สงสารตัวละครตัวร้าย1
หยวนเข่อซิงขับรถมุ่งตรงไปหาซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กด้วยความสบายใจ พร้อมเหลือบสายตาลงไปมองดูหนังสือนิยายเล่มหนาที่ติงฉางโม่วซื้อมาฝากด้วยประกายสายตาอันตื่นเต้น
อีกสองวันข้างหน้าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของเธอแล้วคือวันอังคารและวันพุธ หยวนเข่อซิงวางแผนเอาไว้ว่าวันอังคารที่จะถึงนี้ เธอจะอ่านหนังสือนิยายเล่มนี้ให้ฉ่ำปอดไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นวันพุธค่อยออกไปกินข้าวข้างนอกกับติงฉางโม่วต่อ
เมื่อหาเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กได้แล้ว หยวนเข่อซิงก็กลับเข้าไปยังบ้านหลังน้อยที่เธอได้ทำการหาเลือกซื้อหลังจากเรียนจบมาได้ไม่นานด้วยท่าทีคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง เดิมทีที่ผ่านมาในช่วงที่กำลังเรียนอยู่นั้นหยวนเข่อซิงก็ได้ทำงานพิเศษหารายได้เสริมระหว่างเรียนไปด้วย ทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งจนสามารถทำการดาวน์ซื้อบ้านหลังเล็กชั้นเดียวบนที่ดินขนาดหนึ่งร้อยตารางวามาครอบครองได้สำเร็จ หยวนเข่อซิงรักบ้านหลังนี้มาก เพราะเป็นบ้านที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง
ซึ่งหยวนเข่อซิงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ได้นานราวสองเดือนแล้ว เมื่อก่อนตอนเรียบจบใหม่ ๆ หยวนเข่อซิงยังพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าอยู่เลย เธอตัดสินใจมาทำขนมขายเก็บเงินเพิ่มเติมจนสามารถหาซื้อรถกระบะมือสองได้สำเร็จด้วยเงินสด จึงมองหาบ้านหลังน้อยเป็นลำดับถัดไป เห็นทีว่าเธอควรไปหาซื้อพวกของตกแต่งสนามหญ้าและหาต้นไม้มาลงเพิ่มเติมด้วยแล้วดูท่าน่าจะเป็นการดี
“เค้กนมสดหนึ่งปอนด์ พร้อมเค้กสตอร์เบอร์รี่อย่าง
ละหนึ่งปอนด์สินะ ออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเอาไว้”
หยวนเข่อซิงพึมพำกับตนเองพร้อมหาผ้ากันเปื้อนมาคลุมทับร่างเล็กของเธอเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้ลงมือทำเค้กวันเกิดต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจ
เธอใช้เวลาทำเค้กเพียงสองชั่วโมงเท่านั้นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นหยวนเข่อซิงจึงได้ขับรถออกไปส่งเค้กให้กับลูกค้า ตามที่อยู่ที่ลูกค้าปักหมุดไว้ให้ในแอพพลิเคชั่นไลน์ที่เธอสร้างขึ้นไว้สำหรับทำการติดต่อพูดคุยกับลูกค้าโดยเฉพาะ
หลังจากเสร็จจากการส่งเค้กวันเกิดให้กับลูกค้าแล้ว หยวนเข่อซิงก็พบว่าเป็นเวลาพลบค่ำแล้วพอดี เธอจึงตัดสินใจแวะเดินตลาดนัดยามเย็นที่ขายทุกสิ่งอย่างในนั้นเสียหน่อย เหมือนโชคจะเข้าข้างหยวนเข่อซิงหรืออย่างไรก็มิอาจทราบได้ที่วันนี้ในตลาดมีดอกไม้และต้นไม้หลายชนิดวางจำหน่ายด้วย
ไม่รอช้าหยวนเข่อซิงจึงตัดสินใจซื้อต้นไม้และดอกไม้นา ๆ ชนิดให้คนขายช่วยยกไปใส่ท้ายรถให้กับเธอต่อ หลังจากนั้นหยวนเข่อซิงจึงได้แวะซื้ออาหารเย็นอย่างง่ายกลับเข้าไปกิน โดยไม่ลืมซื้อน้ำสักสองสามแก้วไปฝาก
ยามประจำหมู่บ้านที่เธอพักอาศัยด้วย
หยวนเข่อซิงเป็นคนจิตใจดี มีน้ำใจชอบช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่นมาเนิ่นนานตั้งแต่เมื่อครั้นที่เธอยังเด็กแล้ว ฉะนั้นเรื่องการซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปฝากยามประจำหมู่บ้านจึงไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด เพราะเมื่อคราวที่เธอเดือดร้อนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นสตาร์ถรถไม่ติด น้ำประปารั่ว หลอดไฟขาด เธอก็มักจะได้รับความช่วยเหลือจากเหล่ายามใจดีนั้นเสมอ โดยเฉพาะลุงห่าวนั้นเป็นลุงยามที่ใจดีกับเธอเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาสองเดือนในการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังน้อยนี้ หยวนเข่อซิงก็ได้ลุงห่าวนี่แหล่ะมาคอยช่วยเหลือเธออยู่หลายเรื่องด้วยกัน
เมื่อขับรถมาถึงยังป้อมยามหน้าหมู่บ้านแล้ว หยวนเข่อซิงจึงได้เลื่อนกระจกรถลงส่งมอบน้ำที่เธอตั้งใจซื้อมาฝากลุงห่าวออกมาด้วย แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนั้นไม่ใช่ลุงห่าวที่เธอคุ้นเคยด้วยหยวนเข่อซิงก็อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยไม่ได้
“เอ วันนี้ลุงห่าวไม่ได้มาเข้าเวรยามหรอกหรือคะ?”
หยวนเข่อซิงกล่าวถามน้ำเสียงนุ่ม
“พอดีลูกสาวของลุงห่าวคลอดลูกอยู่ที่ รพ.น่ะครับ ผมเลยมาอยู่เวรแทน”
ยามคนใหม่ที่หยวนเข่อซิงไม่เคยพบเจอหน้าค่าตามาก่อนตอบกลับมาเสียงดังฟังชัด
“อ้อค่ะ นี่ค่ะ ฉันซื้อน้ำมาฝากให้ไปหมดทั้งสามแก้วเลย คุณใส่ตู้เย็นไว้ได้นะคะ ดึก ๆ เวลาง่วงค่อยนำน้ำมาดื่มอีกยังได้เลย” หยวนเข่อซิงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ครับ ขอบคุณมาก แล้วนี่คุณซื้อของมาเต็มหลังรถเลย ยกลงเองหมดนี่ไหวหรือครับ?”
เขาถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงปนอยากรู้
“ฉันคิดว่าแค่ฉันคนเดียวไม่น่าจะยกไหว แต่ไม่เป็นไรค่ะ วันพรุ่งนี้เดี๋ยวฉันจะไปขอความช่วยเหลือจากเหล่าบรรดาลุงยามให้มายกของช่วยเองค่ะ ขอตัวไปก่อน
นะคะ” หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็ก้มศีรษะลงน้อย ๆ พร้อมกดเลื่อนกระจกรถขึ้นอย่างช้า ๆ
“เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวก่อนครับ”
เขาเอ่ยร้องห้ามน้ำเสียงร้อนรน
