ตอนที่ 3 ประธานที่ไม่เชื่อคำว่าซื่อสัตย์
คีรินไม่เชื่อคำว่า บังเอิญ
ทุกอย่างในชีวิตเขา
ต้องมีเหตุผล
ต้องมีที่มา
และต้องมีคนรับผิด
โดยเฉพาะเรื่อง “การทรยศ”
เช้าวันอังคาร
ออฟฟิศกลับสู่ความปกติ
เหมือนไม่เคยมีข่าวลือ
เหมือนไม่เคยมีใครถูกโยนเป็นแพะ
มินตรานั่งอยู่หน้าโต๊ะ
ทำงานเงียบ ๆ เหมือนเดิม
แต่บรรยากาศรอบตัว
เปลี่ยนไป
บางคนเริ่มยิ้มให้
บางคนเริ่มคุยด้วย
บางคนทำเหมือนไม่เคยพูดอะไรลับหลัง
มินตรารับรู้
แต่ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น
เพราะสิ่งที่เจ็บ
ไม่ใช่คำพูด
แต่คือการที่ทุกอย่างเปลี่ยน
เพราะ “มีคนมีอำนาจยืนข้างเธอ”
ไม่ใช่เพราะเธอผิดหรือถูก
“มินตรา”
เสียงเรียกจากด้านใน
ทำให้เธอรีบลุกขึ้น
“คะ ประธาน”
“เข้ามา”
ห้องทำงานยังเหมือนเดิม
เรียบ
เย็น
ไม่มีร่องรอยอารมณ์
“พรุ่งนี้ฉันมีประชุมกับบริษัทพันธมิตรเก่า”
คีรินพูด
เปิดแฟ้มให้เธอดู
ชื่อบริษัทนั้น
ทำให้มินตราชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
R-Development
“มีอะไร?”
เขาถามทันที
“ไม่มีค่ะ”
เธอส่ายหัว
“แค่ชื่อคุ้นนิดหน่อย”
คีรินไม่ซัก
แต่สายตาเขา
จ้องชื่อบริษัทนั้น
เหมือนมันเป็นแผลที่ยังไม่ปิด
วันประชุมมาถึง
ห้องประชุมใหญ่
ผู้บริหารนั่งครบ
และผู้หญิงคนหนึ่ง
เดินเข้ามาพร้อมทีมงาน
เธอสวย
สวยแบบที่ทุกคนต้องหันมอง
ชุดสูทเข้ารูป
ผมยาวสลวย
รอยยิ้มมั่นใจ
“สวัสดีค่ะคุณคีริน”
เสียงนั้น
ทำให้ทั้งห้องเงียบ
มินตรายืนอยู่ด้านหลัง
ถือแท็บเล็ต
และเธอเห็นชัด
มือของคีริน
กำแน่นขึ้นเล็กน้อย
“คุณลลิน”
เขาตอบเรียบ
แต่เย็น
ชื่อที่ไม่ได้ยินมานาน
กลับมาพร้อมกันทั้งความทรงจำ
ลลิน วัฒนกุล
อดีตภรรยา
ผู้หญิงที่เขาเคยเชื่อ
เคยรัก
และเคยมอบทุกอย่างให้
ก่อนที่เธอจะเลือก
เดินออกไป
พร้อมข้อมูลลับ
และหุ้นส่วนรายใหม่
โดยทิ้งเขาไว้
กับบริษัทที่เกือบล้ม
การประชุมเริ่ม
ลลินนำเสนอ
มั่นใจ
เฉียบคม
เหมือนคนที่ไม่เคยทำผิด
“โครงการนี้ เราอยากร่วมมือกับ KIRIN HOLDING
เพราะเชื่อในศักยภาพและความโปร่งใส”
คำว่า โปร่งใส
ทำให้คีรินยิ้มในใจ
เย็นชา
“คุณยังเชื่อคำนี้อยู่?”
เขาถาม
เสียงนิ่ง
แต่ทั้งห้องรู้สึกได้ถึงแรงกด
ลลินยิ้ม
ไม่สะทกสะท้าน
“ดิฉันเชื่อมาตลอดค่ะ”
มินตรายืนฟัง
หัวใจหน่วง
เธอไม่รู้เรื่องอดีต
แต่เธอรู้ว่า
บรรยากาศนี้
ไม่ใช่เรื่องธุรกิจอย่างเดียว
พักประชุม
มินตรายื่นเอกสารให้ประธาน
มือเธอสั่นเล็กน้อย
เพราะความตึงเครียดในห้อง
“คุณเปลี่ยนเลขาอีกแล้วเหรอคะ”
เสียงลลินดังขึ้น
สายตามองมินตรา
ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ค่ะ”
มินตราตอบสั้น
ก้มศีรษะตามมารยาท
ลลินยิ้ม
รอยยิ้มที่ไม่ถึงตา
“คนนี้…ดูเรียบร้อยดีนะคะ
ไม่เหมือนคนก่อน ๆ”
คำพูดนั้น
เหมือนชม
แต่แฝงมีด
คีรินพูดทันที
เสียงเรียบ
แต่แข็ง
“อย่าวิจารณ์คนของฉัน”
ทั้งลลินและมินตราชะงัก
คำว่า คนของฉัน
ทำให้มินตรารู้สึกแปลก
ทั้งอุ่น
ทั้งหนัก
ลลินหัวเราะเบา ๆ
“ขอโทษค่ะ แค่แซว”
แต่แววตาเธอ
ไม่ได้รู้สึกผิดเลย
หลังประชุม
คีรินกลับห้องทำงาน
โดยไม่พูดอะไร
มินตราเดินตาม
เงียบ
“คุณรู้ไหมว่าเธอเป็นใคร”
เขาถามโดยไม่หันมา
“ไม่ทราบค่ะ”
“อดีตภรรยาฉัน”
คำพูดนั้น
ทำให้มินตราหยุดเดิน
“และเป็นคนที่ทำให้ฉันไม่เชื่อ
คำว่า ซื่อสัตย์ อีกเลย”
ความเงียบปกคลุมห้อง
มินตราไม่ถาม
ไม่ปลอบ
ไม่แสดงความเห็น
เธอแค่ยืนอยู่ตรงนั้น
เหมือนที่เธอเคยทำเสมอ
“คุณคิดว่าคนเราเปลี่ยนได้ไหม”
คำถามนั้น
ไม่ได้ต้องการคำตอบ
แต่มินตรากลับตอบ
เสียงเบา
แต่ชัด
“บางคนเปลี่ยนค่ะ
บางคนแค่เปิดเผยตัวเอง”
คีรินหันมามองเธอทันที
สายตานั้น
ไม่โกรธ
ไม่เย็น
แต่เหมือนคนที่ถูกแตะ
ตรงแผลเก่า
เขาไม่พูดอะไรต่อ
แค่หันกลับไปมองวิวเมือง
และในใจเขา
เริ่มมีความกลัวบางอย่าง
ไม่ใช่กลัวอดีต
แต่กลัวปัจจุบัน
กลัวว่าคนที่ยืนเงียบ ๆ ข้างเขา
จะเป็นคนเดียว
ที่เขาไม่อยากเสียไป
ไปต่อทันที
นี่คือ ตอนที่ 3 (พาร์ต 2/2)
ตอนนี้จะ เจ็บเงียบ แต่หนักมาก
และเป็นครั้งแรกที่ “อดีต” เริ่มทำร้าย “ปัจจุบัน” อย่างชัดเจน
หลังจากวันประชุม
ชื่อของ ลลิน
กลายเป็นเงาที่เดินตามคีรินทุกที่
ไม่ใช่เพราะเธออยู่ใกล้
แต่เพราะอดีต
ไม่เคยยอมอยู่ห่าง
มินตรานั่งจัดเอกสาร
นิ่ง
เงียบ
เหมือนทุกวัน
แต่วันนี้
หัวใจเธอไม่อยู่กับงาน
คำว่า อดีตภรรยา
ยังค้างอยู่ในหัว
ไม่ใช่เพราะอยากรู้
แต่เพราะน้ำหนักของมัน
ผู้หญิงคนนั้น
สวย
มั่นใจ
มีตัวตน
และเธอ…
เป็นแค่เลขา
ที่ไม่ควรรับรู้เรื่องส่วนตัวของประธาน
“มินตรา”
เสียงเรียกจากในห้อง
ทำให้เธอรีบลุก
“คะ ประธาน”
คีรินยืนอยู่หน้ากระจก
ผูกไทใหม่
มือเขานิ่ง
แต่สีหน้าตึง
“คืนนี้ฉันต้องไปดินเนอร์กับ R-Development”
เธอพยักหน้า
“ดิฉันจะจัดรถให้ค่ะ”
“ไม่ต้อง”
คำสั้น
เฉียบ
มินตราชะงัก
“คะ?”
“ฉันจะขับเอง”
น้ำเสียงนั้น
เหมือนกำแพง
ไม่เปิดช่องให้ถาม
“ค่ะ”
เธอไม่ถามว่า ไปกับใคร
ทั้งที่คำตอบชัดเจน
ค่ำวันนั้น
ข่าวลือใหม่เริ่มขึ้น
“เห็นประธานกินข้าวกับผู้หญิงสวยมาก”
“อดีตภรรยาเขาไม่ใช่เหรอ”
“กลับมาคืนดีกันหรือเปล่า”
คำถามเหล่านั้น
ไม่ถูกถามต่อหน้า
แต่แทงมินตราได้แม่นยำ
เธออ่าน
แล้วปิดหน้าจอ
ไม่ใช่เพราะไม่อยากรู้
แต่เพราะรู้ว่า
ไม่ควรรู้
คีรินกลับดึก
กว่าทุกวัน
เขาไม่ได้มองมินตรา
แค่เดินผ่าน
เหมือนต้องการพื้นที่
“เอกสารพรุ่งนี้อยู่บนโต๊ะครับ”
เธอพูดตามหน้าที่
เสียงเรียบ
“อืม”
แค่นั้น
ประตูห้องปิดลง
แรงกว่าปกติ
คืนนั้น
มินตรากลับห้อง
นั่งอยู่บนเตียงนานมาก
โดยไม่เปิดไฟ
เธอไม่ได้เสียใจ
ไม่ได้ร้องไห้
แค่รู้สึก
เหมือนกำลังยืนอยู่ใกล้
สิ่งที่ไม่ควรเข้าไปแตะ
และเธอไม่รู้ว่า
ควรถอยตอนไหน
ถึงจะไม่เจ็บ
วันถัดมา
ลลินมาปรากฏตัวอีกครั้ง
ครั้งนี้
ไม่ใช่ในห้องประชุม
แต่ในโถงลิฟต์
“บังเอิญจังค่ะ”
ลลินยิ้ม
มองมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้า
สายตานั้นไม่ดูถูก
แต่ประเมิน
“สวัสดีค่ะ”
มินตราตอบ
สุภาพ
ถอยหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
“คุณทำงานกับคีรินมานานหรือยังคะ”
คำถามนั้น
ไม่ใช่เรื่องงาน
“ไม่นานค่ะ”
“เหรอ”
ลลินยิ้มบาง
“เขาเปลี่ยนเลขาบ่อยมากนะ”
ประตูลิฟต์ปิด
พื้นที่แคบ
อากาศหนัก
“คุณรู้ไหม”
ลลินพูดต่อ
เสียงเบา
เหมือนคุยเล่น
“เขาไม่เคยเชื่อใจใครจริง ๆ
ตั้งแต่ฉันไป”
มินตราไม่ตอบ
“ผู้หญิงที่อยู่ใกล้เขา”
ลลินเอียงศีรษะ
“มักจะเจ็บ”
คำพูดนั้น
เหมือนคำเตือน
แต่แฝงความพอใจ
ลิฟต์เปิด
มินตราก้าวออก
ไม่หันกลับ
“ขอบคุณที่บอกค่ะ”
ลลินชะงัก
เพราะไม่คาดว่าจะได้ยินคำนี้
บ่ายวันนั้น
คีรินเรียกมินตราเข้าห้อง
“เธอเจอลลินใช่ไหม”
คำถามตรง
ไม่มีอ้อม
“ค่ะ”
“เธอพูดอะไรกับเธอ”
มินตรานิ่ง
ก่อนตอบตามจริง
“แค่เตือนค่ะ”
คีรินหัวเราะในลำคอ
เย็น
ขม
“เธอถนัดเรื่องนั้น”
ความเงียบปกคลุม
“ถ้าเธอรู้สึกไม่สบายใจ
ฉันจะเปลี่ยนเลขา”
คำพูดนั้น
เหมือนยื่นทางออก
แต่เป็นทางที่ทำให้เจ็บ
มินตราเงยหน้า
สบตาเขา
“ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ”
“อย่าฝืน”
“ดิฉันไม่ได้ฝืน”
เธอตอบเบา
แต่ชัด
“ดิฉันแค่รู้ขอบเขตตัวเอง”
คีรินนิ่ง
“แล้วขอบเขตของเธอคืออะไร”
คำถามนั้น
ไม่ควรถูกถาม
แต่ถูกถามไปแล้ว
มินตรากำมือ
ก่อนตอบ
“ดิฉันเป็นเลขาค่ะ
ไม่ใช่คนในอดีต
และไม่ใช่คนในอนาคตของใคร”
คำตอบนั้น
ควรทำให้เขาสบายใจ
แต่กลับทำให้เขารู้สึก
เหมือนถูกกันออกไป
คืนนั้น
คีรินนั่งอยู่คนเดียว
กับแก้วเหล้า
ที่เขาไม่ได้ดื่มมานาน
เขานึกถึงลลิน
นึกถึงการทรยศ
นึกถึงคำเตือน
และนึกถึงผู้หญิงธรรมดา
ที่ไม่เรียกร้องอะไร
แต่ยืนอยู่ใกล้เขาเกินไป
ใกล้พอ
จะทำให้เขากลัว
กลัวว่า
ถ้าเธอเป็นคนดีจริง
เขาจะทำร้ายเธอ
โดยไม่ตั้งใจ
