามแทนตัวที่ตบหน้าธาราด้วยความแค้นที่ฝังในอก
