5
กู้ชิงหว่านยืนอยู่ด้านหลังดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอ
“พอแล้ว” เสียงของกู้เหวินหยวนเย็นเยียบ
“เรื่องนี้ไม่มีทางปล่อยผ่าน” กู้เหวินเจิ้งยิ้มเย็น
“จวนเล็ก ๆ แห่งนี้ กล้ารังแกคนตระกูลกู้ ช่างไม่รู้ที่ตาย” ด้านข้างจางเยว่หลานและหานซืออวี่สบตากัน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“น้องไม่ต้องกลัว พวกเราจะหนุนหลังเจ้าเต็มที่”
หลินอวี้เฉินเงยหน้าขึ้นมองมารดา ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปหา
“ท่านแม่” เขาจับชายแขนเสื้อแน่น
“ท่านพ่อจะฆ่าเราเอาสินเดิมไปให้เมียน้อย เขาไม่เคยรักพวกเราเลย” เสียงเล็กสั่นระริก ฟังดูน่าสงสาร
“ตอนนี้ทุกคนอยู่พร้อมแล้วท่านแม่ต้องสู้นะ ไม่อย่างนั้นเราจะกลับไปโดนเหยียบย่ำเหมือนเดิม” คำพูดนั้น เหมือนปลดโซ่ตรวนในใจของกู้ชิงหว่าน
นางหลับตาลงช้า ๆ ภาพในอดีต ความอดทน ความเงียบงัน ทุกอย่างผุดขึ้นมา แต่วันนี้ ลูกของนางยืนอยู่ตรงหน้า และกำลังถูกทำร้าย นางจะไม่มีวันยอมเด็ดขาด นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“ท่านพ่อ…ท่านแม่…พี่ใหญ่…พี่รอง…” เสียงของกู้ชิงหว่านสั่นเล็กน้อย แต่ชัดเจนในความรู้สึก
“ลูกขอหย่า” คำพูดนั้น ทำให้ทั้งลานตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครคัดค้าน ไม่มีใครลังเล เพราะทุกคนรู้ดีว่า ตั้งแต่วินาทีนี้ ตระกูลหลินได้พังลงแล้ว
ลานหน้าจวนยังไม่ทันสงบ หลินอวี้เฉินก็ทรุดลงคุกเข่าอีกครั้ง
“ท่านอ๋อง ขอความเป็นธรรมให้ข้ากับท่านแม่ด้วยเถิด” เสียงเล็กสั่นสะอื้น น้ำตาไหลไม่หยุด ท่ามกลางสายตาชาวบ้านที่มุงดูแน่นขนัด
“พวกเราถูกใส่ร้าย ถูกเหยียบย่ำ หากวันนี้ไม่มีผู้ใดยื่นมือช่วย ข้ากับท่านแม่คงไม่มีทางรอด” เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้าน
“น่าสงสารจริง ถึงกับต้องมาร้องขอความเป็นธรรมต่อหน้าท่านอ๋องเก้า”
จ้าวเหยียนอ๋องก้มมองเด็กชายที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า แววตานิ่งลึก
“เรื่องนี้” เขาเอ่ยช้า ๆ
“ข้าจะนำขึ้นกราบทูลต่อฮ่องเต้” ทั้งลานเงียบกริบ
“ตระกูลกู้มีบุตรชายสองคนที่คอยปกป้องแผ่นดิน มีคุณูปการต่อราชสำนัก ข้าไม่มีทางปล่อยให้ทายาทของตระกูลนี้ถูกเหยียบย่ำโดยไร้ความยุติธรรม” คำพูดนั้นเหมือนตราประทับ ทำให้ไม่มีใครกล้าขัด
หลินอวี้เฉินเงยหน้าขึ้น ก่อนจะหันไปหากู้ชิงหว่าน แล้วโผเข้ากอดแน่น
“ท่านแม่ในที่สุดก็มีคนช่วยเราแล้ว” เขาร้องไห้เสียงดัง เรียกร้องความสนใจเต็มที่ ชาติก่อนลูกเมียน้อยชอบเรียกร้องความสนใจ ใส่ร้ายเขา ชาตินี้เขาจะเรียกร้องความสนใจแบบนั้นบ้าง แต่จะเล่นใหญ่ให้มากกว่าลูกเมียน้อย ก็ให้มันรู้ไปว่าเขากับมารดาจะไม่ได้รับความยุติธรรม
“เราจะไม่ต้องทนอีกแล้ว”
กู้ชิงหว่านตัวสั่น น้ำตาไหลเงียบ ๆ ด้านหลังหลินเจิ้งอันกัดฟันแน่น
“เจ้า…เจ้าทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้” แต่ไม่มีใครสนใจเขาอีกต่อไป ไม่นานนัก ขบวนก็เคลื่อนเข้าสู่พระราชวัง ท้องพระโรง บัลลังก์มังกรตั้งตระหง่าน
เหนือสุดคือฮ่องเต้หลี่เทียนหลง ผู้ปกครองแผ่นดินต้าเซิ่ง ด้านล่างคือจ้าวเหยียนอ๋องยืนสงบนิ่ง ตระกูลกู้ทั้งสายยืนเรียงราย ส่วนหลินเจิ้งอันและฮูหยินผู้เฒ่าหลินกำลังคุกเข่า สีหน้าซีดเผือด
หลินอวี้เฉินคุกเข่าลง ก่อนจะก้มหน้าร้องไห้
“ฝ่าบาทข้าสงสารท่านแม่” เสียงเล็กสะอื้นจนแทบขาดใจ
“หลายปีมานี้ท่านแม่ถูกยึดสินเดิม ถูกบังคับให้ออกเงินเลี้ยงดูทั้งจวน เงินทองของท่านแม่ถูกเอาไปใช้จนหมด ข้ากับท่านแม่ต้องกินไม่อิ่ม นอนไม่อุ่น” เขากำเสื้อของตัวเองแน่น เสื้อผ้าที่ปะชุนหลายจุดเผยให้เห็นชัด
“เสื้อผ้าที่ข้าสวมมีแต่เสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ แต่บ่าวไพร่กับเมียน้อยที่อยู่ในจวนของท่านพ่อ กลับใส่ของดีกว่าข้าและท่านแม่เสียอีก” เสียงสะอื้นดังสะท้อนทั่วท้องพระโรง
“ท่านแม่ยังต้องทำงานเหมือนบ่าวทั้งที่เป็นฮูหยินเอก” ทุกคำพูดเหมือนคมมีดกรีดลงบนความยุติธรรม
ปัง!
ฮ่องเต้หลี่เทียนหลงตบโต๊ะเสียงดัง
“บังอาจ!” พระพักตร์ของพระองค์เคร่งขรึม ดวงตาเย็นเยียบ
“หลินเจิ้งอัน เจ้ากล้าทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
หลินเจิ้งอันตัวสั่น รีบก้มศีรษะ
“ฝ่าบาท กระหม่อม” ยังพูดไม่ทันจบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ฝ่าบาท!” กู้เหวินหยวนก้าวออกมาพร้อมคุกเข่าลง
“หม่อมฉันยินดีสละความดีความชอบทางทหารทั้งหมดที่ฝ่าบาทจะพระราชทานให้” ทั้งท้องพระโรงสะดุ้ง
“ขอเพียงให้น้องสาวของหม่อมฉันได้หย่า และมีชีวิตที่เป็นธรรม” กู้เหวินเจิ้งคุกเข่าตาม
“หม่อมฉันก็เช่นกัน ขอเพียงน้องสาวได้ความยุติธรรม ต่อให้ต้องออกรบอีกกี่ครั้ง หม่อมฉันก็ยินดี”
กู้เจิ้งเหอผู้เป็นอัครเสนาบดี คุกเข่าลงอย่างสง่างาม
“หม่อมฉันยินดีสละเกียรติยศทั้งหมดของตระกูลกู้ ขอเพียงให้บุตรสาวและหลานชายได้กลับคืนสู่ตระกูล และพ้นจากความอยุติธรรม”
หลี่ซูอิงก้มศีรษะตาม
“ขอฝ่าบาทเมตตา” ทั้งท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบงัน แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมา
บนบัลลังก์ ฮ่องเต้หลี่เทียนหลงนิ่งเงียบ สายพระเนตรกวาดมองไปยังจ้าวเหยียนอ๋อง และเขาเห็นลูกชายของตนกำลังมองกู้ชิงหว่านไม่วางตา สายตานั้นไม่ใช่แค่สงสาร แต่เป็นความรู้สึกที่เก็บซ่อนมานาน
ฮ่องเต้ชะงักไปชั่วขณะ ความทรงจำผุดขึ้นมา วันที่จ้าวเหยียนอ๋องกลับมาจากศึก มาขอพระราชทานสมรส แต่เขากลับพระราชทานนางให้ผู้อื่นไปก่อนแล้ว เพราะไม่รู้ว่าลูกชายหมายตาคุณหนูกู้เอาไว้ ก็อีกฝ่ายไม่ได้บอกเขานี่นา ฮ่องเต้ถอนหายใจเมื่อคิดถึงอดีต ตั้งแต่นั้นมาลูกชายคนนี้ไม่ยอมแต่งงาน ไม่เคยสนใจสตรีคนใด แม้จะพยายามเพียงใดก็ตาม ลูกชายก็สนใจสตรีคนใดอีก
ฮ่องเต้หลี่เทียนหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ
หรือว่านี่จะเป็นโอกาส หากเขาใช้เรื่องนี้ อาจทำให้จ้าวเหยียนอ๋องยอมรับตำแหน่งรัชทายาท และยอมแต่งงาน ความคิดนั้นแล่นผ่านอย่างรวดเร็ว
ก่อนพระองค์จะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“เรื่องการหย่า…” พระสุรเสียงหนักแน่นดังขึ้น ทำให้ทุกคนนิ่งฟัง
“ข้าขอพิจารณาก่อน” ทั้งท้องพระโรงเงียบลงอีกครั้ง
“แต่” พระเนตรเย็นเฉียบกวาดไปยังหลินเจิ้งอัน
“สินเดิมของกู้ชิงหว่าน ต้องคืนให้ครบ ห้ามขาดแม้แต่ชิ้นเดียว” คำพูดนั้นเหมือนคำพิพากษา
“และระหว่างนี้ กู้ชิงหว่านสามารถกลับไปอยู่จวนตระกูลกู้ได้”
ตึง!
หลินเจิ้งอันและฮูหยินผู้เฒ่าหลินทรุดลงทันที สีหน้าซีดเผือด เพราะพวกเขารู้ดี หากต้องคืนสินเดิมทั้งหมด จวนหลินจะไม่เหลืออะไรเลย
บนบัลลังก์ ฮ่องเต้หลี่เทียนหลงมองลงมาเงียบ ๆ สายพระเนตรลึกซึ้ง ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้คำตัดสินนั้น พระองค์ได้วางแผนการบางอย่างไว้แล้ว
ท้องพระโรงค่อย ๆ ว่างลง ขุนนางทยอยถอยออกไป เสียงฝีเท้าค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงความเงียบงันกับอำนาจที่ยังคงกดทับอยู่กลางอากาศ
“จ้าวเหยียนอ๋อง” สุรเสียงของฮ่องเต้หลี่เทียนหลงดังขึ้นช้า ๆ
