ตอนที่ 1 เลขาที่ไม่ควรอยู่ข้างประธาน - 2
เปิดดูอย่างรวดเร็ว
“ใครจัด”
“ดิฉันค่ะ”
เขาเงยหน้าขึ้น
สายตาแข็งเฉียบ
“ใครอนุญาตให้ตัดเวลาพักเที่ยง”
มินตราชะงัก
มือเย็นวาบ
“ดิฉันดูจากตารางเดิมค่ะ
ท่านเคยพูดว่าไม่จำเป็นต้องพักถ้างานไม่เสร็จ”
ทั้งแผนกเงียบ
เลขาคนอื่นแทบไม่กล้าหายใจ
คีรินจ้องเธอ
นิ่ง
นานเกินไป
“อย่าเอาคำพูดของฉันไปตีความเอง”
น้ำเสียงไม่ได้ดัง
แต่คม
“ครั้งหน้า ถาม”
“ค่ะ”
คำตอบสั้น
ไม่มีแก้ตัว
ไม่มีสีหน้าไม่พอใจ
มันควรจะจบแค่นั้น
แต่คีรินกลับรู้สึกไม่พอ
“เธอคิดว่าตัวเองฉลาด?”
คำถามนั้นเหมือนมีด
แทงตรงกลางห้อง
มินตราเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
สบตาเขาเป็นครั้งแรกโดยไม่หลบ
“ไม่ค่ะ”
เธอตอบตรง
“แต่ดิฉันตั้งใจค่ะ”
เงียบ
เงียบจนพนักงานบางคนเริ่มไม่สบายใจแทนเธอ
ประธานหลายคนในบริษัทนี้
ไม่ชอบคำตอบแบบนี้
เพราะมันไม่ยอมก้มหัวพอ
แต่คีริน…กลับรู้สึกแปลก
เขาไม่เห็นความดื้อ
ไม่เห็นการท้าทาย
มีแค่ความซื่อ
ที่ไม่พยายามทำให้ตัวเองดูดีกว่าความจริง
“ไปแก้ตารางใหม่”
เขาพูดในที่สุด
“ภายในสิบนาที”
“ค่ะ”
มินตรานั่งลงทันที
นิ้วพิมพ์เร็ว
แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบจับจังหวะไม่ทัน
สิบนาทีผ่านไป
เธอเคาะประตู
เบา
แต่ชัด
“เข้ามา”
มินตราวางแฟ้มใหม่บนโต๊ะ
เปิดหน้าที่แก้ไข
และอธิบายสั้น กระชับ
ไม่มีคำเกิน
ไม่มีการป้องกันตัว
คีรินอ่าน
ช้า
ละเอียด
นี่ไม่ใช่งานของคน “บื้อ”
แต่มันเป็นงานของคนที่ “คิดเผื่อ”
เขาไม่ชม
ไม่แสดงออก
แค่พยักหน้าเล็กน้อย
“พอใช้”
สำหรับคนอื่น
คำนี้อาจฟังเหมือนไม่มีค่า
แต่สำหรับคนในบริษัทนี้
มันคือ “รอด”
ช่วงบ่าย
ความผิดพลาดครั้งแรกเกิดขึ้น
เอกสารสัญญาฉบับหนึ่ง
ถูกส่งไปผิดแผนก
เป็นเรื่องเล็ก
แต่ในบริษัทที่ทุกอย่างต้องเป๊ะ
มันใหญ่พอให้ใครบางคนหยิบไปขยาย
“เลขาใหม่ทำผิด”
เสียงกระซิบเริ่มดัง
ชัดขึ้น
ชัดขึ้น
“ก็ไม่แปลก หน้าตาแบบนั้น”
“เส้นไม่มี จะอยู่ได้กี่วัน”
มินตราได้ยิน
ทุกคำ
แต่เธอไม่เถียง
ไม่อธิบายกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
เธอเดินไปขอโทษแผนกนั้น
รับเอกสารกลับ
แก้ไข
และส่งใหม่ด้วยตัวเอง
โดยไม่รบกวนใคร
เย็นวันนั้น
คีรินเรียกเธอเข้าห้องอีกครั้ง
“เรื่องเอกสาร”
หัวใจเธอกระตุก
“ค่ะ”
“เธอเป็นคนส่งผิด?”
“ค่ะ”
เขาพิงเก้าอี้
กอดอก
ท่าทีเหมือนพร้อมตัดสิน
“ทำไมไม่แจ้งฉัน”
มินตรานิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“เพราะยังแก้ได้เองค่ะ
และมันไม่ควรเสียเวลาท่าน”
คำตอบนั้น
ทำให้คีรินนิ่งไป
เขาเคยได้ยินคำขอโทษมามาก
แต่ไม่เคยได้ยินเหตุผลแบบนี้
“ถ้ามันแก้ไม่ได้ล่ะ”
“ดิฉันจะรับผิดชอบค่ะ”
“ยังไง”
มินตรากำมือ
แต่เสียงไม่สั่น
“ทุกทางที่ทำได้
โดยไม่ทำให้บริษัทเสียหาย”
คำตอบนั้น
ไม่ฉลาด
ไม่สวย
แต่หนักแน่น
คีรินถอนหายใจช้า ๆ
เหมือนคนที่กำลังต่อสู้กับความทรงจำบางอย่าง
อดีตที่เขาเคยเชื่อใจ
เคยปล่อยให้ใคร “จัดการเอง”
และสุดท้าย…ถูกทิ้งไว้กับความพังพินาศ
“อย่าคิดว่าความรับผิดชอบคือการแบกทุกอย่างคนเดียว”
เขาพูดเสียงต่ำ
ไม่รู้ว่าพูดกับเธอ หรือกับตัวเอง
มินตราเงยหน้าขึ้น
สบตาเขาอีกครั้ง
“ถ้าวันหนึ่งดิฉันแบกไม่ไหว
ดิฉันจะขอความช่วยเหลือค่ะ”
คีรินชะงัก
นี่ไม่ใช่คำตอบของคนอ่อนแอ
และไม่ใช่คำตอบของคนอวดเก่ง
มันคือคำตอบของคนที่รู้ขีดจำกัดตัวเอง
“ออกไปได้”
คืนนั้น
คีรินยังไม่กลับ
เขานั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงาน
ไฟเมืองส่องเข้ามาเหมือนทุกคืน
แต่วันนี้…เงียบแปลกไป
เขาหยิบแฟ้มงานขึ้นมา
แล้วพบกระดาษโน้ตเล็ก ๆ แปะอยู่มุมบน
“เอกสารประชุมพรุ่งนี้ ดิฉันจัดลำดับตามที่ท่านชอบแล้วค่ะ
ถ้ามีจุดไหนไม่เหมาะสม บอกได้เลยนะคะ”
– มินตรา
ลายมือไม่สวย
แต่เป็นระเบียบ
ไม่มีคำเอาใจ
ไม่มีคำขอบคุณ
ไม่มีคำอธิบายเกินจำเป็น
คีรินมองกระดาษนั้นอยู่นาน
ก่อนจะวางมันลงช้า ๆ
และเป็นครั้งแรก
ที่เขาจำชื่อเลขาของตัวเองได้
โดยไม่ต้องดูแฟ้ม
“มินตรา…”
เสียงเรียกนั้นเบามาก
แทบไม่ได้ยิน
แต่หัวใจเขา
กลับรู้สึกไม่มั่นคงอย่างไม่ควรจะเป็น
