บท
ตั้งค่า

CHAPTER 2 อยากเจอแม่

ภายในห้องทำงานในคฤหาสน์หลังโต หลังจากที่พาลูกชายเข้านอนธีรชลรีบเข้ามา บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ

เขานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมคายเย็นชาราวกับไร้อารมณ์ แต่สายตาของเขากลับจ้องข้อมูลบนหน้าจอไอแพดไม่วางตา

“เอมลิรินทร์ ศุภธีรกุล” เขาอ่านชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมา

โดยเฉพาะนามสกุลศุภธีรกุล ยิ่งมองคิ้วเข้มก็ยิ่งขมวดแน่น เพราะเขารู้จักตระกูลนี้ดี ตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลไม่น้อยในวงการอสังหาฯ และที่สำคัญบ้านหลังนั้นมีลูกชายเพียงคนเดียว

“ผมสืบมาแล้วในบ้านหลังนั้นมีลูกชายเพียงคนเดียว ถ้าเดาในทางที่ไม่ดีคือคุณเอมลิรินทร์น่าจะเป็นภรรยา...” ปราชญ์ชะงักเมื่อเห็นสายตาเย็นจัดของเจ้านาย

ปัง!

เสียงไอแพดถูกกระแทกลงบนโต๊ะดังสนั่น ปราชญ์สะดุ้งทันที เส้นเลือดบนมือของธีรชลปูดขึ้นชัด เมื่อเขากำเครื่องในมือแน่นจนแทบแตก

“หุบปากซะ!” เสียงตวาดดังลั่นห้อง ดวงตาคมแดงก่ำไปด้วยอารมณ์ที่กดไว้ไม่อยู่

เขาไม่อยากได้ยิน ไม่อยากแม้แต่จะคิดว่าผู้หญิงคนนั้นอาจเป็นภรรยาของใครอีกคน ทั้งที่ครั้งหนึ่งเธอเคยบอกว่าจะรักเขาคนเดียว ชายหนุ่มหายใจแรง ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสมเพชตัวเองเกือบสามปีแล้ว แต่เขายังเจ็บเหมือนวันแรก

“ผู้หญิงสารเลว กล้าลืมลูกตัวเองได้ยังไง” เสียงต่ำแหบพร่าดังขึ้นในห้องเงียบๆ

ภาพที่เห็นลูกชายงอแงจะหาแม่ทำให้เขาปวดใจแค่ไหน เขาเลี้ยงลูกชายมาตามลำพังด้วยความรักความใส่ใจ แต่อีกฝ่ายเป็นแม่แท้ๆ กลับทำให้ลูกร้องไห้

“เจ้านายเป็นอะไรครับ” ปราชญ์เห็นเจ้านายกุมขมับ จึงรีบเข้ามาถามอาการ

“ไปพักผ่อนได้แล้ว”

“เจ้านายรีบไปพักผ่อนดีกว่าครับ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว”

เขาพยักหน้า สายตายังจับจ้องไปที่ไอแพดหญิงสาวกำพร้าที่สู้ชีวิต จู่ๆ วันนี้กลับกลายเป็นคนของตระกูลผู้ดี เขาก็รวยล้นฟ้าไม่แพ้บ้านนั้น เผลอๆ มีมากด้วยซ้ำไป แต่เอมลิรินทร์กลับไม่รักดี

“เดี๋ยว!” เขาเรียกลูกน้องไว้

“ครับ”

“โครงการลงทุนที่หัวหินกับศุภธีรากรุปชะลอไว้ก่อน” เขาเอ่ยเสียงนิ่งในเมื่อเขาเจ็บ ผู้หญิงคนนั้นต้องชดใช้ในความเจ็บปวดของเขากับลูกชาย

“โครงการนี้เราลงทุนไปเกือบ 50% แล้วนะครับ”

“ทำตามที่ฉันบอก” เขาเอ่ยเสียงเข้ม พร้อมกับแผนการร้ายทันที

“รับทราบครับ” ปราชญ์ไม่มีสิทธิ์เอ่ยอะไรอีก เพราะเป็นความต้องการของเจ้านาย

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว เอมลิรินทร์นอนจมอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ ร่างทั้งร่างไร้เรี่ยวแรง เลือดสีแดงสดไหลออกจากศีรษะจนเปียกพื้น

ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมดเธอพยายามขยับตัว แต่แม้แต่ปลายนิ้วก็แทบไม่มีแรง เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ

“มันจะตายมั้ย” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะมีอีกเสียงตอบกลับมาอย่างเย็นชา

“ถ้าตายก็ดีจะได้จบเรื่อง”

หญิงสาวเบิกตากว้างทันทีเธอพยายามมอง แต่เห็นเพียงเงาร่างเรือนลาง ของผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางความมืด

“ชะ ช่วย…” เสียงของเธอแหบพร่าแทบไม่ได้ยิน น้ำตาไหลออกมาช้าๆ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ดับวูบลง

“เฮือก!”

หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ห้องทั้งห้องมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเล็กน้อย หญิงสาวหอบหายใจแรง มือรีบกุมหน้าอกตัวเองไว้ เหงื่อซึมเต็มไรผม แม้เครื่องปรับอากาศจะเย็นจัด หัวใจเต้นแรงจนเจ็บไปหมด

“นี่เราฝันอีกแล้วเหรอ” เธอพึมพำเสียงเบา

ฝันแบบนี้ตามหลอกหลอนเธอมาหลายปีแล้ว แล้วก็ความรู้สึกเจ็บปวดจนแทบขาดใจ เอมลิรินทร์ยกมือกุมขมับทันที เมื่ออาการปวดหัวเริ่มแล่นขึ้นมาอีกครั้ง

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์ศุภธีรกุล บรรยากาศในห้องอาหารกลับเงียบผิดปกติ

เอมลิรินทร์เดินลงบันไดมาช้าๆ หลังจากแทบไม่ได้นอนทั้งคืน ภาพของเด็กน้อยที่ร้องเรียกเธอว่าแม่ ยังติดอยู่ในหัวไม่หาย รวมถึงสายตาของผู้ชายคนนั้นสายตาที่ทั้งเจ็บปวดและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน

“พี่ทัพมีเรื่องอะไรเหรอคะ” เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นพี่ชายนั่งกดขมับอยู่ที่โต๊ะอาหาร เอกสารหลายชุดถูกวางกระจัดกระจายตรงหน้า

“โครงการที่หัวหิน จู่ๆ ก็ถูกระงับ ไม่เข้าใจว่า The Metha Empire คิดจะทำอะไร” กองทัพเงยหน้าขึ้น สีหน้าดูเคร่งเครียดชัดเจน เขาหงุดหงิดขึ้นมา

“เกิดอะไรขึ้นคะ” เธอขมวดคิ้ว

ชื่อบริษัทนั้นทำให้มือของหญิงสาวชะงักทันที หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ The Metha Empireบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด และเจ้าของบริษัทคือธีรชล พิสิฐเมธากร

ภาพใบหน้าหล่อเหลาของเขาผุดขึ้นมาในหัวทันที โดยเฉพาะสายตาคมเข้มเมื่อคืน เอมลิรินทร์รีบหลบสายตาตัวเองลงต่ำ

“ใจเย็นก่อนนะคะพี่ทัพ” เธอเดินเข้าไปนั่งข้างพี่ชาย พยายามปลอบทั้งที่ใจตัวเองก็วุ่นวายไม่ต่างกัน

“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่” เขาหยิบเอกสารขึ้นมาโยนลงบนโต๊ะ

“เหมือนอีกฝ่ายตั้งใจบีบเรา”

“อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็ได้ค่ะ”

หญิงสาวเม้มปากเงียบ หัวใจเธอเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น

“น้องเพลงช่วยเข้าประชุมกับพี่หน่อยนะ ทางนั้นนัดประชุมบ่ายนี้แล้ว”

“ได้สิคะ” เธอตอบรับทันที

หลังการจากไปของคุณพ่อเมื่อสองปีก่อน กองทัพจำต้องขึ้นมารับตำแหน่งบริหาร แม้ประสบการณ์ยังไม่มากนัก เขาจึงยังต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญกว่า และหากศุภธีรกุลได้ร่วมงานกับ The Metha Empire ก็ย่อมช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของบริษัทในวงการธุรกิจอย่างมหาศาล

ซันเดย์นั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้เด็ก ใบหน้าป่องๆ งอง้ำชัดเจนเมื่อเห็นพ่อเดินเข้ามาในห้องอาหารตั้งแต่เมื่อคืน เด็กน้อยยังไม่ยอมคุยกับพ่อดีๆ เลย

“ทานข้าวเที่ยงกันครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ราวกับไม่สนใจว่าลูกชายจะยังโกรธอยู่แค่ไหน

“ซันอยากเจอแม่” ซันเดย์เบือนหน้าหนีทันที

คำพูดสั้นๆ ทำให้มือของธีรชลชะงักไปเล็กน้อย แต่เขายังคงรักษาสีหน้าเรียบนิ่ง

“อยากเจอต้องกินข้าว เดี๋ยวพ่อพาไปทำงานด้วย” เขานั่งลงตรงข้ามลูก ก่อนเลื่อนจานอาหารไปให้ เขารู้ดีว่า ช่วงบ่ายเอมลิรินทร์ต้องเข้าประชุมที่บริษัท

“จริงเหรอ!” ดวงตากลมโตของซันเดย์เป็นประกายขึ้นมาทันที เด็กน้อยรีบลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้อย่างตื่นเต้น

“วันนี้ซันต้องแต่งตัวหล่อๆ แม่จะได้รักซันเยอะๆ” เด็กน้อยก้มลงมองชุดตัวเอง ก่อนยิ้มกว้าง

ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที ชายหนุ่มนิ่งไปหัวใจเหมือนถูกบีบแน่นอย่างช้าๆ เขามองลูกชายที่กำลังยิ้มอย่างมีความหวัง ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ มือใหญ่กำช้อนแน่นขึ้นเล็กน้อย

“คุณพ่อเป็นอะไรครับ”

“เปล่าครับ รีบกินดีกว่าเดี๋ยวพ่อเข้าบริษัทสาย”

“ทำไมทุกคนถึงพูดว่าแม่หนีไปกับชู้” ซันเดย์ยังคงจำคำนี้ได้แม่น แต่ไม่รู้ความหมายของมัน

“ใครพูดให้ลูกได้ยิน” เขาหน้าเสียทันที

“คุณอา กับคุณย่าครับ”

สองแม่ลูกนั้นกล้าดียังไงถึงพูดเรื่องพวกนั้นต่อหน้าลูกชายของเขา ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดไล่พวกเธอออกจากบ้าน ก็เพียงเห็นแก่ดวงวิญญาณของผู้เป็นพ่อเท่านั้น

“ลูกอยู่ห่างๆ จากสองคนนั้นหน่อยนะ”

“ซันไม่ชอบครับ” ซันเดย์รับรู้ว่าสองแม่ลูกไม่ชอบเขาเช่นกัน

“แม่ของลูกเขาไม่ใช่คนแบบนั้น” เขาพยายามฝืนยิ้มให้ลูกชาย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคำถามเหล่านี้มักวนเวียนอยู่ในหัวตลอด เขาอยากหญิงสาวกลับมาพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้หนีไปกับชายชู้อย่างที่คนอื่นพูด แต่วันนี้เขาพอจะรู้แล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel