ตอนที่ 4 ข่าวลือที่ไม่มีใครถามความจริง
เช้าวันจันทร์
บริษัทเหมือนเดิม
โต๊ะทำงานเหมือนเดิม
กองเอกสารยังสูงเท่าเดิม
แต่สายตา
ไม่เหมือนเดิม
มินตรารู้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา
ว่าเธอกลายเป็น “เรื่องเล่า”
เสียงกระซิบไม่ดัง
แต่ชัด
ชัดพอจะรู้ว่าไม่ได้พูดถึงงาน
“เลขาประธานคนนี้แหละ”
“ได้ตำแหน่งเพราะอะไรหรือเปล่า”
“ประธานพาอดีตภรรยากลับมา แต่เลขายังอยู่?”
เธอไม่หยุดเดิน
ไม่เร่ง
ไม่ช้า
เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน
เพราะการหยุดฟัง
จะทำให้ใจแตกก่อนงาน
“มินตรา”
หัวหน้าฝ่ายบุคคลเรียก
น้ำเสียงสุภาพเกินปกติ
“มีอะไรคะ”
“มีคนร้องเรียนเข้ามา”
คำว่า ร้องเรียน
ไม่ควรมาอยู่ในประโยคเดียวกับชื่อเธอ
“เรื่องอะไรคะ”
“เรื่องความเหมาะสมในการทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหาร”
เธอขมวดคิ้ว
“ดิฉันทำงานตามหน้าที่ทุกอย่างค่ะ”
“พี่ทราบ”
อีกฝ่ายถอนหายใจ
“แต่มีข่าวว่าเธอใช้ความสนิทส่วนตัว—”
“ไม่มีค่ะ”
คำตอบเร็ว
ชัด
ไม่เปิดช่องให้ตีความ
ห้องเงียบ
“บริษัทต้องสอบสวนตามขั้นตอนนะ”
“ค่ะ”
เธอรับ
โดยไม่ถามว่า ใครเป็นคนเริ่ม
เพราะลึก ๆ
เธอรู้คำตอบอยู่แล้ว
ข่าวไปถึงห้องประธาน
เร็วกว่าที่เธอคิด
คีรินอ่านรายงาน
นิ่ง
นิ่งจนน่ากลัว
“ใครส่งเรื่องนี้มา”
เลขาฝ่ายบริหารอีกคนตอบ
“ไม่ระบุชื่อครับ”
เขาหัวเราะเบา ๆ
เย็น
“กล้าดี”
“จะให้ชะลอการสอบสวนไหมครับ”
คีรินมองกระดาษ
ชื่อ มินตรา อยู่ตรงกลาง
เหมือนถูกปาใส่หน้า
“ไม่ต้อง”
คำตอบนั้น
ทำให้ลูกน้องชะงัก
“ให้เดินตามขั้นตอน”
“แต่—”
“ผมไม่ช่วยใคร
ถ้าเขาบริสุทธิ์
เขาก็ต้องพิสูจน์ได้”
ประโยคนั้น
คือสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดชีวิต
แต่เขาไม่รู้เลยว่า
มันกำลังทำร้ายคนที่ไม่เคยขอให้เขาช่วย
มินตรารู้ข่าว
จากอีเมลสอบสวนอย่างเป็นทางการ
มือเธอสั่น
นิดเดียว
ก่อนจะพิมพ์ตอบรับ
เธอไม่ได้ร้องไห้
แค่รู้สึกเหมือน
กำลังถูกดึงออกจากพื้นที่ปลอดภัย
โดยไม่มีใครถามว่าเธอพร้อมหรือยัง
ตอนพักกลางวัน
เธอไม่ไปโรงอาหาร
นั่งอยู่ที่โต๊ะ
กินแซนด์วิชคำเล็ก ๆ
เหมือนกลัวจะรบกวนใคร
โทรศัพท์สั่น
แม่
“ตรา…แม่เห็นข่าวในเน็ต”
หัวใจเธอหล่นวูบ
“ข่าวอะไรคะแม่”
“เขาว่าเลขาประธานมีอะไรกับเจ้านาย
แม่รู้ว่าไม่จริง
แต่—”
เสียงแม่สั่น
เพราะเป็นห่วง
ไม่ใช่สงสัย
“ตราไม่เป็นไรค่ะ”
คำโกหก
ที่เธอใช้เก่งที่สุด
บ่ายนั้น
ลลินเดินเข้าบริษัท
อย่างเปิดเผย
ไม่หลบ
ไม่ซ่อน
เธอสวย
มั่นใจ
เหมือนคนที่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจ
มินตราเห็น
แต่ไม่ทัก
ลลินเดินเข้ามาใกล้
กระซิบเบา ๆ
พอได้ยินกันสองคน
“ขอโทษนะคะ
ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันใหญ่ขนาดนี้”
คำว่า ขอโทษ
ไม่เคยฟังดูจริงใจน้อยเท่านี้
“แต่บางที”
ลลินยิ้ม
“คนบางคน
ก็ไม่ควรอยู่ใกล้เขาตั้งแต่แรก”
มินตราเงยหน้า
สบตา
“คุณกลัวอะไรคะ”
ลลินชะงัก
แค่เสี้ยววินาที
“ฉันไม่ได้กลัว”
“ถ้าไม่กลัว”
มินตราพูดเบา
แต่มั่นคง
“คุณคงไม่ต้องเหยียบคนที่ไม่สู้”
ลลินหัวเราะ
เสียงนั้นสวย
แต่เย็น
“เธอคิดว่าคีรินจะเลือกใคร”
คำถามนั้น
ไม่ต้องการคำตอบ
คืนนั้น
มินตราเก็บของ
เงียบ ๆ
ยังไม่ลาออก
แต่เตรียมใจ
เธอไม่รู้ว่า
ประธานจะเชื่ออะไร
แต่เธอรู้ว่า
ถ้าเขาไม่เชื่อเธอ
เธอจะไม่ขอร้อง
คีรินยืนอยู่หน้าต่าง
มองไฟเมือง
เขารู้ว่าเรื่องนี้
เกิดจากใคร
แต่เขาไม่หยุดมัน
เพราะลึก ๆ
เขายังกลัว
กลัวว่า
ถ้าเขาปกป้องเธอ
แล้ววันหนึ่งเธอทรยศ
เขาจะพังซ้ำอีกครั้ง
และความกลัวของเขา
กำลังทำให้
ผู้หญิงคนหนึ่ง
โดดเดี่ยวที่สุดในชีวิต
ห้องสอบสวน
ไม่ได้ใหญ่
แต่ทำให้คนตัวเล็กลงได้ง่ายมาก
มินตรานั่งหลังตรง
มือประสานบนตัก
สีหน้าเรียบ
เรียบเกินกว่าที่คนกำลังถูกตั้งคำถามควรเป็น
ตรงหน้า
คือคณะกรรมการสามคน
กระดาษหนา
บันทึกถ้อยคำ
และคำถามที่ไม่เกี่ยวกับงานเลยสักนิด
“คุณมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับประธานหรือไม่”
คำถามแรก
แทงตรง
ไม่อ้อม
“ไม่มีค่ะ”
“คุณเคยออกไปนอกเวลางานกับเขาไหม”
“เคยค่ะ ในกรณีงานด่วน
เช่น เจรจานอกสถานที่
หรือเตรียมเอกสารฉุกเฉิน”
“มีการติดต่อส่วนตัว นอกเหนือจากงานหรือไม่”
“ไม่มีค่ะ”
คำตอบของเธอ
ชัด
ตรง
ไม่มีสั่น
แต่สายตาฝั่งตรงข้าม
ยังไม่เชื่อ
“มีพยานระบุว่า
คุณได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง
เช่น เข้าถึงข้อมูลระดับสูง
และอยู่ใกล้ผู้บริหารมากกว่าปกติ”
มินตราเงยหน้า
“เพราะดิฉันเป็นเลขาส่วนตัวค่ะ
ไม่ใช่พนักงานทั่วไป”
หนึ่งในคณะกรรมการเงียบไป
อีกคนจดอะไรบางอย่าง
ไม่มีใครพูดว่า เธอพูดถูก
ด้านนอก
คีรินยืนอยู่หลังบานกระจก
ที่มองไม่เห็นด้านใน
เขาได้ยินทุกคำ
เห็นทุกท่าทาง
เห็นเลขาของเขา
นั่งอยู่คนเดียว
รับคำถามแทนเขา
เขากำมือแน่น
แต่ไม่เปิดประตู
ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าเธอบริสุทธิ์
แต่เพราะเขากลัว
กลัวว่า
ถ้าเขาเข้าไป
ทุกอย่างจะถูกมองว่า “ปกป้องเพราะความสนิท”
และเขาเกลียดคำนี้
เกลียดเพราะมันเคยทำลายชีวิตเขามาแล้ว
การสอบสวนจบลง
โดยไม่มีคำตัดสิน
แค่คำว่า
“รอผลพิจารณา”
ซึ่งหมายถึง
เธอยังต้องนั่งทำงาน
ท่ามกลางสายตา
ที่ไม่เป็นมิตรขึ้นทุกวัน
มินตราเดินออกมา
เห็นคีรินยืนอยู่
หัวใจเธอหยุด
เพียงเสี้ยววินาที
เธอรอ
รอให้เขาพูดอะไรสักคำ
“กลับไปทำงานเถอะ”
คำสั่ง
เรียบ
เหมือนทุกวัน
ไม่มีคำถามว่า เป็นยังไง
ไม่มีคำว่า ฉันเชื่อเธอ
ไม่มีอะไรเลย
มินตราพยักหน้า
โค้งเล็กน้อยตามมารยาท
“ค่ะ ประธาน”
แล้วเดินผ่านไป
โดยไม่รู้เลยว่า
ด้านหลัง
คีรินยืนแข็ง
เหมือนคนเพิ่งทำผิดพลาด
แต่ไม่กล้ายอมรับ
บ่ายนั้น
เธอทำงานต่อ
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จัดตาราง
ตอบอีเมล
พิมพ์รายงาน
แต่ทุกครั้งที่มือแตะแป้นพิมพ์
เธอรู้สึกเหมือน
กำลังใช้แรงทั้งหมด
เพื่อไม่ให้ตัวเองแตก
ลลินโทรมา
ในช่วงเย็น
มินตราไม่รับ
แต่ข้อความเด้งขึ้นมา
“ฉันบอกแล้ว
คนที่อยู่ใกล้เขา มักจะเจ็บ”
เธออ่าน
แล้วลบ
ไม่ตอบ
ไม่โต้
เพราะเธอรู้แล้วว่า
คนแบบลลิน
แพ้ทางความนิ่ง
คืนนั้น
มินตรากลับห้อง
นั่งอยู่คนเดียว
ไฟไม่เปิด
โทรศัพท์สั่น
ประธานคีริน
เธอมองชื่อ
นาน
ก่อนกดรับ
“มีอะไรคะ”
เสียงเธอสุภาพ
เหมือนเดิม
ไม่มีรอยร้าว
“…เธอโอเคไหม”
คำถามนั้น
มาช้า
เกินไป
มินตราหลับตา
สูดหายใจ
“โอเคค่ะ”
คำตอบสั้น
แต่ตัดทุกความหวัง
“ถ้าเธอรู้สึกว่า—”
“ประธานคะ”
เธอขัด
เสียงเบา
แต่ชัด
“ดิฉันไม่คาดหวังให้ใครปกป้อง
ดิฉันแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง”
คีรินเงียบ
“ถ้าไม่มีเรื่องงาน
ดิฉันขอวางสายค่ะ”
“มินตรา—”
สายถูกตัด
ไม่แรง
ไม่โกรธ
แต่เด็ดขาด
คีรินนั่งนิ่ง
มองโทรศัพท์ในมือ
เขาเพิ่งรู้ตัวว่า
ความเงียบ
ที่เขาเลือก
ไม่ใช่การป้องกันตัว
แต่มันคือ
การผลักใครบางคน
ออกไปจากหัวใจ
โดยไม่รู้ตัว
