บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 เช้าวันที่ไม่มีใครรู้

เช้าวันนั้น เมืองไททันยังคงตื่นขึ้นเหมือนทุกวัน

แสงอาทิตย์สีซีดส่องผ่านกลุ่มหมอกควันบาง ๆ ที่ลอยเหนือเขตแรงงาน โครงสร้างเหล็กของโรงงานสะท้อนแสงวาบวับราวกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังหายใจช้า ๆ เมืองนี้ไม่เคยหยุด แม้ในวันที่เครื่องวัดพลังระเบิด แม้ในวันที่เด็กคนหนึ่งถูกขังไว้ทั้งคืน

ไม่มีข่าว ไม่มีประกาศ ไม่มีคำขอโทษ

มีแค่ “ระบบ” ที่เดินหน้าต่อไป

เสียงกุญแจเหล็กหมุนดัง แกร๊ก

ประตูห้องเก็บอุปกรณ์ถูกเปิดออกพร้อมเสียงบ่นของภารโรง

“เมื่อคืนใครลืมปิดไฟอีกเนี่ย—”

ประโยคของเขาหยุดลงกลางคัน

เพราะในความมืดสลัว มีเงาหนึ่งนั่งพิงผนังอยู่

คินเงยหน้าช้า ๆ

แสงเช้าลอดเข้ามาเป็นเส้นยาว ตัดผ่านใบหน้าซีดเซียวของเขา ดวงตาแดงก่ำเพราะไม่ได้นอน ริมฝีปากแห้งแตก

ภารโรงถอยหลังหนึ่งก้าว

“เธอ…มาอยู่ในนี้ได้ยังไง!?”

คินพยายามลุกขึ้น ร่างกายปวดหนึบตั้งแต่หัวไหล่ถึงซี่โครง ขาเหมือนแบกของหนักทั้งคืน

เขาไม่ตอบคำถาม

เพราะคำตอบไม่มีค่า

ในโลกนี้ คำพูดของคนค่าพลัง 0.00 ไม่เคยถูกบันทึก

ไม่ถึงสิบนาที ข่าวแพร่ไปทั้งอาคารเรียน

“มีคนแอบนอนในโกดัง!”

“เป็นไอ้ศูนย์อีกแล้วเหรอ?”

เสียงซุบซิบไหลตามทางเดินเหมือนลมรั่วในท่อเก่า

ครูประจำชั้นเรียกเขาไปหน้าห้อง

“เธอเข้าไปทำอะไรในโกดังเมื่อคืน”

น้ำเสียงไม่ได้โกรธจัด แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย

คินมองพื้น

“ผมถูกขังครับ”

ห้องทั้งห้องเงียบไปครู่หนึ่ง

จากนั้นเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากแถวหน้า

อารันนั่งเอนหลัง ยกมือขึ้นเหมือนขออนุญาตพูด

“ครูครับ ถ้าคนค่าพลังศูนย์อยากเรียกร้องความสนใจ ก็ไม่น่าต้องแต่งเรื่องนะครับ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง

ครูถอนหายใจ

“คิน อย่าก่อปัญหาเพิ่มอีกเลย เครื่องวัดก็เพิ่งเสียเพราะเธอไปแล้ว”

คำว่า “เพราะเธอ” กดทับลงมาเหมือนก้อนหิน

แม้รายงานทางการจะบอกว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค

แต่ในสายตาของทุกคน สาเหตุก็คือเขา

เด็กที่ไม่ควรมีผลกระทบต่ออะไรทั้งนั้น

หลังคาบ้านเก่าในเขตแรงงานมีรอยรั่วตรงมุม

น้ำหยดลงมาเป็นจังหวะช้า ๆ

แม่ของคินนั่งอยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ ข้างหน้าต่าง ไอแห้ง ๆ จนไหล่สั่น

“เมื่อคืนกลับดึกนะลูก”

เธอถามโดยไม่หันมา

คินหยุดยืนหน้าประตู

เขาไม่ได้อยากโกหก

แต่ความจริงไม่มีประโยชน์

“มีงานช่วยจัดของครับ”

แม่พยักหน้าเบา ๆ

แสงแดดเช้าทำให้เห็นรอยคล้ำใต้ตาเธอชัดเจนขึ้น มือที่จับแก้วน้ำสั่นเล็กน้อย

บนโต๊ะมีซองเอกสารจากโรงพยาบาลวางอยู่

คินเห็นตัวเลขผ่านมุมซอง

ค่ารักษาเดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นอีก

เขารู้ว่ามันหมายความว่าอะไร

ผู้ไม่มีพลัง ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครื่องมือรักษาขั้นสูง

ยิ่งอาการทรุด ก็ยิ่งต้องใช้เงิน

“แม่ไม่เป็นไรหรอก”

เธอยิ้มบาง ๆ ราวกับอ่านความคิดลูกชายออก

คินพยักหน้า

เขาเกลียดรอยยิ้มนั้น

เพราะมันคือรอยยิ้มของคนที่พยายามทำให้ตัวเองมีค่าน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระ

บ่ายวันนั้น โรงเรียนจัดกิจกรรมซ้อมอพยพหนีภัยสัตว์ประหลาด

ลานกว้างถูกแบ่งโซน

• โซนผู้มีพลังระดับสูง: แนวหน้า

• โซนระดับกลาง: สนับสนุน

• โซนต่ำกว่า 5: ช่วยขนย้ายอุปกรณ์

• โซน 0.00: อยู่ด้านหลังสุด

ป้ายของคินติดอยู่ในโซนสุดท้าย

เขายืนมองเส้นแบ่งสีเหลืองบนพื้น

เส้นบาง ๆ

แต่ตัดคุณค่าคนออกจากกันชัดเจน

อารันเดินผ่านมาพร้อมกลุ่มเพื่อน

“อย่าเผลอเดินเข้ามาผิดโซนนะ เดี๋ยวโดนแรงกระแทกแล้วจะสลบเอา”

เสียงหัวเราะดังตามมา

คินไม่ตอบ

แต่ในอกมีบางอย่างกระเพื่อม

ไม่ใช่แค่ความอับอาย

มันคือความรู้สึกเหมือนถูกวางไว้ในกรง

กรงที่มองไม่เห็น

แต่ทุกคนรู้ว่ามันอยู่ตรงไหน

ช่วงค่ำ คินออกไปทำงานพิเศษ

ร้านสะดวกซื้อในเขตผู้มีพลังระดับกลาง

เขายืนหลังเคาน์เตอร์ สแกนสินค้าเงียบ ๆ

หน้าจอทีวีเหนือหัวกำลังถ่ายทอดข่าว

ยอดนักสู้ระดับประเทศกำจัดสัตว์ประหลาดสายพันธุ์ใหม่ได้สำเร็จ

ภาพสโลว์โมชั่น

แสงพลังพุ่งผ่านอากาศ

เสียงบรรยายเร้าใจ

“นี่คือความหวังของมนุษยชาติ”

ลูกค้าหลายคนหยุดดู

เด็กชายคนหนึ่งพูดกับพ่อ

“ผมอยากเป็นยอดนักสู้!”

พ่อหัวเราะอย่างภูมิใจ

คินก้มมองบาร์โค้ดในมือ

คำว่า “ยอดนักสู้” ดังซ้ำไปมาในหัว

มันควรจะเป็นคำที่สื่อถึงการปกป้อง

แต่ในชีวิตเขา มันหมายถึง

สิทธิพิเศษ

ลำดับชนชั้น

การได้รับก่อน

การรอดก่อน

ส่วนที่เหลือ…ค่อยว่ากัน

คืนนั้น หลังกลับบ้าน

แม่หลับไปแล้ว

เสียงหายใจของเธอไม่สม่ำเสมอ

คินนั่งลงบนพื้น ข้างเตียง

เขามองมือของตัวเอง

มือที่แตะเครื่องวัดแล้วมันระเบิด

มือที่ผลักประตูเหล็กเมื่อคืนจนมันสั่น

เขากระซิบเบา ๆ

“ถ้าฉันมีพลัง…”

ประโยคนั้นค้างกลางอากาศ

เสียงหนึ่งตอบในความเงียบ

“เจ้ามีพลัง”

คินหลับตาแน่น

“ถ้ามีจริง ทำไมเครื่องถึงอ่านเป็นศูนย์”

“เพราะมันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อวัดสิ่งนั้น”

หัวใจเขาเต้นช้าลง

ไม่ใช่ด้วยความกลัว

แต่ด้วยความคิดที่เริ่มแตกหน่อ

ถ้าโลกวัดเขาไม่ได้

แล้วใครเป็นคนผิด

เขา

หรือระบบ

เช้าวันถัดมา ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

เพื่อนร่วมชั้นยังหัวเราะ

ครูยังเพิกเฉย

ระบบยังแบ่งโซน

แต่คินเริ่มรู้สึกถึงความต่างเล็ก ๆ

เวลามีใครจ้องมองด้วยสายตาดูถูก

เขาไม่รู้สึกเล็กลงเท่าเดิม

เหมือนมีบางอย่างค้ำยันอยู่ข้างใน

เสียงกระซิบไม่ได้ดังตลอดเวลา

แต่มันไม่หายไปแล้ว

“เจ้าจะปล่อยให้พวกมันนิยามเจ้าหรือไม่”

คำถามนั้นวนซ้ำ

เขาเริ่มเกลียดคำว่า “ยอดนักสู้”

ไม่ใช่เพราะมันสูงส่งเกินเอื้อม

แต่เพราะมันถูกใช้เป็นกำแพง

กำแพงที่ผลักคนอย่างแม่เขาออกไป

กำแพงที่ทำให้เด็กคนหนึ่งถูกขังทั้งคืนโดยไม่มีใครรับผิดชอบ

กำแพงที่เรียกตัวเองว่า “ความยุติธรรมของระบบ”

ตอนพักกลางวัน

อารันเดินมาหยุดตรงโต๊ะคินอีกครั้ง

“เมื่อคืนคงหนาวน่าดู”

น้ำเสียงเหมือนหยอกล้อ

“ครั้งหน้าลองอย่าทำตัวน่าสงสารสิ เผื่อคนจะไม่อยากแกล้ง”

คำพูดนั้นเบา

แต่คม

คินเงยหน้ามอง

สายตาของเขาไม่เหมือนเดิม

อารันชะงักไปเสี้ยววินาที

แค่เสี้ยวเดียว

แต่คินเห็น

เขาเห็นความลังเลเล็ก ๆ ในดวงตาคนที่มั่นใจมาตลอด

แล้วมันก็หายไป

อารันหัวเราะกลบเกลื่อน

“อย่าทำหน้าดุแบบนั้นสิ คนศูนย์”

คินไม่ตอบ

แต่ในใจ เขาพูดคำหนึ่งชัดเจน

ฉันไม่ใช่ศูนย์

ไฟในห้องกระพริบเบา ๆ

ไม่มีใครสังเกต

ยกเว้นเขา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel