บทที่ 3
“อย่าพูดแบบนี้สิคะน้องทิพย์ ไม่น่ารักเลยนะคะรู้ไหม!”
“ก็มันเรื่องจริงนี่ค่ะ พี่หนูเล็กของทิพย์ออกจะน่ารักแถมยังแสนดีขนาดนี้ แต่พี่ชายตัวดีของทิพย์กลับพาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ไปออกหน้าออกตาในงานสังคมอยู่ได้ ทั้งๆ ที่เมียของตัวก็สวยออกขนาดนี้ ถ้าลองพี่หนูเล็กของทิพยได้แต่งหน้าแต่งตัวสักนิดล่ะก็ ทิพย์รับรองได้เลยค่ะว่าจะต้องสวยกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่พี่ภพเคยควงมาแน่นอน” ความจริงก็คือความจริงอยู่ร่ำไป นั่นอาจเป็นเพราะรินลดานั้นไม่ชอบการแต่งหน้าเหมือนกับหญิงสาวคนอื่นๆ เลยทำให้เธอดูจะไม่โดดเด่นอะไรมากนัก หากอยู่รวมกลุ่มกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน
“ผมอิ่มแล้วครับ เชิญทุกๆ คนพากันสรรเสริญผู้หญิงคนนี้ต่อไปกันตามสบาย ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับคุณย่า” ช้อนในมือถูกวางกระทบแนบข้างจานสีขาวสะอาดที่ถูกจัดวางเอาไว้ให้ตรงหน้าอย่างแรงเมื่อพูดจบ ไม่สบอารมณ์กับทุกๆ ความเห็นของทั้งน้องสาวและคุณย่าที่พากันต่อว่ากัน ทำเหมือนเขาไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ก็ไม่ปาน
“เดี๋ยวหนูเล็กกลับมานะคะคุณย่า น้องทิพย์” รินลดาพูดขึ้นก่อนจะรีบลุกขึ้นและวิ่งตามผู้เป็นสามีไปติดๆ ทิ้งไว้แต่เพียงคุณหญิงสุรัตน์และหลานสาวคนเล็กที่ได้แต่ส่ายหน้าไปมากับภาพที่ได้เห็น ในใจนึกสงสารหญิงสาวอยู่ไม่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะรู้ดีว่าตรีภพนั้นผูกใจอยู่แต่กับรักแรกของตัวเอง มันคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่หลานชายของนางจะค้นพบว่าอดีตคือสิ่งที่ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ปัจจุบันนั่นต่างหากที่สำคัญ
“รอเดี๋ยวก่อนสิค่ะพี่ภพ!” ปากเจ้ากรรมดันเผลอเรียกชื่อของสามีเหมือนอย่างที่เคยใช้เรียกเขาในอดีต มันทำให้ร่างสูงของตรีภพชะงักก่อนจะหันมามองคนเรียกอย่างเอาเรื่องในขณะที่คนผิดได้แต่ก้มหน้านิ่งยืนอยู่กับที่
“ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วรินลดาว่าอย่ามาเรียกฉันว่าพี่อีก เธอไม่ใช่น้องสาวที่น่ารักของฉันนับตั้งแต่วันที่เธอยอมตกลงจะมาเป็นเจ้าสาวของฉันแทนภัทรในวันนั้นแล้ว!” ถ้อยคำหยาบกระด้างกระชากถามอย่างจงใจ เพราะเธอที่ดึงดันจะแต่งงานกับเขาแทนพี่สาวของตัวเองเสียให้ได้ในครั้งนั้นจึงทำให้ความรักความเอ็นดูที่เขาเคยมีให้น้องสางของอดีตคนรักแทบจะหมดลง ไม่มีอีกแล้วความรักความเอ็นดูที่เขาจะมอบให้ จะมีก็แค่ความเย็นชาที่เธอจะต้องแบกรับมันไปอีกนานแสนนาน หรือก็ไม่จนกว่าจะยอมเซ็นใบหย่าให้เขาเท่านั้น
“ฉันขอโทษค่ะ ว่าแต่คืนนี้คุณจะกลับดึกมากรึเปล่าคะ” แม้หัวใจจะรู้สึกเจ็บ แต่รินลดาก็ยังคงฝืนยิ้มไปให้สามีเหมือนอย่างเคย ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลังปวดร้าวกับคำพูดและท่าทีที่เมินเฉยกันของเขาอยู่
“เธอจะอยากรู้ไปทำไม” ชายหนุ่มย้อนถามกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก สายตาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ไม่ชอบให้เธอมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนัก ไม่ชอบที่เธอทำเหมือนตัวเองล้ำเส้น!
“นั่นก็เพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดของฉัน…”
หญิงสาวตอบกลับไปเพียงเท่านั้นก่อนจะก้มหน้านิ่ง แม้จะรู้แก่ใจดีว่าเขาไม่เคยใส่ใจเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังแอบหวังเผื่อว่าสักวันเขาจะกลับมาเป็นพี่ภพที่แสนดีคนเดิมของเธอ ชายหนุ่มซึ่งเคยรักและเอ็นดูเธอไม่ต่างอะไรกับน้องสาวคนหนึ่งของเขาเลยสักนิด แต่เมื่อทุกๆ อย่างเปลี่ยนไป ทุกๆ สิ่งที่เขาเคยมีให้ก็ค่อยๆ กลายเป็นอดีตที่เจือจางเต็มทีเท่านั้น
“นั่นมันเรื่องของเธอ เธอจะเกิดหรือว่าจะตายมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้ว เท่านี้ใช่ไหมที่อยากรู้ ฉันจะได้ไปเสียที!!” ไม่รอให้อีกคนได้ทันร้องตอบคนใจร้ายก็พาตัวเองเดินหายขึ้นรถไป และไม่คิดที่จะหันกลับมามองกันอีกเลย
ปัง!
“พี่ภพทำแบบนี้มันเกินไปแล้วจริงๆ นะคะคุณย่า วันเกิดเมียของตัวเองทั้งทีแทนที่จะมีของขวัญให้หรือไม่ก็รีบกลับบ้านไวกว่าปกติแท้ๆ แต่ดูสิคะ กลับควงเอายัยเพียงเพ็ญ แม่ไฮโซจอมปลอมอะไรนั่นไปงานประมูลเพชรหน้าตาเฉยแบบนี้ได้ยังไงกัน!” ทิพย์อักษรตวาดเสียงลั่นทันทีที่ทราบข่าวจากเพื่อนสาวที่บังเอิญพบเจอกับพี่ชายของตัวเองอยู่ในงานประมูลเพชรในช่วงหัวค่ำที่เพิ่งจะผ่านพ้นมาสดๆ ร้อนๆ มาให้ดู ในขณะทุกๆ ในบ้านนั้นกำลังจัดเตรียมงานฉลองวันเกิดให้พี่สะใภ้ที่น่ารักของเธอ แต่เจ้าตัวกลับไม่คิดที่จะกลับมาอวยพรให้เมียของตัวเองเลยสักนิด
“ช่างเขาเถอะค่ะน้องทิพย์ คุณภพเขาคงจะไม่ว่างจริงๆ มีแค่น้องทิพย์กับคุณย่า แค่นี้พี่ก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณทุกๆ คนมากนะคะสำหรับงานวันนี้ หนูเล็กมีความสุขมากค่ะ” รินลดาตอบกลับน้องสามีพร้อมรอยยิ้ม อย่างน้อยในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ก็ยังมีทุกๆ คนที่ยังรักและดีกับเธอ แม้ว่าคนที่เธออยากจะให้ทำดีกับเธอบ้างสักครั้งนั้น เขาจะไม่เคยสนใจใยดีกันเลยก็ตาม
“พี่หนูเล็กก็เป็นแบบนี้ไปซะทุกทีนั่นแหละค่ะ เราจะสั่งสอนพี่ชายตัวแสบของน้องพิทย์ยังไงกันดีคะคุณย่า ทำแบบนี้ใจร้ายเกินไปแล้วจริงๆ”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะแม่ทิพย์ วันนี้เป็นวันดี ย่าว่าเราอย่าให้เจ้าคนนิสัยเสียอย่างตาภพมาทำงานเลี้ยงของพวกเรากร่อยกันเลยจะดีกว่า เข้ามาหาย่าใกล้ๆ ทีสิหนูเล็ก ย่ามีของขวัญจะให้เรา” รินลดาพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะค่อยๆ เดินตรงเข้าไปหาผู้เป็นย่าพร้อมรอยยิ้ม จนเมื่ออีกฝ่ายเอื้อมไปหยิบเอากล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ มายื่นส่งให้เสียงหวานถึงได้ถามกลับไปอย่างสงสัย
“อะไรเหรอคะคุณย่า”
“ลองเปิดดูสิจ๊ะ แล้วบอกย่ามาสิว่าหนูชอบมันรึเปล่า” หญิงสาวทำตามคำตอบนั้นอย่างว่าง่ายก่อนจะพบว่าด้านในนั้นคือกำไลหยกสีสวยน่ารักที่ดูท่าน่าจะมีราคาแพงอยู่ไม่น้อย ถึงได้รีบส่ายหน้าในทันทีไม่กล้ารับของแพงๆ เช่นนี้เพราะตัวเองนั้นคงจะไม่เหมาะสมกับมันเสียเท่าไหร่
