แย่งรากบำเพ็ญ
"ก็เพราะวันนั้นคือเจ้าขายที่ดินเพื่อไปแลกกับธาตุดินหายาก"
" ข้าเนี้ยนะ"
" ใช่สิ ก็เจ้านั้นแหละ"
"ใช่...ข้าเอง" นางตอบรับไปก่อน แต่สีหนายังงง ๆ อยู่เลย
'แสดงว่าหากจะต้องปลูกอะไรก็ต้องซื้อดินจากนครปฐพี ยิ่งชาวบ้านไม่ค่อยมีเงินก็ยิ่งไม่มีโอกาส ส่วนคนที่มีก็รอดตัวไปอย่างนั้นสิ ถึงว่าเจ้ากระรอกถึงบอกว่าปลูกอะไรก็ยากเป็นเช่นนี้นี่เอง'
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ สองสามครั้ง ท่ามกลางความเงียบในห้อง ทำให้นางหันไปมองทันที
ก๊อก ก๊อก..
"ลู่จินเหยา พวกทางการมันมาเก็บภาษีแล้ว"
น้ำเสียงของป้าดูร้อนรนขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังพยายามเร่งให้ลู่จินเหยา เตรียมหาเงินไว้ล่วงหน้าเท่าที่จะหาได้
" ท่านป้าหลิงอัน มาแล้ว"
ลู่จินเหยารีบดึงกล่อนประตูออกทันที
" เจ้ารีบหนีไปเถอะ” ป้าหลิงอันพูดด้วยน้ำเสียงร้อนใจ พลางมองออกไปด้านนอก
ลู่จินเหยาส่ายหน้าเบา ๆ นางยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่มีท่าทีคิดจะหนีไปไหน
“ข้าจะไปได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนยังอยู่ที่นี่” นางพูดเรียบ ๆ แต่แววตากลับหนักแน่นกว่าเดิม
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนบรรยากาศรอบด้านเริ่มตึงเครียดขึ้นทันที
ชาวบ้านต่างรีบพาลูกหลานกลับเข้าไปในบ้าน สีหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะปิดประตูเงียบ ๆ กันทีละหลัง
พวกมันเดินมาถึงกลางหมู่บ้าน ก่อนตะโกนเรียกให้ชาวบ้านออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่จนบรรยากาศรอบด้านเงียบกริบไปทันที
“พวกข้ามาเก็บภาษี จ่ายมาดี ๆ ซะ หากวันนี้ยังไม่มีจ่าย งั้นก็รอดอกเบี้ยเพิ่มได้เลย เดือนหน้าพวกข้าจะกลับมาเก็บใหม่” ชายคนนั้นตะโกนเสียงดัง พร้อมกวาดตามองชาวบ้านด้วยสายตากดดัน
ในระหว่างนั้นชาวบ้านบางคนค่อย ๆ เดินออกมาจากบ้าน ก่อนยื่นเงินที่มีอยู่ทั้งหมดให้ด้วยสีหน้าจำใจ
"ทั้งเนื้อทั้งตัวข้ามีแค่นี้แหละ หลานข้าไม่สบายจะไปหาหมอ ผ่อนผันได้หรือไม่"
"ไม่ได้ ลูกเจ้าไม่สบายแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า" น้ำเสียงของขุนนางดุดันและหนักแน่น จนชาวบ้านไม่กล้าพูดแทรกขึ้นมาแม้แต่คำเดียว
"ได้...นี่จ๊ะ" ชาวบ้านยื่นถุงเงินแต่กลับไม่กล้ามองถุงเงินที่อยู่ในมือตัวเอง
"เร็วสิ ชักช้าอยู่ได้" ขุนนางยื่นมือมากระชากถุงเงินไปทันที สีหน้าไม่แสดงความเห็นใจแม้แต่น้อย
"แล้วพวกเจ้าละ ยืนโง่อยู่ทำไม จ่ายมาสะดีๆ"
"พวกข้าไม่มีเงินเลย ไว้คราวหลังได้หรือไม่"
“ท่านขุนนางขะ ขอผัดไปก่อนจะได้หรือไม่" ข้อรองเอ่ยเสียงสั่น มือทั้งสองกำชายเสื้อแน่น
“ปีนี้ฝนแล้ง นาเสียหาย เงินในบ้านก็แทบไม่เหลือแล้ว หากให้เวลาพวกข้าอีกสักหน่อย คราวหน้าพวกข้าจะรีบหาเงินมาจ่ายให้ครบแน่นอน…”
ขุนนางหัวเราะเย็นชา พลางสะบัดแขนเสื้ออย่างดูแคลน
“แล้งก็ไปซื้อดินจากนครปฐพีมาปลูกสิ! ได้ยินว่าดินที่นั่นปลูกอะไรก็งอกงามไม่ใช่หรือ?” เขาแค่นหัวเราะ สายตามองชาวบ้านราวกับเป็นตัวตลก
“หรือจนเสียจนซื้อไม่ไหวกันแล้ว?”
คำพูดนั้นทำให้ชาวบ้านหลายคนหน้าซีด บางคนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้น แต่กลับไม่มีใครกล้าปริปากตอบโต้ ได้แต่ก้มหน้ากลืนความโกรธลงคอเงียบ ๆ
“นี่มันกลั่นแกล้งกันชัด ๆ…” ชายชราคนหนึ่งพึมพำเสียงแผ่ว ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้น
ชาวบ้านหลายคนเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ บางคนกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นชัด มือหยาบกร้านกำเข้าหากันด้วยความโกรธ เงินจะกินยังแทบไม่มี แล้วจะเอาที่ไหนไปซื้อดินจากนครปฐพีที่มีราคาแพงลิบลิ่ว
ขุนนางยกยิ้มมุมปาก สายตาเต็มไปด้วยความละโมบ ก่อนจะเอ่ยออกมาช้า ๆ
“ในเมื่อไม่มีเงิน… งั้นพวกเจ้าก็เอารากบำเพ็ญชั้นต่ำของพวกเจ้ามาแลกสิ”
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา บรรยากาศทั้งลานเงียบกริบ ชาวบ้านหลายคนเบิกตากว้าง สีหน้าถอดสีในพริบตา
รากบำเพ็ญคือสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ฝึกตน ต่อให้เป็นเพียงรากบำเพ็ญชั้นต่ำ มันก็ยังเป็นความหวังเดียวที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนธรรมดา
แต่ตอนนี้… ขุนนางตรงหน้ากลับพูดถึงมันราวกับเป็นแค่สินค้าราคาถูกที่โยนแลกกันได้ง่าย ๆ
“ไม่มีทางเด็ดขาด!”
เสียงตะโกนดังขึ้นจากกลางกลุ่มชาวบ้าน ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความเดือดดาล แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจากความอดอยาก แต่แววตากลับแข็งกร้าวไม่ยอมถอย
“รากบำเพ็ญคือชีวิตของพวกข้า! ต่อให้ตาย พวกข้าก็ไม่มีวันเอามันไปแลกกับภาษีบ้า ๆ นั่น!”
ชาวบ้านคนอื่นเริ่มส่งเสียงเห็นด้วย บางคนพยักหน้าแน่น บางคนกำหมัดด้วยความคับแค้นที่กดทับมานาน
ในขณะนี้นลู่จินเหยาจึงก้าวออกมาช้า ๆ ก่อนยกมือขึ้นคล้ายต้องการห้ามทั้งสองฝ่าย
“ท่านขุนนางโปรดใจเย็นก่อนเถิด” น้ำเสียงของนางนิ่ง
“ชาวบ้านเพียงแค่อยากมีชีวิตรอด หากบีบคั้นกันเกินไป ต่อให้เก็บภาษีได้วันนี้ วันหน้าก็คงไม่เหลือใครให้เก็บอีกแล้ว”
ขุนนางแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา เขามองลู่จินเหยาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ
“พูดจาเพราะพริ้งเสียจริง… แต่เจ้าคิดว่าคำพูดไม่กี่ประโยคจะทำให้ภาษีหายไปได้หรือ?”
น้ำเสียงของเขาหนักขึ้นทันที
“ข้าไม่สนว่าพวกมันจะอดตายหรือไม่ หน้าที่ของข้าคือเก็บภาษี! หากวันนี้ไม่มีเงิน ก็เอาของมีค่ามาแลก! ถ้ายังไม่มีอีก…” เขาหรี่ตาลงมองกลุ่มชาวบ้านด้วยสายตากดดัน “ข้าก็จะถือว่าพวกเจ้าขัดคำสั่งทางการ”
