บทที่ 5/2 ไม่เชื่อสายตา…นางเปลี่ยนไป
“ดี…ดีแล้ว คิดได้เช่นนี้ข้าก็ดีใจ ส่วนเรื่องบุรุษผู้นั้นเจ้าคงลืมไปได้แล้วใช่ไหม ทางที่ดีข้าว่าเจ้าควรเลิกยุ่งเสียดีกว่า มันอันตรายสำหรับเจ้าเกินไป ข้ากลัวว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับ….” ชายชราหันไปมองเด็กน้อยอยู่ข้างๆ ยอมสงบปากที่พลั้งออกไปลง เกรงว่านี่ยังไม่ถึงเวลาที่เสียวเป่าควรจะได้ยิน
“เรื่องนั้นเองหรือเจ้าคะ ข้าไม่สนใจแล้วเจ้าคะ ท่านพ่อ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง” นางลูบไปที่พวงแก้มเด็กน้อยกำลังโตด้วยรอยยิ้มสดใส แค่เพียงบุตรชายผู้เดียวเหตุใดนางจะเลี้ยงโดยไม่มีพ่อไม่ได้
หลังจากที่ทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วนางลุกขึ้นอาสาเก็บจานไปล้างข้างนอก นางเดินถือถังน้ำขึ้นแบกไว้บนบ่าพาเสียวเป่าไปด้วย มารดาพบเข้าร้องห้ามไว้เสียก่อนกลัวว่านางจะเป็นลมเป็นแล้งไป
“อี้เหนียงนั้นเจ้าจะไปไหน เจ้ายังไม่หายดี ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ”
“ท่านแม่ข้าจะไปตักน้ำมากักเก็บไว้เจ้าคะ ข้าเห็นว่าในบ่อน้ำนี้หมดแล้วว่าจะไปหามาเติมเสียหน่อย จะได้ไม่ต้องลำบากท่านแม่ ท่านก็อายุมากแล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ…ใช่ไหมเสียวเป่า”
“ขอรับ…ท่านยาย ท่านไม่ต้องห่วงเดี๋ยวทางนี้ข้าจะดูแลท่านแม่เองขอรับ” มือน้อยจับชายกระโปรงนางไว้แน่น ส่งรอยยิ้มให้หญิงชรา
“ได้…เช่นนั้นพวกเจ้าก็ระวังหน่อยแล้วกัน”
“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะรีบไปรีบกลับ” นางแบกถังน้ำขึ้นบ่าข้างหนึ่ง มืออีกข้างยื่นให้บุตรชายจับ เพราะกลัวเขาเดินจะไปชนอะไรไม่ทันระวังเข้า “จับมือแม่ไว้”
“ทะ…ท่านแม่พูดจริงๆ ใช่ไหมขอรับ ท่านให้ข้าจับมือได้ใช่หรือไม่”
“ได้สิ…เหตุใดจะไม่ได้เล่า เจ้าเป็นบุตรชายข้าไม่ใช่หรือ” นางจับพวงแก้มเด็กน้อยขี้กลัวผู้นี้ด้วยความอบอุ่น
มือน้อยของเขาค่อยๆ แตะมือมารดาด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ครั้งในอดีตแม้แต่จะเข้าขอไปนอนด้วยกลับถูกไล่ออกมาทุกครั้ง ตั้งแต่เกิดมาแค่คำว่าอ้อมกอดของนางบุตรชายยังไม่เคยได้รับ เขายิ้มแก้มปริแทบแตก จนสังเกตได้ชัด นางส่ายศีรษะมองรอยยิ้มเล็กๆ นั้นด้วยความสุข
ไม่นานทั้งสองเดินจนมาถึงลำธาร นางเข้าไปตักน้ำขึ้นมาจนเต็มถังค่อยๆ ยกขึ้นมาอย่างระวัง
สืออี้เดินมาตักน้ำออกไปไม่ไกล มองสองแม่ลูกที่ง่วนอยู่ริมลำธาร เขาวางถังน้ำลงมองเฉินอี้เหนียงนึกขบขัน นางกินสิ่งใดผิดสำแดงมากันถึงเปลี่ยนใจนึกคึกอยากมาตักน้ำที่ริมธาร อาการป่วยยังไม่ทันหาย ยังคิดจะสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวนางวุ่นวายไปถึงเมื่อไหร่ เขามองไปทางเด็กชายตัวน้อยวันนี้ดูมีความสุขผิดปกติ ดูท่าแล้วจะมีเรื่องบางอย่างเปลี่ยนไปที่เขาไม่รู้
“ข้าว่าแต่ผู้ใด ที่แท้ก็เจ้านี่เอง แม่นางอี้เหนียง…ไม่สิต้องคุณหนูอี้เหนียงถึงจะถูก เหตุใดวันนี้ถึงนึกอันใดมาตักน้ำเองเล่า ทุกทีไม่ใช่มารดาของเจ้าหรือที่ต้องปรนนิบัติเจ้าอย่างเช่นเคย” เขามองนางอย่างตำหนิ หันไปยกมือทักทายเด็กชายตัวน้อยข้างนาง “เสียวเป่า เจ้าก็มาด้วยหรือ”
สืออี้ฉีกยิ้มกว้าง วันนี้เด็กชายกลับชักสีหน้าบูดเบี้ยวใส่…
“ขอรับท่านลุง!” หนุ่มน้อยบุ้ยปาก กอดแขนมารดาไว้แน่น
สืออี้วางถังน้ำลงขมวดคิ้วมุ่น มองนางกับเจ้าตัวเล็กนี่ท่าทางแปลกไปทุกครั้งที่เคยพบ “อะ…ข้าจะเป็นลุงของเจ้าได้เช่นไรกัน ข้ายังไม่แก่เสียหน่อย”
“หากข้าไม่เรียกท่านลุงจะให้เรียกท่านว่าเช่นไรเล่า…ปากคอเราะรายว่าท่านแม่ของข้าเช่นนี้ ข้าเป็นบุตรล้วนต้องไม่ยอมให้ท่านว่าแม่ข้า” เสียวเป่ายืนมาบดบังปกป้องนาง
สืออี้กะพริบตาปริบมองเด็กน้อยปีกกล้าขาแข็งอยู่นาน แต่ก่อนผู้ใดกันโดนนางตีจนต้องมานั่งร้องขี้มูกโป่งให้ตนคอยปลอบอยู่เสมอ เด็กคนนี้ลืมไปแล้วหรือ “เสียวเป่า…เจ้าลืมท่านอาแสนดีคนนี้ไปแล้วงั้นหรือ หน็อย!”
นางนึกขำพรืด มองทั้งสองคนถกเถียงกันท่าทางนั้นดูราวกับเด็กน้อย บุรุษกำยำล่ำสันผู้นี้ช่างไม่โตเลยเสียจริง หากไม่บอกว่าเขาเคยช่วยนาง นางคงไม่เชื่อแน่ๆ
“แม่นางอี้เหนียงเจ้าขำอันใดกัน”
เขาหันมาสนใจรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านางชัดๆ ชวนสะกดมองทั้งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกครั้งที่พบนางมักถูกดูถูกสารพัด ว่าเป็นพวกจนชนชั้นต่ำ สกปรก ชาวบ้านป่าดิบเถื่อน
