บทที่ 2 รอยยิ้มที่หยาบคาย - 2
สายตาของเขาลากไล้ตั้งแต่ปิ่นปักผมบนศีรษะ ลงมาที่พวงแก้มขาวผ่อง ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบชาดสีสด ลำคอระหงที่โผล่พ้นปกเสื้อ ก่อนจะหยุดลงที่เนินอกซึ่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบถี่ของนาง มันเป็นการคุกคามทางสายตาที่หยาบโลนและจาบจ้วงที่สุด ราวกับเขากำลังใช้สายตาฉีกกระชากอาภรณ์หงส์ของนางออกจนเปลือยเปล่า
"ฝ่าบาท..."
จ้าวเยว่กดเสียงต่ำ พยายามตักเตือน
"ถอยออกไปเถิด ระยะนี้ใกล้เกินจารีตแล้ว"
"จารีต?"
เซี่ยเหยียนทวนคำกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและอันตรายยิ่งนัก
"แผ่นดินนี้เป็นของข้า กฎเป็นของข้า จารีต... ก็คือสิ่งที่ข้ากำหนด เสด็จแม่... ท่านคิดว่าในใต้หล้านี้ ยังมีสิ่งใดที่ข้าครอบครองไม่ได้อีกหรือ?"
พูดจบ เขาก็โน้มตัวลงมาหา แขนข้างหนึ่งยันพนักตั่งหงส์ไว้ กักขังนางไว้ในวงแขนกว้าง จ้าวเยว่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก นางพยายามเอนตัวหลบ แต่แผ่นหลังก็ชนเข้ากับพนักไม้แข็งกระด้าง ไร้ซึ่งหนทางหนี
ใบหน้าของโอรสสวรรค์อยู่ห่างจากนางไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นสุราบางเบารินรดลงบนพวงแก้มของนาง จ้าวเยว่ตัวสั่นเทา ความหวาดกลัวพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดเมื่อรับรู้ว่า 'เกราะคุ้มภัย' ที่นางเชื่อมั่นมาตลอด บัดนี้ไม่มีความหมายอันใดเลยสำหรับบุรุษผู้นี้
"ท่านช่างงดงามเหลือเกิน... จ้าวเยว่"
เขาจงใจละทิ้งสรรพนาม 'เสด็จแม่' และเรียกขานนามเดิมของนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความนัย ก่อนที่มือหนาซึ่งหยาบกร้านจากการจับดาบและกุมอำนาจ จะเอื้อมมาสัมผัสที่ข้างแก้มของนางอย่างเชื่องช้า
จ้าวเยว่สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟลวก นางเบือนหน้าหนีสัมผัสนั้นด้วยความรังเกียจและหวาดกลัว
"หยุดนะ! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! ข้าคือไทเฮา! ข้าคือมารดาเลี้ยงของเจ้า!"
"มารดาเลี้ยง?"
เซี่ยเหยียนเค้นเสียงหยัน ปลายนิ้วของเขาที่ถูกปฏิเสธเปลี่ยนเป็นเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตากับเขาอย่างดุดัน แรงบีบที่ปลายคางไม่ถึงกับเจ็บปวด แต่ก็มากพอที่จะทำให้นางไม่อาจขัดขืน
"ท่านอายุเท่าข้า จ้าวเยว่ ท่านเป็นเพียงนกน้อยที่เสด็จพ่อของข้าซื้อมาประดับบารมีตอนใกล้ตาย ท่านยังไม่เคยได้รับการปรนนิบัติในฐานะ 'สตรี' อย่างแท้จริงด้วยซ้ำ แล้วท่านจะมาอ้างตัวเป็นมารดาของข้าได้อย่างไร?"
นิ้วโป้งของเขาไล้เกลี่ยไปบนริมฝีปากล่างของนางอย่างจาบจ้วงและอุกอาจ สัมผัสที่หยาบโลนนั้นทำให้จ้าวเยว่รู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอาเจียน แต่ในขณะเดียวกันก็ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก นางไม่เคยถูกบุรุษใดล่วงเกินเช่นนี้มาก่อน
"ฝ่าบาท... ได้โปรด..."
นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความอัปยศรื้นขึ้นมาในดวงตา
เซี่ยเหยียนมองหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยของนางด้วยสายตาที่ลุ่มหลงยิ่งกว่าเดิม ยิ่งนางดูเปราะบาง ยิ่งนางหวาดกลัว เขาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและอยากจะบดขยี้นางให้แหลกสลายคามือ ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี บัดนี้ได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการของความถูกต้อง
เขาเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กระซิบที่ข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงที่กระเส่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์
"รู้หรือไม่... ทุกครั้งที่ข้าเห็นท่านสวมชุดหงส์สูงศักดิ์ ปั้นหน้าเย็นชาอยู่บนบัลลังก์ ข้าอยากจะฉีกกระชากมันออกให้หมด ข้าอยากให้ท่านร้องไห้อ้อนวอนอยู่ใต้ร่างข้า ไม่ใช่ในฐานะไทเฮา แต่ในฐานะ 'สตรีของข้า' เพียงผู้เดียว"
คำพูดที่หยาบคายและตรงไปตรงมาประดุจเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่โสตประสาทของจ้าวเยว่ นางเบิกตากว้าง ตัวสั่นสะท้านราวกับลูกนกที่ตกอยู่ในกรงเล็บของเหยี่ยว นางเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ตำแหน่งไทเฮาไม่ได้เป็นเกราะป้องกันนางจากเขาเลย ในทางกลับกัน 'ความต้องห้าม' และ 'สถานะแม่เลี้ยง' นี่แหละ คือตัวกระตุ้นตัณหาและยาปลุกกำหนัดชั้นเลิศที่ทำให้ฮ่องเต้องค์นี้คลุ้มคลั่งและปรารถนาในตัวนางอย่างบ้าคลั่ง
เซี่ยเหยียนจงใจสูดดมความหอมจากซอกคอขาวผ่องของนางฟอดใหญ่ ก่อนจะผละออกอย่างเชื่องช้า ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังละเลียดชิมรสชาติเหยื่อก่อนจะเริ่มการล่าอย่างจริงจัง เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ รอยยิ้มเย็นเยียบกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง คล้ายกับเมื่อครู่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
"คืนนี้ข้าจะให้คนส่งปิ่นหยกมาให้... หวังว่าเสด็จแม่จะชอบ และจำไว้ให้ดี... สิ่งใดที่ข้าอยากได้ ข้าย่อมต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินนี้... หรือหัวใจของท่าน"
เซี่ยเหยียนหมุนตัวเดินออกจากตำหนักไป ทิ้งให้จ้าวเยว่นั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วงอยู่บนตั่งหงส์ ร่างกายของนางสั่นเทาไม่หยุด สัมผัสหยาบโลนและกลิ่นอายอันตรายของเขายังคงลอยวนอยู่รอบกาย
ท่ามกลางความหนาวเหน็บและสิ้นหวัง ภาพของ 'องค์ชายอี้เฉิน' ก็ผุดขึ้นมาในหัวใจ นางรู้ตัวแล้วว่าวังหลวงแห่งนี้ไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป
