CHAPTER 5 มีลูกตั้งแต่เมื่อไร
เอมลิรินทร์กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพอ่อนล้า ความปวดหนึบในศีรษะยังไม่หายไปง่ายๆ ราวกับสมองกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ภาพซันเดย์ยังวนอยู่ในหัวจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“น้องเพลง พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” เสียงของกองทัพดังขึ้นจากห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ ราวกับกำลังกังวลอะไรบางอย่างอยู่
“พี่ทัพเมื่อสามปีก่อน เกิดอะไรขึ้นกับเพลงกันแน่” เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาสับสน
“ทำไมน้องเพลงถามพี่แบบนั้น” กองทัพชะงักไปทันที
“เพลงแค่อยากจำทุกอย่างได้”
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนนั่งลงตรงข้ามเธอตอนที่เขาเจอน้องสาวครั้งแรก หญิงสาวอาการสาหัสพอตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้แล้ว
“พี่...”
“เราไม่เคยอยู่ด้วยกันใช่มั้ย” เพราะเธอสัมผัสได้ว่าไม่เคยมีความผูกพันกันเลยสักนิด
“น้องเพลงเป็นลูกนอกสมรสของคุณพ่อ พวกเราเจอน้องเมื่อสามปีก่อน ตอนที่โรงพยาบาลติดต่อมาขอบริจาคเลือด” เพราะตระกูลพวกเขามีกรุ๊ปเลือดพิเศษ ความบังเอิญทำให้คุณพ่อรับรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีแค่ลูกชาย
“แล้วเมื่อก่อนเพลงอยู่กับใคร”
“พี่ไม่รู้เหมือนกันแม่ของน้องเพลงเอาลูกไปทิ้งไว้ที่บ้านเด็กกำพร้า”
เอมลิรินทร์ยิ่งปวดขมับเมื่อพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด แต่ทุกอย่างกลับมืดแปดด้าน เพราะเธอไม่รู้อะไรเลย
“แต่พี่รักน้องเพลงนะ” กองทัพรีบกุมมือน้องสาวไว้แน่น ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ส่วนน้องสาวนั้นกลับลำบาก
“เพลงไม่โกรธพี่หรอกค่ะ”
“พี่ขอร้องน้องเพลงช่วยพี่หน่อยได้มั้ย พี่หมดหนทางแล้ว” ใบหน้าเขาดูเศร้าลงทันที
“เรื่องอะไรคะ”
“ทางนั้นยื่นข้อเสนอมา ให้น้องเพลงไปฝึกงานที่นั่น”
“ทำไมเพลงต้องไปด้วย” พอนึกถึงเขาจิตใจเธอว้าวุ่นทันที
“เขาน่าจะชอบน้องเพลงแน่เลย ถ้าไม่ไปเขาจะไม่ยอมเดินหน้า” เขายอมรับว่าตัวเองยังอ่อนหัดเรื่องธุรกิจเป็นอย่างมากอายุไล่เลี่ยกับธีรชล แต่อีกฝ่ายเดินนำหน้าเขาไปไกล
“เขาจะมาชอบเพลงได้ไง เขามีลูกมีครอบครัวแล้ว”
“คุณโซ่เขามีแค่ลูก เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวส่วนภรรยาไม่เคยมีใครเห็นหน้า และไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน” กองทัพเริ่มนึกอะไรออกมาได้
“พี่ทัพจะให้เพลง...”
“ถ้าเขาชอบน้องเพลง ช่วยเปิดใจหน่อยได้มั้ย”
“พี่ทัพกว่าจะพาบริษัทไปไม่รอดเหรอ” เธอถามตรงๆ เพราะช่วงนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดี
“ถ้าวันหนึ่งมันเป็นแบบนั้นจริงๆ น้องเพลงจะไม่ลำบาก”
“เพลงไม่ชอบเขาค่ะ เรื่องที่จะไปฝึกงานที่นั่นเพลงรับปาก ส่วนเรื่องความรักเพลงจะเลือกเอง”
เธอรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้เขาเท่าไรนัก เพราะสายตาที่ยากจะเข้าใจของเขา ไหนจะลูกชายของเขาอีกที่เอาแต่เรียกเธอว่าแม่
ภายในร้านอาหารสุดหรูถูกตกแต่งด้วยแสงไฟสีทองนวลตา เสียงดนตรีคลอเบาๆ ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก
เอมลิรินทร์ในชุดเดรสสีขาวเรียบหรูเดินเข้ามาภายในร้าน เส้นผมยาวสลวยถูกปล่อยลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งขับให้เธอดูสวยสะดุดตาจนหลายคนอดหันมามองไม่ได้ ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาใครบางคน ก่อนจะหยุดลงที่ชายหนุ่มต่างชาติซึ่งกำลังลุกขึ้นจากโต๊ะทันทีที่เห็นเธอ
“รอนานมั้ยคะ”
“ไม่ครับ ผมเพิ่งมา” เดเนียลยิ้มอ่อนโยน ก่อนผายมือไปยังเก้าอี้ตรงข้าม “คุณเพลงนั่งก่อน”
“ขอบคุณค่ะ” เธอนั่งลงอย่างเรียบร้อย พลางมองอาหารบนโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วหลายอย่าง
“ผมสั่งแต่ของชอบคุณมาทั้งนั้นเลย”
“คุณรู้ได้ยังไงคะ” หญิงสาวเงยหน้ามองเขาอย่างแปลกใจ
“เกเบรียลบอกผม”
ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างรู้ทัน คงไม่พ้นพี่ชายตัวดีของเธอที่เอาแต่จับคู่ให้เธอตลอด
“พี่ทัพนี่นะ ชอบวุ่นวายเรื่องชาวบ้านตลอด” เธอส่ายหน้าเล็กน้อย
“เขาเป็นห่วงคุณมาก แล้วผมเองก็อยากรู้จักคุณให้มากขึ้นเหมือนกัน” เดเนียลมองเธอนิ่งๆ เขาชอบหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็น
“เอ่อ...”
“ทานอาหารดีกว่าครับเดี๋ยวจะเย็นเอา” เขารีบตักอาหารให้เธอทันที
ทั้งสองนั่งพูดคุยกันไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกของร้านอาหารหรู แสงเทียนที่ส่องสะท้อนใบหน้าของเดเนียลทำให้เขาดูอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างมาก
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป หญิงสาวกลับยิ่งรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะสายตาของชายหนุ่มที่มองเธอราวกับกำลังรอคำตอบบางอย่าง
“ถ้าคุณเพลงไม่มีใคร เรามาคบกันได้ไหมครับ” เดเนียลวางช้อนส้อมลง ก่อนมองเธอตรงๆ
“เพลงว่า...” หญิงสาวชะงักทันที เธอเม้มริมฝีปากเบาๆ ก่อนหลบสายตา
“แม่จ๋า!” เสียงเล็กใสดังขึ้นพร้อมร่างน้อยที่วิ่งพุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อเห็นซันเดย์ยืนยิ้มอยู่ข้างโต๊ะ
“น้องซันเดย์! หนูมากับใคร” เธอรีบลุกขึ้นจับมือเด็กน้อยไว้ทันที
“มากับพ่อครับ”
คำตอบนั้นทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ร่างสูงของธีรชลก็เดินเข้ามาหยุดข้างลูกชาย สีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาคมกลับเย็นเฉียบเมื่อมองไปยังเดเนียล
“นี่มันอะไรกัน คุณมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่” เดเนียลมองเอมลิรินทร์ด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างชัดเจน สายตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“คือไม่ใช่แบบนั้นนะคะ” เธอรีบเอ่ยอธิบาย แต่ชายหนุ่มกลับไม่ฟัง
“ผมให้เกียรติคุณมาตลอด แต่คุณกลับปิดบังเรื่องสำคัญแบบนี้” เขาหัวเราะออกมาอย่างเสียความรู้สึก
“คุณเดเนียล ฟังเพลงก่อน”
“ไอ้เกเบรียลมันคิดจะขายของมือสองให้ผมหรือไง” เขาพูดแทรกเสียงเข้ม
คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวหน้าเสียทันที แต่คนที่เปลี่ยนสีหน้าเร็วที่สุดกลับเป็นธีรชล แววตาคมเย็นชาลงในพริบตาเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเธอ
“อย่ามาว่าแม่ของซันนะ!” ซันเดย์ตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ เด็กน้อยรีบกอดเอมลิรินทร์ไว้แน่น
“หุบปาก!” เดเนียลหันไปมองเด็ก ก่อนหลุดพูดเสียงแข็ง
เพียะ!
ใบหน้าของเดเนียลหันไปตามแรงตบทันที ทั้งบริเวณนั้นเงียบสนิท ธีรชลลดมือลงช้าๆ เขาควบคุมแรงไว้มากที่สุดเพราะกลัวว่าซันเดย์จะตกใจ แต่แววตากลับน่ากลัวจนไม่มีใครกล้าพูดอะไร
“กล้าขึ้นเสียงกับลูกชายผมเหรอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบอย่างถึงที่สุด
“นี่ผัวคุณใช่ไหม กล้ามากที่ทำกับผมแบบนี้” เดเนียลหันกลับมามองเขาอย่างไม่พอใจ
“เป็นผู้ชายภาษาอะไร ถึงได้ดูถูกผู้หญิง ต่อให้เธอมีอดีตยังไง ก็ไม่มีสิทธิ์พูดจาเหยียดหยามเธอแบบนั้น” เขาจ้องเดเนียลเขม็ง
“คุณรู้มั้ยว่าผมเป็นใคร” เดเนียลกัดฟันถาม สีหน้ายังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แม้จะเริ่มรู้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดา
“มีปัญหาอะไรติดต่อผมได้” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ผมธีรชล พิสิฐเมธากร”
ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น สีหน้าของเดเนียลก็เปลี่ยนไปทันที ไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ และหลายคนอยากร่วมลงทุนด้วย
“คุณคือเจ้าของ The Metha Empire?” น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ใครในวงการธุรกิจจะไม่รู้จักอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับประเทศแห่งนี้ โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่เขาพยายามเข้ามาขอร่วมลงทุนอยู่ตอนนี้
“เรื่องที่คุณมาขอร่วมลงทุนด้วย ผมว่าคุณได้คำตอบแล้วนะ” เขาเว้นช่วงเล็กน้อย
“คุณธีรชลผมขอโทษที่ไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานเลยครับ” เขารีบพูด
“เรื่องส่วนตัว? คุณดูถูกแม่ของลูกผมต่อหน้าลูกชาย แล้วยังคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องส่วนตัวอีกเหรอ” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนหันไปมองเอมลิรินทร์ที่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างซันเดย์
“ขอโทษเพลงซะ” น้ำเสียงเข้มนั้นเด็ดขาดจนบรรยากาศรอบโต๊ะกดดันทันที
“ผมขอโทษคุณเพลงด้วยนะครับที่พูดจาไม่ดีใส่” เดเนียลหันไปขอโทษหญิงสาวทันที
“เดี๋ยว!” เขาเรียกไว้เมื่ออีกฝ่ายจะเดินหนีออกไป
“คะ ครับ”
“ขอโทษลูกชายผมด้วย”
“ผมขอโทษด้วยครับ ไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นเสียงใส่” เดเนียลกำหมัดแน่นเหมือนโดนหยามศักดิ์ศรี แต่จำเป็นต้องขอโทษ
“เพลงจะถือว่าเราหายกัน เรื่องนี้จะไม่ถึงหูพี่ทัพ”
“ขอบคุณมากๆ ครับ” เดเนียลรีบเดินออกไปทันที แม้แต่ค่าอาหารก็ยังไม่จ่าย
