บท
ตั้งค่า

CHAPTER 1 แม่กลับมาแล้ว

ซันเดย์วิ่งทั้งน้ำตาโดยไม่สนใจทางตรงหน้าขาเล็กๆ ก้าวเร็วเท่าที่เด็กสามขวบจะทำได้ จนสุดท้ายก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างแรง

ปึก!

“โอ๊ย” ร่างเล็กกระเด็นล้มลงนั่งกับพื้นพรมนุ่มทันที

“ตายแล้ว! เจ็บตรงไหนมั้ยคะ” หญิงสาวตรงหน้ารีบย่อตัวลงหาเขาอย่างตกใจ

เอมลิรินทร์รีบประคองเด็กน้อยขึ้นมา มือเรียวลูบสำรวจตามแขนขาเล็กๆ อย่างเป็นห่วง กลัวว่าเด็กจะบาดเจ็บ

ซันเดย์ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แล้วดวงตากลมโตของเด็กน้อยก็เบิกกว้าง ภาพในความทรงจำที่เขาเฝ้ามองจากรูปถ่ายทุกคืน

“ไม่เจ็บครับ แม่! แม่จ๋า” เสียงเล็กสั่นเครือ ก่อนน้ำตาจะไหลพรากอีกครั้ง

เอมลิรินทร์ชะงักเด็กน้อยโผเข้ากอดเธอทันที แขนป้อมๆ กอดรอบคอเธอแน่นราวกับกลัวว่าจะหายไปอีก

“หนูเรียกใครว่าแม่จ๊ะ” เธอถามเสียงเบา หัวใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาดเมื่อเห็นน้ำตาของเด็กคนนี้

“นี่ไงแม่ของซัน” ซันเดย์เงยหน้าขึ้นมองเธอทั้งสะอื้น คำพูดไร้เดียงสาทำให้เอมลิรินทร์นิ่งค้าง

“เอาล่ะๆ หนูหยุดร้องไห้ก่อนนะ เราไปหาที่คุยกันดีกว่า” เธอหันมองซ้ายมองขวาเผื่อว่าจะเห็นพ่อแม่ของเด็กน้อย

“ไปกันครับแม่” ซันเดย์ส่งยิ้มให้แก้มปริ โชว์ซี่ฟันเล็กๆ ที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ

เอมลิรินทร์พาเด็กน้อยออกมานั่งที่สวนด้านนอกของโรงแรม บริเวณนั้นเงียบกว่าด้านในมาก มีเพียงเสียงน้ำพุและลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านเบาๆ เธอหยิบแก้วน้ำผลไม้ส่งให้เด็กชาย

“ค่อยๆ ดื่มนะจ๊ะ”

“ครับ” ซันเดย์รับไปด้วยสองมือ ก่อนดูดน้ำเสียงดังจ๊วบอย่างเด็กๆ จนเธอเผลอยิ้มออกมา

หญิงสาวนั่งลงข้างเขา พลางมองสำรวจใบหน้ากลมๆ นั้นอีกครั้งยิ่งมองยิ่งรู้สึกคุ้นเคย โดยเฉพาะดวงตาและรอยยิ้มบางๆ แต่พอพยายามนึก ความปวดหนึบที่ขมับกลับแล่นขึ้นมาทันที เอมลิรินทร์ยกมือกดศีรษะเบาๆ

“เป็นอะไรรึเปล่าครับแม่”

“เอ่อ หนูชื่ออะไรจ๊ะ” เธอถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง พร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนให้

“แม่ลืมชื่อซันแล้วเหรอ” ซันเดย์ทำตาโตทันที น้ำเสียงน้อยใจเล็กๆ ทำให้เอมลิรินทร์ใจหาย แต่เด็กน้อยกลับรีบส่ายหน้าเอง

“ไม่เป็นไร ซันแนะนำตัวให้แม่รู้จักใหม่ก็ได้” เขาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะอย่างตั้งใจ ก่อนนั่งหลังตรงเหมือนเด็กดี

“ผมชื่อเด็กชายธีรภัทร พิสิฐเมธากร ชื่อน้องซันเดย์ อายุสามขวบครับ พ่อบอกว่าชื่อนี้แม่ตั้งให้เพราะซันเกิดวันอาทิตย์”

“หนูเป็นลูกของ…” เอมลิรินทร์นิ่งไปทันทีนามสกุลนี้เธอรู้จัก

“ลูกพ่อโซ่ครับ”

“อ๊ะ” เธอรีบจับหัวตัวเอง สีหน้าซีดลงทันที

“แม่!” ซันเดย์รีบขยับเข้าไปกอดแขนเธออย่างเป็นห่วง

“ซันเดย์!” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นอย่างร้อนรนเด็กน้อยสะดุ้ง ก่อนหันไปมอง

ธีรชลกำลังเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดผิดจากปกติ ข้างหลังมีเลียมและลูกน้องอีกหลายคนเดินตามมาติดๆ ทันทีที่มาถึง เขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าลูกชาย

“ทำไมถึงทำแบบนี้ ห๊ะ พ่อกับลุงเลียมเป็นห่วงแทบแย่” น้ำเสียงดุจัด แต่แฝงความโล่งใจเอาไว้ชัดเจน

ซันเดย์เม้มปากทันที ดวงตาเริ่มแดงอีกครั้ง ก่อนจะโผเข้ากอดคอพ่อ ตกใจที่ได้ยินพ่อตะคอกใส่ตัวเอง คนที่ถูกตามใจมาตลอดจึงร้องไห้อย่างเสียขวัญ

“ฮึก ซันขอโทษ” เด็กน้อยร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

ธีรชลกอดลูกชายไว้แน่นเมื่อเห็นเด็กน้อยยังสะอื้นไม่หยุดมือใหญ่ลูบหลังเล็กๆ เบาๆ เพื่อปลอบ

“โอเคครับ พ่อไม่ดุแล้ว” เขาพูดเสียงต่ำ ก่อนเช็ดน้ำตาบนแก้มป่องของลูกชายออกให้ จากนั้นสายตาคมก็เหลือบไปเห็นแก้วน้ำบนโต๊ะสีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที

“พ่อบอกแล้วใช่ไหม ว่าห้ามดื่มน้ำจากคนแปลกหน้า” น้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของคนเป็นพ่อ

ซันเดย์รีบก้มหน้าทันทีเพราะเขาไม่เชื่อฟังคำพูดของพ่อ แต่ก่อนเด็กน้อยจะได้พูดอะไร เสียงหวานของหญิงสาวก็ดังขึ้น

“ฉันเห็นน้องเขาบ่นหิวน้ำฉันเลยให้ค่ะ ขอโทษที่ทำให้คุณเป็นห่วงนะคะ” เอมลิรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ

เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ และทันทีที่แสงไฟจากสวนส่องกระทบใบหน้าชัดเจน ธีรชลก็เหมือนหยุดหายใจ เมื่อเขาเงยหน้ามอง

“นี่คุณ…” เสียงของเขาแผ่วลงอย่างไม่รู้ตัว

ดวงตาคมสั่นไหวทันทีที่มองเห็นผู้หญิงตรงหน้า ใบหน้าที่เขาคิดถึงทุกคืน ผู้หญิงที่หายไปจากชีวิตพร้อมบาดแผลในใจ

ผู้หญิงที่เขาตามหามาสามปี ธีรชลลุกขึ้นยืนช้าๆ สายตาไม่อาจละจากเธอได้เลย เอมลิรินทร์เองก็เริ่มอึดอัดกับสายตานั้น หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ

ทั้งคู่ยืนนิ่งมองกันอยู่แบบนั้นราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงสองคน ลูกน้องของธีรชลต่างพากันถอยไปอยู่ห่างๆ ก่อนเสียงใสๆ ของซันเดย์จะดังแทรกขึ้นมา

“พ่อครับแม่สวยขึ้นใช่มั้ย มองตาไม่กะพริบเลย” เด็กน้อยมองผู้ใหญ่ทั้งสองสลับไปมา

“น้องซันเดย์ ฉันไม่ใช่แม่ของหนูจ้ะ”

เอมลิรินทร์รีบหันไปบอกเด็กน้อย สีหน้าดูลำบากใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงเรียกเธอว่าแม่ซ้ำๆ ทั้งที่เธอไม่เคยมีลูก

แต่ทันทีที่เห็นแววตาผิดหวังของเด็กชาย หัวใจของเธอกลับเจ็บแปลบอย่างประหลาด เหมือนกำลังทำร้ายใครบางคนที่สำคัญมาก

“ฮึก แม่โกรธอะไรพวกเรา ทำไมถึงพูดแบบนั้น” ซันเดย์เม้มปากแน่น น้ำตาไหลลงมาอีกครั้ง เสียงเล็กสั่นเครือจนคนฟังใจหาย

เด็กน้อยรีบเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้แน่น กลัวว่าเธอจะเดินหายไปอีก เอมลิรินทร์มองมือน้อยๆ ที่กุมเธออยู่แล้วใจสั่น

“ฉันไม่ใช่แม่หนูจริงๆ นะ” เธอพูดเบาๆ แต่ยิ่งพูด เด็กน้อยก็ยิ่งร้องไห้หนัก

“แม่อย่าไปจากซัน” เสียงสะอื้นดังขึ้นไม่หยุด

ภาพนั้นทำให้ธีรชลกำมือแน่น ดวงตาคมเต็มไปด้วยความโกรธที่กดไว้แทบไม่อยู่ เขามองผู้หญิงตรงหน้าเขาจำเธอได้ตั้งแต่ปลายผม

ทั้งโกรธทั้งเจ็บทั้งคิดถึงจนแทบคลั่ง ผู้หญิงคนนี้หายไปเกือบสามปี ทิ้งเขากับลูกไว้ข้างหลังโดยไม่มีแม้แต่คำอธิบาย

แต่วันนี้พอกลับมากลับทำเหมือนไม่รู้จักแม้กระทั่งลูกของตัวเอง ธีรชลหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเย็นชา มองหญิงสาวด้วยความรู้สึกหลากหลาย

“พ่อพูดอะไรกับแม่หน่อย” ซันเดย์สะอื้นเสียงเบา ดวงตาแดงก่ำมองพ่ออย่างขอร้อง แต่ธีรชลกลับเบือนสายตาหนี

“กลับบ้านซันเดย์” น้ำเสียงเข้มและเด็ดขาดดังขึ้น พร้อมอุ้มลูกชายขึ้นแนบอกทันที และพาเดินออกไป

“ไม่กลับ ซันจะอยู่กับแม่!” เด็กน้อยร้องเสียงดัง ก่อนดิ้นแรงเพื่อให้พ่อปล่อย

“ซันเดย์ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่ของลูก” ธีรชลขมวดคิ้วแน่น แขนที่อุ้มลูกกระชับขึ้นกว่าเดิม ซันเดย์ถึงกับร้องไห้หนักกว่าเดิม

“ไม่ใช่! นั่นคือแม่ ซันจำได้ ฮึก ปล่อยซัน!” เด็กน้อยส่ายหน้ารัวๆ ทุบไหล่พ่อเล็กๆ ด้วยความดื้อดึง น้ำตาเปียกแก้มทั้งสองข้าง

“อย่าดื้อกับพ่อ” เขาเริ่มเสียงแข็งเมื่อลูกเริ่มงอแง แม้ในใจจะเจ็บไม่แพ้กัน

“ซันเกลียดพ่อ! ซันจะไปกับแม่” คำพูดของลูกทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะ เด็กน้อยร้องไห้จนหอบ

ประโยคนั้นเหมือนมีใครกระชากหัวใจธีรชลออกทั้งดวง เขาก้มมองลูกชายที่ดิ้นอยู่ในอ้อมแขน ดวงตาแดงจัดไม่ต่างกัน

เอมลิรินทร์ยืนมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ ทั้งที่ควรเดินออกไป แต่ขากลับก้าวไม่ออก ยิ่งได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กน้อย หัวใจเธอก็ยิ่งปวดหนึบจนแทบหายใจไม่ออก

น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาเงียบๆ โดยไม่รู้ตัว เธอไม่เข้าใจทำไมถึงเจ็บขนาดนี้ ทำไมแค่เห็นเด็กคนนั้นร้องไห้ เธอถึงรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังแตกสลาย

“ฮึก แม่”

เสียงเรียกนั้นทำให้เธอกำมือแน่น ภาพบางอย่างเริ่มแล่นเข้ามาในหัวอีกครั้ง ทำให้เธอต้องบีบขมับตัวเองเบาๆ เพื่อคลายความปลดหนึบ

“น้องเพลง เป็นอะไร” กองทัพจับไหล่น้องสาวไว้

“ไม่มีอะไรคะ” เธอส่ายหน้าพร้อมเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว

“ใครทำอะไร”

“ไม่มีค่ะ แค่รู้สึกปวดหัว”

กองทัพมองน้องสาวพร้อมพยักหน้าเบาๆ เขาประคองตัวเอมลิรินทร์ เพราะกลัวว่าน้องสาวจะเป็นอะไรไป สายตามองด้วยความเป็นห่วง

“กลับบ้านกัน”

“เมื่อ 3 ปีก่อน เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”

“น้องเพลงถามพี่ทำไม”

“ไม่มีค่ะ เพลงอาจคิดมากไปเอง” เธอส่งยิ้มให้เขา ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับไปยังลานจอดรถ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel