ตอนที่5นอนด้วย
ตอนที่5นอนด้วย
ในงานล่าสัตว์ประจำปี ลานกว้างกลางหุบเขาหลวงถูกจัดตกแต่งอย่างโอ่อ่า ธงหลากสีโบกสะบัดรับสายลมฤดูใบไม้ร่วง เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างนั่งเรียงรายอยู่ใต้กันสาด สนทนาและจิบชากันอย่างคึกคัก เสียงหัวเราะแผ่วเบา ประสานเสียงเครื่องดนตรี สร้างบรรยากาศครึกครื้นทั่วทั้งลาน
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าม้าศึกก็ดังสะเทือนขึ้นจากด้านนอก ก่อนม้าหลายตัวตะควบเข้ามาภายในลานอย่างสง่างาม ฝุ่นดินฟุ้งกระจายตามแรงกีบม้า ร่างบุรุษหลังม้าล้วนเปี่ยมด้วยความองอาจ
ภายใต้กันสาดนั้น เสิ่นเหยียนหลัวที่นั่งอยู่ก็พลันเบิกตากว้าง เมื่อสายตาเห็นร่างสูงของ เซียวอวี้เหิง นางรีบลุกขึ้นทันที หัวใจเต้นแรงด้วยความกังวล เพราะนางรู้ดีการแข่งขันครั้งนี้หาใช่เพียงการล่าสัตว์ธรรมดา หากเป็นกับดักที่องค์ชายสามวางไว้เพื่อทำร้ายเขา
นางรีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้าไปยังกลางลาน ในขณะที่เซียวอวี้เหิงควบม้ามาหยุดลงอย่างมั่นคง เมื่อเขากระโดดลงจากหลังม้าได้สำเร็จ ร่างบางของเสิ่นเหยียนหลัวก็เข้ามาถึงตัวเขาแล้ว
“องค์ชาย ท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่”
น้ำเสียงนั้นอ่อนแรง แฝงความร้อนรนอย่างชัดเจน เซียวอวี้เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสงสัยฉายชัดผ่านแววตาคมเข้ม ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยคำใดออกมา ร่างบางตรงหน้ากลับเซถลา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
“องค์…”
เสียงนั้นขาดหาย ร่างของนางอ่อนแรงลงในพริบตา เซียวอวี้เหิงรีบคว้าตัวนางไว้โดยสัญชาตญาณ แขนแข็งแรงโอบรัดร่างบางแน่น ก่อนจะยกนางขึ้นอุ้มแนบอกโดยไม่ลังเล แล้วเร่งก้าวตรงไปยังกระโจมอย่างรวดเร็ว สายตาผู้คนรอบข้างต่างจับจ้องภาพนั้นด้วยความแตกตื่น
“พระชายา! พระชายา!”
เสียงอารั่วดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก นางรีบเร่งฝีเท้าตามหลังไป หัวใจสั่นไหวไม่เป็นส่ำ
ในเวลาเดียวกัน เซียวเฉิงอวี่ที่เพิ่งกระโดดลงจากมาก็มองภาพเหตุการณ์นั้นอยู่ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ อย่างพึงพอใจ แววตาฉายแผนการอันลึกซึ้ง เขาพึมพำกับตนเองด้วยเสียงแผ่ว
“เหยียนหลัวแสดงได้ไม่เลว… ไม่นานเขาต้องหลงเจ้าเป็นแน่น”
กล่าวจบ เขาก็หมุนกาย ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย แล้วก้าวกลับไปยังที่นั่งของตน ราวกับทุกอย่างเป็นเพียงฉากหนึ่งที่เขาเป็นผู้กำหนด แผนการที่เขาวางไว้มาเนินนานกำลังค่อย ๆ ดำเนินการไปทีละขั้นอย่างช้า ๆ
….
ภายในกระโจมที่เงียบสงบ เสิ่นเหยียนหลัวนอนอยู่บนเตียงนุ่ม สายลมเย็นพัดลอดเข้ามาทำให้ร่างบางค่อย ๆ ได้สติกลับมา นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่งแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“อารั่ว อารั่ว”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
อารั่วที่ได้ยินเสียงของคุณหนูของตนเองนางที่กำลังจุดกำยานก็ชะงักทันทีแล้วเอ่ยตอบก่อนจะก้าวเข้ามาหา
เสิ่นเหยียนหลัวเมื่อเห็นสาวใช้ของตนเองก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบ
“นี่จ้านอนหลับไปนานเท่าไร”
อารั่วมองนางครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“หนึ่งวันหนึ่งคืนเจ้าค่ะ”
เสิ่นเหยียนหลัวพยักหน้าอย่างเข้าใจยาที่ เซียวเฉิงอวี่ให้นางนี่แรงจริง ๆ เลย มิน่าเล่าชาติที่แล้วเซียวอวี้เหิงถึงบาดเจ็บหนัก นางถอนหายใจอย่างรู้สึกผิดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อน
“รินชามาให้ข้าที”
“เจ้าค่ะ”
อารั่วตอบก่อนจะหมุนกายก้าวตรงไปยังโต๊ะข้างเตียงแล้วยกกาน้ำชารินชาอุ่น ๆ ใส่ถ้วยชาใบเล็กก่อนจะยกถ้วยชานั้นก้าวไปยื่นให้กับ เสิ่นเหยียนหลัวอย่างนอบน้อม
เสิ่นเหยียนหลัวรับถ้วยชานั้นมาจิบแก้กระหาย
อารั่วที่ยืนอยู่เคียงข้างนางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“คุณหนูให้บ่าวไปแจ้ง องค์ชายสามหรือไม่เจ้าคะ”
เสิ่นเหยียนหลัวขมวดคิ้ว มองอารั่วด้วยความสงสัยแบะงุนงงพร้อมกับเอ่ยย้ำอย่างไม่แน่ใจ
“แจ้งองค์ชายสาม?”
อารั่วพยักหน้าอย่างเขินอาย ใบหน้าเขินอายของอารั่วทำเอานางถึงกับลำสักน้ำชานั้นทันทีเมื่อนึกขึ้นได้
“คุณหนู!”
อารั่วอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นนางสำลัก อารั่วรีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาให้นางพร้อมกับลูบหลังให้คุณหนูของตนอย่างแผ่วเบา
เสิ่นเหยียนหลัวถอนหายใจอย่างแผ่วเบา เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหลังจาก เซียวอวี้เหิงนั้นได้รับบาดเจ็บ นางกับ เซียวเฉิงอวี่ก็พลอดรักกันอยู่ในกระโจมหลังนี้ โดยมีอารั่วคอยดูต้นทางให้พวกเขา ตลอดทั้งคืน
ไม่ได้หาก เซียวเฉิงอวี่มาพบนางที่นี่แม้ในชาตินี้นางจะไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว แต่หากเขามาก็ไม่อาจหาเหตุผลใดมาแก้ตัวได้อีก ภารกิจของนางคือต้องเปลี่ยนเรื่องราวของชาติที่แล้ว ให้ได้
นางถอนหายใจหนักก่อนจะยื่นถ้วยน้ำชาให้ อารั่วแล้วลุกขึ้นจากเตียงทันทีก่อนจะก้าวตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง นางหยิบหวีขึ้นมาสางผมให้เป็นระเบียบ ก่อนจะเติมแป้งเล็กน้อยบนใบหน้า แล้วจัดอาภรณ์ของตนเองจนเรียบร้อย มองใบหน้าของตนเองในกระจกด้วยแววตามุ่งมั่นก่อนจะลุกขึ้นอย่างสง่างามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไปกัน”
…..
