บทที่ 1.2
เอริคไม่มีทางเลือกจำต้องส่งเหม่ยเซียนกลับมาเมืองไทย โดยฝากเอาไว้กับพจน์ผู้ซึ่งเป็นบิดาของพิมพ์พลอยนั่นเอง
เหม่ยเซียนเติบโตมาท่ามกลางความรักของตระกูลพิทักษ์ชัย เพราะพจน์และภรรยาเลี้ยงดูเธอด้วยความรักใคร่ ทั้งสองรักเธอไม่น้อยไปจากบุตรสาวของตัวเองอย่างพิมพ์พลอย อีกทั้งเหม่ยเซียนและพิมพ์พลอยก็เข้ากันได้ดีมาโดยตลอด ทำให้ในที่สุดเหม่ยเซียนก็เลือกที่จะอยู่เมืองไทยมากกว่ากลับจีนกับเอริค
ห้าปีก่อนหน้านี้ทั้งพิมพ์พลอยและเหม่ยเซียน ต่างก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตามคำขอของเอริคที่ต้องการใช้เวลาร่วมกันกับเหม่ยเซียนบ้าง
ภายใต้คำแนะนำของพจน์สองสาวจึงลงเรียนหลักสูตรภาษาจีนสำหรับนักศึกษาต่างชาติระยะยาวหนึ่งปีในที่สุด และทั้งคู่ก็ตัดสินใจเรียนต่อจนกระทั่งจบปริญญาตรี แต่เพราะพิมพ์พลอยกับเหม่ยเซียนเรียนภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย ทั้งสองจึงได้ปริญญาตรีมาสองใบ
เหม่ยเซียนตัดสินใจกลับมาเมืองไทยทันที โดยลากพิมพ์พลอยกลับมาด้วยหลังจากที่ได้รับหยกคืนจากเอริค ทั้งที่มีบริษัทมากมายติดต่อมาเพราะสนใจรับทั้งสองเข้าทำงาน
พิมพ์พลอยรู้ดีว่าสาเหตุก็คงจะมาจากเรื่องที่เอริคเพิ่งจะยอมคืนหยกให้เหม่ยเซียนทั้งที่ผ่านไปนานกว่ายี่สิบสามปี เหตุผลหลักก็เพราะก่อนหน้านี้เอริคเคยขายหยกชิ้นนั้นไป
เรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากมาย เอริคฝันร้ายมาโดยตลอดจนไม่อาจนอนหลับสนิท ดังนั้นจึงได้แต่พยายามหาทางซื้อมันคืนมา เงินที่เขาจ่ายไปเพื่อให้ได้หยกแก้วคืนมา แทบจะทำให้เขาล้มละลาย จนเป็นเหตุให้ภรรยาของเขาโทรมาประกาศตัดขาดกับเหม่ยเซียน ทั้งยังห้ามไม่ให้เหม่ยเซียนพบกับเอริคอีกทันทีที่รู้เรื่อง
เหม่ยเซียนส่งยิ้มให้พนักงานร้านกาแฟ “สวัสดีค่ะคาปูชิโน่ร้อนกับเค้กมะพร้าว ทานที่นี่นะคะ” หญิงสาวเอ่ยออกไปพร้อมกับควานหากระเป๋าสตางค์ในกระเป๋าถือ
“คนไทยหรือคะ” พนักงานเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ...ค่ะ”
“หน้าตาเหมือนคนจีนเลยค่ะ ลูกครึ่งหรือคะ ขอโทษที่ถามนะคะแต่คุณสวยจริงๆ”
หญิงสาวได้แต่ยิ้มแหยแทนคำตอบ มือก็ลูบไปยังจี้ที่ห้องคออยู่ จี้หยกแก้วที่เธอเพิ่งจะได้รับมาจากเอริค เธอเองก็เคยสงสัยว่าตัวเองน่าจะเป็นลูกครึ่งหรืออะไรทำนองนั้น แต่ในเมื่อบิดาบุญธรรมอย่างพจน์ และเอริคยังไม่สามารถสืบหาตัวตนของเธอได้ เวลาผ่านมาตั้งยี่สิบสามปีแล้วเธอยังจะหวังอะไรอีกเล่า
“กาแฟกับเค้กเสิร์ฟที่โต๊ะนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ เสิร์ฟที่โต๊ะด้านนอกนะคะบรรยากาศน่านั่งดี” เหม่ยเซียนรับใบเสร็จมาแล้วเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านนอกซึ่งยังว่างอยู่ ทว่าในยามที่เปิดประตูออกมานั้น กลิ่นหอมของดอกโบตั๋นพลันโชยมาจากที่ไหนสักแห่ง
เหม่ยเซียนขมวดคิ้วแล้วมองไปรอบๆ เพราะมั่นใจว่ากลิ่นนั้นเป็นกลิ่นหอมของดอกโบตั๋น ดอกไม้ที่เธอชอบมากที่สุด
“หรือว่าน้ำหอม แต่กลิ่นน้ำหอมก็ทำได้ไม่เหมือนขนาดนี้มั้ง หรือว่ามีคนปลูกอยู่แถวนี้ ...ก็ไม่น่าจะใช่” พึมพำพร้อมกับมองหาโดยที่หญิงสาวไม่ได้รู้เลยว่าที่มาของกลิ่นนั้น ก็คือจี้หยกที่เธอสวมอยู่
ที่สำคัญมังกรทองที่โอบกอดอักษรภายในหยกแก้วนั้น ได้เปลี่ยนอิริยาบถเป็นหันออกมาจับจ้องไปด้านหน้า ราวกำลังระวังภัยแทน!!
“เหม่ยเหม่ย! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!” เสียงตะโกนของพิมพ์พลอย ซึ่งหากไม่คิดว่าโอเวอร์ไป เหม่ยเซียนคิดว่ามันน่าจะเกินเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเดซิเบล
หญิงสาวจำต้องพลิกกายหลบมือที่กำลังลากให้ลุกจากเตียง เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง เพราะพิมพ์พลอยยืนยันว่าจะไม่นั่งแท็กซี่มาคอนโดเพียงลำพัง ดังนั้นเหม่ยเซียนจึงนั่งรถเมล์ไปยังสนามบิน ก่อนจะพาอีกฝ่ายนั่งรถแท็กซี่กลับมายังคอนโด ขากลับยังโดนอีกฝ่ายบ่นจนหูชาเรื่องที่ไม่ยอมซื้อรถขับสักที ยังไม่พอพิมพ์พลอยยังตะโกนโหวกเหวกตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้าด้วยซ้ำ
“โธ่พลอย ขอนอนต่อสักชั่วโมงนะแล้วจะยอมให้พลอยโวยวายต่อทั้งวันเลย” เหม่ยเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“ไม่ได้! ลุกขึ้นมาคุยกับพลอยเดี๋ยวนี้เลย นี่มันเรื่องอะไรกัน!” พิมพ์พลอยไม่พูดเปล่าแต่กลับยื่นหนังสือเล่มหนึ่งออกมาต่อหน้าเหม่ยเซียน
“อ้อ ก็เรื่อง The Baby From Nowhere เขียนโดยดิแอนเจลนี่ไง” เหม่ยเซียนตอบด้วยน้ำเสียงราวกับยังตื่นไม่เต็มตา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พิมพ์พลอยหัวเสีย
“อย่ามาทำไขสือนะ เมื่อครู่พลอยอ่านไปหน่อยหนึ่ง นี่มันเรื่องตอนเด็กของเหม่ยเหม่ยนี่!”
“ก็ใช่”
“แล้วเอามาเขียนทำไม นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะ เหม่ยเหม่ยเป็นพี่สาวพลอย เป็นลูกสาวคุณพ่อคุณแม่ แล้วนี่อะไร” พิมพ์พลอยร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น
เรื่องที่เหม่ยเซียนเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกพ่อแม่เอามาทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์ คนในครอบครัวพิทักษ์ชัยทุกคนพยายามปกป้องเหม่ยเซียนมาโดยตลอด ดังนั้นวันเวลาผ่านไปหลายปีผู้คนจึงคิดว่าเหม่ยเซียนเป็นลูกสาวบ้านพิทักษ์ชัย แต่การที่เหม่ยเซียนเอาเรื่องของตัวเองมาเขียนเป็นหนังสือโดยไม่ปรึกษาครอบครัวเช่นนี้ ทำให้พิมพ์พลอยรู้สึกราวกับถูกอีกฝ่ายหักหลัง
“พลอย” เหม่ยเซียนตกใจจนตาสว่างเมื่อเห็นว่าพิมพ์พลอยกำลังร้องไห้ แต่ไหนแต่ไรมาทั้งสองคนไม่เคยทะเลาะกันจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง อย่าว่าแต่การทำให้พิมพ์พลอยร้องไห้เลย
