บทที่ 1.6
ถึงตอนนี้เองที่เหม่ยเซียนเพิ่งจะสังเกตว่าโลงน้ำแข็งดังกล่าวนั้นไม่ได้เย็นเยียบอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่ามันจะโปร่งใสและเย็นสบาย แต่มันช่างต่างจากน้ำแข็งทั่วไปโดยสิ้นเชิง กระนั้นหญิงสาวก็ให้สงสัยนักว่าหากมันไร้ซึ่งความเย็นแล้ว เหตุใดศพของบุรุษที่หญิงสาวกำลังนอนคร่อมอยู่ จึงยังคงสภาพราวกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่เล่า
ปริศนามากมายในใจยังไม่ทันได้คำตอบ เสียงของผนังหินขนาดใหญ่กำลังครูดกันไปมาก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงเจิดจ้าสาดส่องเข้ามาในถ้ำ เสียงฝีเท้าของคนเดินใกล้เข้ามาแผ่วเบา เหม่ยเซียนลังเลว่าควรจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดีหรือไม่ เนื่องจากยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ตรงหน้าชัดเจน แต่การเลือกที่จะติดอยู่ในโลงน้ำแข้งต่อไปก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
“กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะทันได้ส่งเสียงขอความช่วยเหลือ และเธอเองก็มั่นใจว่าที่ผู้มาใหม่กรีดร้องนั้น คงจะเป็นเพราะมองเห็นเงาของเธอนอนคร่อมอยู่บนตัวเจ้าของโลงศพนี้เป็นแน่
“นั่นไงล่ะ นึกอยู่แล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้” หญิงสาวทิ้งศีรษะลงหนุนแผ่นอกของชายหนุ่มราวกับคนกำลังปลงตก เมื่อนอนรออยู่นิ่งๆ ไปสักพัก เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ดังขึ้น พร้อมกันนั้นเงาของคนมากมายก็ทาบทับลงมายังโลงศพ เป็นสัญญาณว่าคนที่กรีดร้องเมื่อครู่คงจะไปส่งข่าวให้ใครคนเหล่านี้ล่วงรู้ และตอนนี้พวกเขาคงจะเข้ามาดูเหตุการณ์กระมัง
เสียงพูดคุยกันอึงคะนึงดังเข้ามาทำให้เหม่ยเซียนขมวดคิ้ว ทั้งที่เธอเองก็ตระหนักดีนับตั้งแต่เห็นการแต่งตัวของชายหนุ่มแล้ว แต่การได้ยินบทสนทนาของคนด้านนอกอย่างชัดเจน ก็ยังนำความประหลาดใจมาให้หญิงสาวอยู่ดี
คนพวกนี้ใช้ภาษาจีนในยุคดั้งเดิมในการพูดคุยกัน อีกทั้งสำเนียงและการเลือกใช้คำยังต่างไปจากที่เธอเคยใช้ตอนที่เรียนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้มาก
“นี่ฉันหลุดเข้ามาในซีรี่ย์จีนเรื่องจอมนางบัลลังก์ฮั่นหรือไงนะ เอ...หรือว่าเรื่องบทเพลงแห่งท้องทะเลทรายพระเอกหล่อดี ไม่สิฉันชอบพระรองนี่นา...”
แม้จะอยู่ในช่วงที่สับสนก็ยังอดที่จะหามุกตลกมาปลอบใจตัวเองไม่ได้ เนื่องจากสายตามองเห็นแล้วว่าคนด้านนอกกำลังแนบใบหน้าเข้ามามองเธอ
หญิงสาวได้แต่พยายามคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าพวกเขาคงจะพยายามคิดว่าเธอเป็นใคร ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และเหตุใดจึงเข้ามาในโลงน้ำแข็งนี้ได้ แต่ทั้งหมดที่คาดเดาไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลยสักนิด เนื่องจากคนที่อยู่นอกโลงนำแข็งต่างก็พยายามขบคิด เพื่อที่จะหาวิธีพาตัวเธอออกมาโดยเร็วที่สุดต่างหาก
“เร็วเข้าต้องมีวิธีสิ”
“นางติดอยู่ในนั้นนานเท่าไรแล้ว”
“นั่นไม่สำคัญ เจ้าไปตามเทพอสูรทั้งสี่ทิศมาเร็วเข้า”
“ไม่ต้องหรอก ข้าอยู่ที่นี่แล้ว”
ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาในถ้ำด้วยท่าทางผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยสง่าราศีปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงถอนใจของผู้คนที่ยืนรายล้อมอยู่
“คารวะจื่อชิงชิงหลง ท่านมาเยือนตำหนักหวงหลง เพลานี้ ประหนึ่งล่วงรู้ว่า...”
“แน่นอนข้าต้องรู้อยู่แล้ว เพราะข้าเป็นคนพานางมาเอง” จื่อชิงกล่าวจบก็เดินตรงไปยังโลงน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ใจกลางถ้ำน้ำแข็งพันปี ถ้ำที่เขาและเทพอสูรอีกสามตนร่วมกันสร้างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเก็บรักษาร่างของเทพมังกรจื่อหมิง ผู้เป็นเจ้าของตำหนักหวงหลงแห่งแดนสวรรค์ ตำหนักซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเทพอสูรทั้งสี่
จื่อหมิง คือเทพมังกรซึ่งเป็นผู้นำของเทพอสูรทั้งสี่อย่าง จื่อชิงชิงหลง เฟิ่งเซียนจูเสว่ โม่เฉินไป๋หู่ ชางอี้เสวียนอู่
สามร้อยปีก่อนองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ได้พระราชทานสมรสให้กับจื่อหมิงหวงหลงกับเทพธิดาเหม่ยเหริน พระธิดาบุญธรรมของพระนางซีหวังหมู่ เทพธิดาพระองค์นี้เป็นเพียงองค์เดียวที่พระนางซีหวังหมู่ไว้พระทัยให้ช่วยควบคุมดูแลกาลเวลาของโลกมนุษย์
หลังจากสองร้อยปีของการสมรสเทพธิดาเหม่ยเหรินพลันขอหย่ากับจื่อหมิงโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้ว่าพระนางซีหวังหมู่จะตรัสถามสาเหตุเท่าไร เทพธิดาเหม่ยเหรินก็เอาแต่นิ่งเงียบจนองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงกริ้วมาก ทรงตรัสว่าหากยังไม่เล่าความจริงจะทรงลงโทษนาง เนื่องจากพระองค์เป็นผู้ที่พระราชทานสมรสหากเทพธิดายังคงยืนยันจะหย่านั่นก็เท่ากับขัดพระราชโองการสวรรค์
ไม่ว่าจะถูกข่มขู่เท่าไรเทพธิดาเหม่ยเหรินก็ยังยืนยันคำเดิม จนองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงขู่ว่าหากยังไม่พูดจะลงโทษตามอาญาสวรรค์ นั่นก็คือไม่ว่าผู้ใดขัดราชโองการจะต้องถูกโยนลงไปยังบ่อพันวิญญาณ ซึ่งไม่ว่าเทพหรือเซียนตนใดหากตกลงไปก็จะดับสูญ ไม่อาจกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกชั่วกัปชั่วกัลป์
เทพธิดาเหม่ยเซียนได้ยินเช่นนั้นก็คุกเข่าลงรอรับพระอาญาโดยไม่ปริปาก ซึ่งนั่นทำเอาทั้งองค์เง็กเซียนฮ่องเต้และพระนางซีหวังหมู่ถึงกับทรงถอนพระปัสสาสะ
เพราะความรักและเอ็นดูที่ทั้งสองพระองค์มีต่อพระธิดาบุญธรรม องค์เง็กเซียนฮ่องเต้จึงทรงยื่นข้อเสนอ เพื่อให้เทพธิดาเหม่ยเซียนไปพำนักยังอาศรมแห่งโชคชะตานอกเขตสวรรค์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีเวลาไต่ตรองเรื่องราวทั้งหมด จากนั้นก็ทรงตรัสให้ขุนพลสวรรค์พาไปส่งนางที่อาศรม
เรื่องราวทั้งหมดควรจะจบลงเช่นนั้น หากไม่ใช่ขุนพลสวรรค์ผู้ที่รับหน้าที่ไปส่งเทพธิดาเหม่ยเหรินกลับมารายงานเง็กเซียนฮ่องเต้ว่า
...เทพมังกรจื่อหมิง และเทพธิดาเหม่ยเหริน ทั้งสองต่างก็ตกลงไปยังบ่อพันวิญญาณ!!
