บท
ตั้งค่า

2 ศพคนชุดดำ

ตอนที่ 2

ศพคนชุดดำ

 

เสียงไม้เรียวกระทบลงบนร่างกายเล็กไล่ลงไปตั้งแต่แผ่นหลังเรื่อยลงไปถึงช่วงบริเวณขา แม้จะรู้สึกปวดแสบรวดร้าวเพียงใด เด็กผู้นี้ก็ไม่ปริปากส่งเสียงร้องครวญครางหรือร้องไห้ออกมาให้ผู้ใดเห็น หลังจากรับโทษจนบิดาพอใจแล้ว ก็จะได้รับคำสั่งจากบิดาต่อไปว่า

‘กลับไปนั่งสำนึกผิดที่ศาลบรรพชนหนึ่งวันหนึ่งคืน จากนั้นค่อยกลับมาฝึกซ้อมกระบี่ต่อ’

จากนั้นเด็กน้อยก็จะถูกพาตัวไปนั่งคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ในศาลบรรพชนที่มีแผ่นป้ายชื่อของเหล่าบรรพบุรุษตระกูลหลิว โดยไม่ได้รับการรักษาบาดแผลจากการถูกโบยแต่อย่างใด ระหว่างที่นั่งคุกเข่าก็ได้แต่คิดใคร่ครวญ ว่าเหตุใดบิดามารดาถึงปฏิบัติต่อบุตรสาวสองคนไม่เหมือนกัน กับน้องสาวบิดามารดารักใคร่ทะนุถนอม ไม่ยอมให้สิ่งใดกล้ำกราย ผิดกับนางนับตั้งแต่จำความได้ก็ถูกเคี่ยวกรำให้ฝึกการต่อสู้ การเอาชีวิตรอดอย่างหนัก ไม่เคยได้เล่นสนุก ได้แต่งตัวสวย ๆ หากไม่ทำหรืองอแง ก็จะถูกโบยตีอย่างหนัก

คนชุดดำดึงสติให้หลุดออกจากห้วงภวังค์ของอดีต ทอดสายตามองภาพเบื้องล่างต่อไป รังสีอำมหิตแผ่กระจายไปทั่วร่าง ดวงตาดำมืดนั้นจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาของเด็ก ๆ เป็นพิเศษ

จ้าวหยุนหนิงยังคงออกแรงเฆี่ยนตีบุตรชายบุตรสาวอย่างเมามัน ต้องสั่งสอนให้หนัก จะได้หลาบจำไม่คิดพากันดื้อด้านอีก “นี้แหนะ ๆ ต้องตีให้หนัก จะได้ไม่พากันคิดขัดคำสั่งข้าอีก”

“ฮือ ๆ” ฉีหลานยังคงร้องไห้ไม่หยุด คิดถึงท่านตาท่านยาย หากท่านทั้งสองยังอยู่ นางกับพี่ชายยังพอมีร่มโพธิ์ร่มไทรให้พึ่งพิง คงไม่ต้องถูกมารดาใจร้ายโบยตีอย่างไร้ปรานีแบบนี้แน่

หัวอกคนเป็นพี่ แม้จะเกิดมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ทนไม่ได้ที่เห็นน้ำตาของน้องสาว ตัดสินใจที่จะไม่เป็นบุตรที่กตัญญูต่อบิดามารดาผู้ให้กำเนิดอีกต่อไป ใช้ศีรษะเล็กพุ่งชนเข้าไปที่บริเวณหน้าท้องของคนตัวโตกว่า โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันระวังตัว ทำให้เสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าไปกองอยู่ที่พื้น พอเห็นมารดาล้มลงไปแล้ว หลี่เจี่ยก็หันไปพูดกับน้องสาว

“หลานหลาน รีบวิ่งตามพี่มา”

เด็กหญิงข่มความเจ็บที่เกิดขึ้น ซอยเท้าวิ่งตามพี่ชายไปตามเส้นทางบนภูเขาแบบไม่คิดชีวิต คิดอยู่อย่างเดียวว่า ต้องหนีไปให้พ้นจากเงื้อมมือของมารดาใจร้าย

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้าพวกเด็กอกตัญญู กล้าทำร้ายผู้ให้กำเนิดหรือ ข้าบอกให้หยุด”

จ้าวหยุนหนิงรีบยันกายกลับลุกขึ้นมายืน ไม่สนอาการปวดร้าวบริเวณบั้นท้ายของตนเอง ออกตัววิ่งไล่ตามเด็กทั้งสอง เพราะหากปล่อยให้หนีไปได้ เป็นนางนั่นแหละที่ต้องตาย ด้วยไม่มีเงินกลับไปใช้หนี้พนัน

หลี่เจี่ยหันกลับไปมองเห็นมารดาวิ่งไล่กรวดตามหลังมาติด ๆ หากยังพาน้องสาววิ่งไปตามเส้นทางเดิม อาจจะหนีไม่พ้น จึงตัดสินใจพาน้องสาวเปลี่ยนเส้นทาง “ตามพี่มาทางนี้”

เด็กหญิงเปลี่ยนเส้นทางวิ่งตามหลังพี่ชายไปติด ๆ ด้านหลังของเด็กทั้งสองมารดาของเด็ก ๆ ก็ยังคงวิ่งไล่ล่าหมายจะตามตัวพากลับไปขายให้พ่อค้าทาสให้ได้

“อ้าก!” วิ่งไล่ตามกันมาได้สักพัก ร่างเล็กสองร่างก็เสียหลักกลิ้งตกลงไปตามทางลาดชัน ส่วนจ้าวหยุนหนิงที่วิ่งตามหลังมาติด ๆ ก็ยั้งตัวเอาไว้ไม่ทัน เสียหลักกลิ้งตกลงไปเช่นเดียวกัน...

ห่างออกไปไม่ไกลหนัก กลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายแบบชาวบ้านทั่วไป แต่ในมือกลับถืออาวุธครบมือ พากันเดินไปตามไหล่เขา กวาดสายตามองสำรวจไปโดยรอบ ราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง

“พากันมองหาให้ดี หากเจอตัวพยายามอย่าฆ่า ทางนั้นต้องการตัวแบบเป็น ๆ” ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มออกคำสั่ง หลังจากพากันตระเวนค้นหาบริเวณเชิงเขาแล้วไม่พบ จึงปูพรมปีนสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ

ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา “เจอคนนอนหมดสติอยู่ด้านนี้คนหนึ่งขอรับ”

ชายฉกรรจ์ทั้งหมดรีบกรูกันไปทางที่ชายคนนั้นยืนอยู่ แล้วไปยืนล้อมเป็นวง เหนือร่างคนชุดดำที่นอนหงายอยู่บนพื้นดิน ชายหัวหน้ากลุ่มนั่งลงเอื้อมมือไปปลดผ้าดำคลุมใบหน้าออก แล้วยื่นมือไปหาลูกสมุนคนสนิท “ไหนเอาภาพวาดมาให้ข้าดูสิ” หลังจากรับม้วนภาพวาดมาแล้ว ก็คลี่ออกนำไปเทียบกับใบหน้าของคนชุดดำให้ชัด ๆ “คนคนเดียวกันจริง ๆ”

“นางยังหายใจอยู่หรือไม่ขอรับ” ลูกสมุนคนหนึ่งจำได้ ว่าทางแคว้นหนานขอให้พยายามจับตัวไปแบบเป็น ๆ แต่คนชุดดำที่นอนนิ่งนั้นหน้าอกกลับไม่ขยับเขยื้อนขึ้นลงเลย จึงคิดสงสัย

หัวหน้ากลุ่มยกปลายนิ้วขึ้นไปจรดปลายจมูกโด่งเป็นสัน สีหน้าดูหนักใจไม่น้อย “นางตายแล้ว”

“แล้วแบบนี้ทางนั้นจะยอมจ่ายเงินค่าจ้างให้พวกเราหรือ”

“ไม่น่าจะเป็นอันใด นางไม่ได้ตายเพราะพวกเราเสียหน่อย” ชายหัวหน้ากลุ่มลุกขึ้นมายืน ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับชายฉกรรจ์ที่ตัวสูงใหญ่กว่าใครเพื่อน “เจ้าแบกร่างของนางลงไป จะได้รีบไปส่งคนที่ชายแดน”

จากนั้นกลุ่มคนลึกลับก็ไต่กลับลงไป ไปยังบริเวณที่ผูกม้าเอาไว้ แล้วพากันควบม้าไปตามเส้นทาง ที่จะนำพาไปถึงเขตชายแดนระหว่างสองแคว้น เพื่อส่งงานตามที่ได้รับว่าจ้างมา...

 

ทางฝ่ายคนของแคว้นหนาน หลังจากรับร่างไร้วิญญาณของคนชุดดำมาแล้ว ก็รีบจัดการพาร่างนั้น ควบม้ากลับมายังเมืองหลวง ตรงไปที่จวนของเสนาบดีฝ่ายขวา ‘หลิวจางเหว่ย’

ชายวัยกลางคนเจ้าของจวนหลิว เดินเข้ามาใกล้ร่างที่นอนสงบนิ่งบนเตียงในเรือนเดิมของนาง ทอดสายตามองใบหน้าคุ้นเคย แววตาไม่ได้แสดงความรู้สึกใดออกมา

“แจ้งข่าวให้ฝ่าบาททราบแล้วใช่หรือไม่” เขาเอ่ยถามผู้ติดตามโดยไม่ได้หันไปมอง

“ส่งคนไปแล้วขอรับ อีกไม่นานฝ่าบาทน่าจะเสด็จมาดูด้วยตนเอง”

เสนาบดีหลิวพยักหน้ารับรู้ ทอดถอนใจออกมา แววตายังคงจับจ้องมองใบหน้าอันปราศจากสีเลือด “เฟยหรง ข้าเสียดายความสามารถของเจ้ายิ่งนัก หากเจ้าไม่ยึดติดจนเกินไป ปานนี้คงสุขสบายในฐานะสนมของฝ่าบาทไปแล้ว ตายไปแบบนี้แล้วก็ดี ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นลูกสาวข้า ข้าจะได้ไม่ต้องลงมือด้วยตนเอง”

ที่หลิวจางเหว่ยว่าจ้างให้จับตัวหญิงสาวมาแบบมีชีวิต ไม่ใช่เพราะจะไว้ชีวิตหญิงสาวแต่อย่างใด กฎก็ต้องเป็นกฎ คนที่ทรยศหรือคิดจะถอนตัว มีแต่ต้องจบชีวิตลงเท่านั้น แต่เป็นเพราะฝ่าบาททรงมีรับสั่ง ว่าจะลองเกลี้ยกล่อมนางดูอีกสักครั้ง ตอนนี้คงจะไม่จำเป็นอีกแล้ว ด้วยคนได้ตายไปแล้ว

ผ่านไปราวสองก้านธูป ฮ่องเต้ของแคว้นหนานได้ออกนอกวังมาพร้อมกับฮองเฮา บุตรสาวคนเล็กของเสนาบดีหลิว เพื่อมาดูว่าคนที่ถูกตามล่าตัว จบชีวิตลงไปแล้วจริงตามที่ได้รับรายงานหรือไม่

“เป็นพี่หญิงจริง ๆ หรือท่านพ่อ” ฮองเฮา ‘หลิวลี่ซู’ เอ่ยถามบิดาน้ำเสียงเศร้าสร้อย ต่างจากภายในใจอย่างสิ้นเชิง

“ตรวจสอบแล้วเป็นนางจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา”

ฮ่องเต้ของแคว้นทอดสายตามองใบหน้าของหญิงสาว หญิงสาวที่เคยติดตามเขาเหมือนเงาตามตัว ตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นองค์ชายสาม นางก็เป็นองครักษ์ที่ติดตามคอยปกป้องเขาด้วยชีวิต แล้วยังมีส่วนสำคัญช่วยให้เขาขึ้นครองราชย์ได้สำเร็จ

“หรงเอ๋อร์ เจ้าเลือกที่จะจากข้าไป มากกว่าอยู่ข้างกายข้า ถึงได้พบจุดจบเช่นนี้ เสนาบดีหลิว ฝากท่านช่วยจัดพิธีให้นางอย่างสมเกียรติด้วย อย่างไรนางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคนของข้า”

รับสั่งจบก็หักพระทัยเดินทางกลับเข้าวังหลวง โดยมีฮองเฮาคอยปลอบพระทัยอยู่ไม่ห่าง

ส่วนเสนาบดีหลิวก็จัดพิธีศพให้บุตรสาวคนโตอย่างสมเกียรติตามพระบัญชาของฮ่องเต้ ก่อนจะนำร่างไปฝังนอกสุสานของตระกูลหลิว ด้วยฐานะของอีกฝ่ายไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ฝังร่างไว้ในสุสานเฉกเช่นคนตระกูลหลิวทุกคน แม้ว่าเฟยหรงจะใช้แซ่หลิวก็ตาม...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel