ตอนที่3 ย้อนเวลา
ตอนที่ 3 ย้อนเวลา
เสิ่นเหยียนหลัวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าความรู้สึกไร้น้ำหนักโอบล้อมร่างกาย นางไม่อาจรับรู้ได้ว่าตนล่องลอยอยู่ ณ แห่งหนใด เบื้องหน้ามีเพียงความมืดมิดไร้ขอบเขต ราวกับโลกทั้งใบถูกกลืนหายไปแล้ว
นางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างลังเล ฝีเท้าเบาราวไม่ได้สัมผัสพื้น เดินไปได้เพียงครู่เดียว แสงสีขาวเลือนรางก็เริ่มปรากฏขึ้นไกลลิบท่ามกลางความว่างเปล่านั้น
“เสิ่นเหยียนหลัว”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่คุ้นเคย และไม่อาจระบุทิศทางได้ ราวกับดังมาจากทุกสารทิศ นางชะงักฝีเท้า หัวใจสั่นไหว พยายามกวาดสายตามองหาเจ้าของเสียง แต่ยังไม่ทันจะตั้งตัว แสงสีขาวนั้นก็พลันสว่างจ้า แผดกล้าจนแสบตา นางยกมือขึ้นบังไว้โดยสัญชาตญาณ
เมื่อดวงตาค่อย ๆ ปรับแสงได้ นางจึงลดมือลง
ภาพตรงหน้าทำให้นางแทบทรุด เซียวอวี้เหิงยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ดาบในมือกำแน่น ใบหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาเย็นชาจนไร้ความเป็นมนุษย์ ร่างของเหล่านางกำนัลและขันทีล้มลงรอบกาย เสียงกรีดร้องและความตื่นตระหนกดังระงม ก่อนทุกอย่างจะเงียบงันลงภายใต้คมดาบนั้น
ภาพนั้นเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยอีกภาพหนึ่ง
ท้องพระโรงอันโอ่อ่ากลับกลายเป็นแดนประหาร เซียวอวี้เหิงยืนอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์ ขุนนางมากมายล้มลงต่อหน้าเขา ไม่มีการไต่สวน ไม่มีความปรานี เลือดหลั่งรินเปรอะเปื้อนพื้นหินอ่อน ศักดิ์ศรี อำนาจ และความจงรักภักดี ล้วนไร้ค่าในสายตาของทราชผู้ไม่เชื่อใจผู้ใดอีกแล้ว
เขาฆ่าทุกคนที่อาจทรยศ หักหลัง เขา จนบ้านเมืองตกอยู่ในความปั่นป่วน ผู้คนหวาดกลัว อำนาจกลายเป็นคมมีดที่หันเข้าหาทุกชีวิต
เสิ่นเหยียนหลัวยืนตัวสั่น หัวใจราวถูกบีบรัด ภาพเหล่านั้นซ้อนทับกันจนแทบทำให้นางทรุดลง
แล้วเสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง เย็นเยียบ ราบเรียบ แต่หนักหน่วงราวคำพิพากษา
“เห็นหรือยัง… สิ่งที่เจ้าก่อเอาไว้”
เสิ่นเหยียนหลัวสะดุ้งวาบ หัวใจราวถูกบีบแน่น ภาพนองเลือดเหล่านั้นพลันหมุนย้อนกลับเปลี่ยนเป็นภาพในอดีต
ภาพของนางที่ยิ้มอ่อนโยน หลอกล่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้อยคำหวานของนางที่เต็มไปด้วยคำลวงที่แทงใจเขาโดยไม่รู้ตัว จนสายตาของ เซียวอวี้เหิงค่อย ๆ แข็งกระด้างมากขึ้นจากการถูกนางหลักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาต้องสูญเสียบุตรคนที่รักเคารพเพราะนางจนหัวใจด้านชา และเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
จากชายหนุ่มที่ยังรอยลังเลกลับกลายเป็น บุรุษที่ไม่เชื่อใจใครอีก และสุดท้ายกลายเป็นทราชผู้ยอมสังหารทุกคนที่เข้าใกล้
เสิ่นเหยียนหลัวยืนมองทุกอย่างด้วยหัวใจปั่นป่วน ความสับสนถาโถมจนแทบยืนไม่ไหว น้ำตาใสไหลลงมาตามแก้มโดยไม่รู้ตัว
แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นชิดข้างหู ใกล้เสียจนเหมือนลมหายใจ
“จงกลับไป… เปลี่ยนเรื่องราวเสีย”
ยังไม่ทันที่นางจะเข้าใจความหมายทั้งหมด ร่างทั้งร่างก็ถูกแรงมหาศาลกระชากอย่างรุนแรง โลกทั้งใบหมุนคว้าง แสงและความมืดปะทะกันจนทุกอย่างแตกสลาย
เสิ่นเหยียนหลัวสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นทันที ลมหายใจหอบถี่ เหงื่อเย็นซึมเต็มแผ่นหลัง หัวใจเต้นราวจะทะลุอก
“คุณหนู… คุณหนูเจ้าคะ”
เสียงใส ๆ ดังขึ้นข้างกาย นางรีบหันไปมองเห็น อารั่วสาวใช้คนสนิท นั่งอยู่เคียงข้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและงุนงง
เสิ่นเหยียนหลัวยังไม่ทันได้ตั้งสติ อารั่วก็ส่งสายตาให้นางช้า ๆ ราวกับกำลังจะบอกว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วรอเพียงนางเท่านั้น
นางเบิกตากว้างมองไปตามสายตาของ อารั่ว เห็น เซียวอวี้เหิงนั่งอยู่เคียงข้างนางด้วยใบหน้าเย็นชา นางเห็นแววตาเขาก็สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจมือที่ถือถ้วยน้ำแกงอุ่นอยู่พลันสั่นเล็กน้อย เซียวอวี้เหิงรีบยกมือขึ้นช่วยนางประคองถ้วยน้ำแกงไว้
นางที่เพิ่งได้สติมองออกไปยังลานล่าสัตว์เบื้องหน้าก่อนจะมองถ้วยน้ำแกงในมือที่บัดนี้ เซียวอวี้เหิงรับไปแล้ว นางรีบแย่งกลับมาแล้วดื่มเข้าไปจนหมด
“นี่เจ้า”
เซียวอวี้เหิงอุทานด้วยความตกใจและงุนงงกับเหตุการตรงหน้า
เสิ่นเหยียนหลัวกลืนน้ำแกงในถ้วยนั้นจนหมดก่อนจะวางลงหอบหายใจเหนื่อยแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นเช็ดเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงสั่น
“หม่อมฉันคอแห้งน่ะเพคะ เดี๋ยวให้อารั่วไปนำมาให้ใหม่นะคะเพคะ”
“ไม่ต้อง”
เสียงเข้มดังขึ้นอย่างเย็นชา
เสิ่นเหยียนหลัวพลันถอนหายใจแผ่ว เพราะในน้ำแกงถ้วยนี้นางวางยาพิษที่จะทำให้เขาอ่อนแรงและในชาติที่แล้วเพราะพิษนี้จึงทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและนอนรักษาอยู่หลายวัน
เสิ่นเหยียนหลัวค่อย ๆ มองบุรุษตรงหน้าอีกครั้ง บัดนี้เขายังเป็นเพียง องค์ชายใหญ่ ที่แสนจะเย็นชาใส่นางเท่านั้น ในชาติที่แล้วไม่ง่ายเลยที่นางจะอ้อนเขาจนเขายอมดื่มน้ำแกงถ้วยนี้ แม้เขาจะทำเป็นเย็นชาใส่นางแต่ก็ใส่ใจนางอยู่บ้างมิเช่นนั้น นางจะหลอกให้เขาไว้ใจได้ตั้งหลายครั้งได้หรือ
นางถอนหายใจแผ่ว พลันมองออกไปยังลานด้านนอก องค์ชายสามที่นั่งอยู่อีกฝากนั้นกลับส่งสายตาหวานมาให้นางอย่างตั้งใจ หากเป็นชาติที่แล้วนางคงจะยินดียิ่งนัก แต่เมื่อนึกคมมีดที่เขาปักลงบนอกนางเพื่อเอาตัวรอด
ตั้งแต่วินาทีนั้น ความโง่งมของข้าก็มลายหายไปสิ้น
…
