ตอนที่ 5 สตรีในคำทำนาย
“จะมีสตรีผู้เป็นดาวนำโชคปรากฏตัวในเมืองหลวง มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ” เว่ยอ๋องเงยหน้าขึ้นถามสวีกงกง หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนยุ่งเหยิง
“พ่ะย่ะค่ะ ชาวบ้านลือกันว่าหากบุรุษใดได้ครอบครองนางจะพบเจอแต่ความโชคดี นางจะปรากฏตัวพร้อมกับเหตุการณ์ประหลาดพ่ะย่ะค่ะ” สวีกงกงทูลตามจริง ชายชราเป็นคนเก่าแก่หูตากว้างไกล ดังนั้นในทุกเช้าเขามักรายงานความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงแก่เว่ยอ๋องเสมอ
“เหลวไหลทั้งเพ คนที่เชื่อเรื่องพวกนี้คงมีแต่พวกไร้หัวคิดเท่านั้น”
สีหน้าของเว่ยอ๋องบ่งบอกได้ว่าเรื่องที่ได้ยินช่างไร้สาระสิ้นดี สิ่งเดียวที่เชื่อมั่นและยึดถือเรื่อยมามีเพียงความกตัญญู ใครมีบุญคุณก็ทดแทน ใครคิดร้ายก็ตอบสนองเป็นร้อยเท่าทวีคูณ
เว่ยอ๋องถังเทียนหยูเป็นอนุชาของฝ่าบาท เขาอายุห่างจากพระเชษฐาถึงยี่สิบปี เป็นอ๋องที่ไร้ฐานอำนาจและสกุลใหญ่คอยหนุนหลัง
ภาพลักษณ์ภายนอกเขาเป็นคนนิ่งเงียบทั้งยังชอบเก็บตัวไม่สุงสิงกับผู้ใด เหล่าองค์ชายไม่ค่อยถูกโฉลกกับเว่ยอ๋อง เพราะคิดว่าเขาแย่งชิงความโปรดปรานจากฮ่องเต้ไปจนสิ้น
ด้วยเหตุนี้เว่ยอ๋องจึงเลือกที่จะไปเป็นอ๋องกินเมือง ปกครองเมืองเล็กๆสักแห่งหลีกหนีความวุ่นวาย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเมืองหลวงอีก ทว่าฝ่าบาทกลับไม่อนุญาต ทรงร้องขอให้เขาอยู่ช่วยราชกิจจนกว่าจะแต่งตั้งรัชทายาทเสร็จ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเว่ยอ๋องที่เปรียบเสมือนลูกแหง่ เอาแต่หลบหลังพระเชษฐาผู้นี้เป็นคนเช่นไร ฐานะของเขาสำคัญเกินกว่าใครจะนึกถึง
“คอยฟังข่าวว่าสตรีใดคือดาวนำโชคคนนั้น” ถังเหวินหยวนเอ่ยกับองครักษ์คนสนิท เขาต้องได้ครอบครองสิ่งที่ดีที่สุดและได้ทุกอย่างตามต้องการ ไม่แน่หากนางคือดาวนำโชคจริงอย่างที่ว่า ตำแหน่งองค์รัชทายาทอาจอยู่เพียงเอื้อมมือถึงก็เป็นได้
“หากรู้ว่านางคือผู้ใด องค์ชายจะทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ข้างกายทูลถาม
“ส่งแม่สื่อไปทาบทาม” ไม่มีใครรู้ว่าคำทำนายพวกนั้นเป็นจริงหรือไม่ ทว่าคนส่วนใหญ่ชอบฟังเรื่องพวกนี้ สิ่งลี้ลับที่จับต้องไม่ได้ ที่สำคัญไม่มีใครมานั่งพิสูจน์ความจริงหรอก ดังนั้นการรีบฉวยโอกาสประโคมข่าวลือว่าเขาคือบุรุษที่ได้ดาวนำโชคมาครอง ก็นับว่าน่าสนใจมากทีเดียว อย่างน้อยเขาก็ได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มคนที่งมงายเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง
“วังเว่ยอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง” ถังเหวินหยวนติดธุระมิได้ไปพบเจียงจื่อหลินด้วยตัวเอง จึงได้ส่งเวยอันไปแทน
“สถานการณ์ยังตึงเครียดเช่นเดิมพ่ะย่ะค่ะ แต่หลังฟื้นคืนสติ ดูเหมือนพระชายาจะเปลี่ยนไป” เวยอันมีสีหน้าคิดไม่ตก การที่คนๆหนึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายในชั่วข้ามคืน จะเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง
“นางคงมิได้เปลี่ยนใจไปชอบเว่ยอ๋องหรอกนะ” หากเป็นเช่นนั้นแผนการของเขาก็พังลงไม่เป็นท่า น่าเสียดายความงามของเจียงจื่อหลาน สวรรค์เอ็นดูมอบรูปโฉมอันไร้ที่ติแก่นาง ทว่าน่าเสียดายที่ลืมมอบสติปัญญามาด้วย มิเช่นนั้นเขาคงอิจฉาผู้เป็นอาไม่น้อย
“ไม่น่าใช่พ่ะย่ะค่ะ คุณหนูรองกล่าวว่าพระชายาดูสุขุมขึ้น ทั้งยังคาดเดาความคิดได้ยากกว่าเมื่อก่อน” สีหน้ายามเจียงจื่อหลินเอ่ยถึงพี่สาวแฝงไปด้วยความกังวลอย่างชัดเจน จนเวยอันพลอยรู้สึกไม่สบายใจไปด้วย
“บอกเจียงจื่อหลินให้เป่าหูพี่สาวนางต่อไป ข้าไม่อยากเห็นเว่ยอ๋องมีความสุข” ถังเหวินหยวนไม่สนใจว่าสตรีนางนั้นจะมีท่าทีอย่างไร ขอเพียงนางไม่เปลี่ยนใจไปจากเขา เท่านี้ก็เป็นอันว่าใช้ได้ แผนการทุกอย่างยังคงเดิมไม่มีอันใดน่าห่วง
“แล้วองค์ชายจะทำอย่างไรกับคุณหนูรองเจียงพ่ะย่ะค่ะ ดูเหมือนนางจะทุ่มเทให้พระองค์ไม่น้อย” เจียงจื่อหลินมีใจให้องค์ชายใหญ่เช่นเดียวกับพี่สาว ทว่านางต่างจากเจียงจื่อหลานที่มันสมอง
“ข้าชอบสตรีเฉลียวฉลาดเจ้าก็รู้ หากเจียงจื่อหลินพิสูจน์ได้ว่ามีความสามารถพอที่จะมายืนเคียงข้างข้า นางก็จะสมหวัง” เอ่ยพลางยักไหล่ไม่ยี่หระ
บุรุษส่วนมากชื่นชอบสตรีที่หน้าตา ทว่าเขาไม่ใช่ ถังเหวินหยวนมองทุกคนที่ผลประโยชน์ ทุกความสัมพันธ์ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ เขาไม่มีวันเป็นเหมือนเว่ยอ๋อง ยอมแต่งงานกับสตรีไร้ประโยชน์ ที่สร้างแต่ความเสื่อมเสียให้ตัวเอง
“องค์ชายใหญ่ทรงประปรีชายิ่งนัก” เวยอันได้ยินดังนั้นก็โล่งอก ตอนแรกเขาคิดว่าผู้เป็นนายจะมีใจให้คุณหนูรองเสียอีก จากที่ได้ติดตามองค์ชายใหญ่ไปพบเจียงจื่อหลินอยู่หลายครั้ง เขารู้สึกได้ว่าสตรีนางนั้นเจ้าเล่ห์เกินไป นางสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง แม้กระทั่งทรยศพี่สาวแท้ๆของตัวเองยังไม่รู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ สตรีเช่นนี้อันตรายนัก ไม่แน่สักวันนางอาจลอบกัดองค์ชายใหญ่ทีหลังก็เป็นได้
“อย่าห่วงเลย นางกับข้าห่างชั้นกันเยอะ” ถังเหวินหยวนเดาใจคนสนิทออก เวยอันคงกลัวว่าเขาจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเจียงจื่อหลิน
เขาชอบคนฉลาดก็จริงแต่ชิงชังคนทะเยอทะยาน สตรีที่เคยทรยศครั้งหนึ่งย่อมมีครั้งต่อไป หากวันใดที่ควบคุมนางไม่ได้ เขาก็ไม่ลังเลที่จะกำจัดนางให้พ้นทาง
