ตอนที่ 3 ห้องเก็บของ
โรงเรียนมัธยมเมืองไททันกลับมาเงียบสงบหลังเหตุเครื่องวัดพลังระเบิด
อย่างน้อย…ภายนอกก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น
แต่ในห้อง 3-B
บรรยากาศไม่เหมือนเดิม
สายตาหลายคู่ที่เคยหัวเราะ
ตอนนี้มีทั้งความขำขัน
และความหงุดหงิดปนอยู่
เพราะเรื่องเมื่อวาน
ทำให้วันสำคัญต้องหยุดกลางคัน
และใครบางคนต้องรับผิดชอบ
คินกำลังเก็บหนังสือเข้ากระเป๋า
เขารู้ว่าหลายคนมอง
แต่เลือกจะไม่สนใจ
เสียงเก้าอี้ลากพื้นดังครืด
อารันเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
“เพราะนาย เครื่องทั้งเครื่องถึงพัง”
คินเงยหน้ามอง
“เจ้าหน้าที่บอกว่าเครื่องเสียเอง”
อารันหัวเราะเบา ๆ
“นายคิดว่าฉันเชื่อเรื่องบังเอิญเหรอ?”
คนรอบข้างเริ่มล้อมวง
“หรือว่าคนศูนย์อย่างนายแอบทำอะไรไว้?”
คินไม่ตอบ
การเถียงไม่มีประโยชน์
อารันวางมือบนไหล่เขาอีกครั้ง
ครั้งนี้แรงกว่าครั้งก่อน
พลังบางอย่างกดลงมา
เหมือนแรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นทันที
“งั้นพิสูจน์หน่อยสิ ว่านายไม่ได้โกง”
เขาผลักคินออกจากห้อง
เสียงหัวเราะดังตามหลัง
หลังอาคารเรียน
มีโกดังเก็บอุปกรณ์กีฬาเก่า
ประตูเหล็กสนิมเกาะ
ไม่มีหน้าต่าง
“เข้าไป”
คินมองอารัน
“ทำไม”
หมัดพุ่งเข้าท้องเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
ลมหายใจหายไปทันที
ร่างทรุดลง
เสียงรองเท้าหลายคู่ล้อมรอบ
“อยากรู้นักว่าเครื่องพังเพราะอะไร”
แรงกระแทกตามมาอีกหลายครั้ง
ไม่ถึงขั้นกระดูกหัก
แต่หนักพอให้เจ็บจนหายใจลำบาก
พวกเขาไม่ได้อยากฆ่า
แค่อยาก “สอนบทเรียน”
ประตูเหล็กเปิดออก
“โยนมันเข้าไป”
ร่างของคินถูกผลักเข้าไปในความมืด
เสียงประตูปิดดังสนั่น
กุญแจล็อกหมุน
คลิก
เสียงหัวเราะห่างออกไปเรื่อย ๆ
“พรุ่งนี้เช้าค่อยมาเปิดให้ก็ได้
ให้คนศูนย์อยู่กับศูนย์ของมันไป”
ความเงียบเข้าครอบงำ
กลิ่นฝุ่น
กลิ่นสนิม
ความเย็นจากพื้นปูน
คินพยายามลุกขึ้น
ซี่โครงเจ็บ
ริมฝีปากมีเลือด
เขาเคาะประตู
ไม่มีเสียงตอบ
โรงเรียนปิดแล้ว
ไม่มีใครได้ยิน
เขาทรุดลงนั่งพิงผนัง
ทั้งชีวิตเขาชินกับคำว่า “ไม่มีค่า”
แต่คืนนี้
มันชัดเจนกว่าทุกวัน
เวลาผ่านไปช้า ๆ
แสงสุดท้ายลอดใต้ช่องประตูแล้วหายไป
ความมืดกลืนทุกอย่าง
คินเริ่มหายใจไม่สม่ำเสมอ
ไม่ใช่เพราะกลัวความมืด
แต่เพราะความเงียบ
มันเงียบเกินไป
แล้วเสียงก็ดังขึ้น
แผ่วเบา
เหมือนลมพัดผ่านหู
“เจ้าถูกกดทับอีกแล้ว”
คินสะดุ้ง
“ใคร”
ไม่มีคำตอบ
เขาหันซ้ายขวา
มีเพียงเงาของอุปกรณ์กีฬากองทับกัน
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ฉันคงเพี้ยนไปแล้ว”
เวลาผ่านไปอีก
ความหนาวเริ่มกัดผิว
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
ชัดกว่าเดิม
“เจ้าไม่โกรธหรือ”
หัวใจคินเต้นแรง
“ออกมาสิ!”
เสียงสะท้อนกลับมาจากผนัง
แต่คราวนี้
มันไม่ได้มาจากภายนอก
มันมาจากข้างใน
“เจ้าถูกเหยียบย่ำ ถูกหัวเราะใส่ ถูกตราว่าไร้ค่า
แล้วเจ้าจะก้มหน้ารับมันไปอีกนานแค่ไหน”
ภาพเหตุการณ์ในห้องเรียนผุดขึ้นมา
เสียงหัวเราะ
สายตาดูถูก
มือของอารันที่กดทับไหล่เขา
คินกัดฟัน
“มันก็แค่ชีวิตของฉัน”
“ไม่”
เสียงนั้นตอบทันที
“มันคือกรง”
พื้นใต้ตัวเขาสั่นเล็กน้อย
หรือเขาคิดไปเอง
“ข้ารอคอย…ผู้ที่ไม่ยอมก้ม”
เสียงเริ่มลึกขึ้น
หนักขึ้น
คินเอามือกุมหัว
“หยุด!”
“เจ้าต้องการพลังหรือไม่”
ลมหายใจเขาสะดุด
พลัง
คำที่ทั้งเมืองบูชา
คำที่แบ่งเขาออกจากคนอื่น
“พลัง…แล้วไง”
“พลังที่ไม่ถูกวัด
พลังที่ไม่ถูกจัดอันดับ
พลังที่ไม่มีใครกดทับได้”
หัวใจเขาเต้นช้า
แต่หนักแน่น
“แล้วต้องแลกอะไร”
ความเงียบชั่วขณะ
ก่อนเสียงนั้นจะตอบ
“เพียงแค่…อย่ายอมรับคำว่าศูนย์”
จู่ ๆ อุณหภูมิในห้องลดลง
ลมหายใจของคินกลายเป็นไอ
เงาในห้องดูเข้มขึ้น
เหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ภายใน
เขาหลับตา
ภาพบางอย่างปรากฏในความมืด
ประตูสีดำขนาดมหึมา
มีโซ่พันรอบ
สลักอักขระที่เขาอ่านไม่ออก
และเบื้องหลังประตูนั้น
มีบางสิ่งกำลังหายใจ
ช้า ๆ
หนัก ๆ
“เปิดมันสิ…”
เสียงกระซิบดังชิดหู
คินลืมตาขึ้นทันที
ความมืดยังคงเหมือนเดิม
ไม่มีประตู
ไม่มีโซ่
มีแค่ห้องเก็บของเก่า
เขาพิงผนัง
หัวใจเต้นแรงจนเจ็บอก
“มันไม่จริง…”
แต่ลึกลงไป
เขารู้สึกถึงบางอย่าง
เหมือนแรงกดดันบางชนิด
ไม่ได้มาจากภายนอก
แต่มาจากข้างใน
เหมือนบางสิ่งกำลังเคาะ
ตุบ…ตุบ…
ไม่ใช่เสียงหัวใจ
แต่เป็นเสียงของ “บางอย่าง”
กลางดึก
เสียงฝนเริ่มตก
น้ำหยดจากหลังคาเก่า ๆ ลงพื้น
คินเริ่มหมดแรง
ความเจ็บ
ความหนาว
ความหิว
ทุกอย่างรวมกัน
เขาคิดถึงแม่
ถ้าเขาหายไป
คงไม่มีใครสังเกต
“เจ้าคิดว่าตัวเองไร้ค่า…จริงหรือ”
เสียงนั้นกลับมาอีกครั้ง
นุ่มลงกว่าก่อน
“หากเจ้าไร้ค่า
เหตุใดพวกมันจึงต้องกลัวเจ้าโดยไม่รู้ตัว”
คำว่า กลัว ทำให้เขานิ่ง
อารันชะงักไปเสี้ยววินาทีตอนกดพลัง
เครื่องวัดระเบิด
พื้นแตกร้าว
ทั้งหมดคือเรื่องบังเอิญ?
คินค่อย ๆ ยืนขึ้น
แม้ร่างกายปวดไปหมด
เขาวางมือบนประตูเหล็ก
“ถ้าฉันไม่ยอมรับคำว่าศูนย์…”
เสียงเงียบลง
เหมือนกำลังรอฟัง
“…แล้วฉันคืออะไร”
วินาทีถัดมา
เสียงนั้นตอบ
“เจ้าคือจุดเริ่มต้น”
ทันใดนั้น
ประตูเหล็กสั่นแรง
กุญแจล็อกกระแทกกับบานประตู
เสียงดัง กึก
คินชะงัก
เขาไม่ได้ออกแรง
แต่แรงบางอย่าง
กำลังดันจากด้านใน
