บทที่ 5 ขยายกิจการและเปิดการค้าต่างเมือง (1/2)
บทที่ 5 ขยายกิจการและเปิดการค้าต่างเมือง (1/2)
กำหนดการเจ็ดวันมาถึง พวกข้ารับใช้จากในวังก็มารับขนมตามที่สั่งเอาไว้ หลินหว่านชิงมอบขนมปังเกลือหนึ่งพันหนึ่งร้อยชิ้นให้กับเหลียงกงกงไปทั้งหมดเพื่อจะได้เอาไว้สำรองเผื่อว่ามีผิดพลาดประการใด นางเพิ่งรู้ว่าชายชราที่มาติดต่อซื้อขนมจากนางคือขันทีคนสนิทของฮองเฮาก็วันนี้นี่เอง วันนั้นกับวันนี้เขาดูแตกต่างกันอย่างลิบลับ
หลังจากรับคำสั่งซื้อใหญ่จากวังหลวงร้านหลินจี้ก็ไม่เหลือเค้าของร้านขนมเล็ก ๆ ที่มีเพียงเตาอบหนึ่งเตากับโต๊ะไม้ไม่กี่ตัวอีกต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้นหลินหว่านชิงพาชุ่ยเอ๋อร์กับไต้ลู่เหมยไปดูเรือนว่างสองหลังที่อยู่ด้านหน้าตลาด เจ้าของเพิ่งจะประกาศปล่อยเช่าหมาด ๆ เมื่อวานนี้เอง เป็นเพราะว่าบ้านที่นางเช่าตอนนี้มันเล็กเกินไปที่จะทำขนมส่งให้กับวังหลวงแล้ว เพราะหลังจากที่นางทำส่งให้ครั้งแรกฮองเฮาก็ทรงประทับพระทัยเป็นอย่างยิ่งและได้ทำสัญญาระยะยาวกับร้านหลินจี้ว่าเมื่อมีงานเลี้ยงจะสั่งขนมจาากร้านหลินจี้เข้าวัง นางจึงต้องเตรียมทั้งตัวและร้านให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา
สตรีสามนางเดินสำรวจตั้งแต่พื้นที่ด้านหน้าบ้านไปจนถึงห้องครัวด้านหลัง ใช้สายตามองพื้นที่ทุกส่วนอย่างละเอียด ก่อนจะหันกลับมาปรึกษากัน
“ห้องนี้ใช้เก็บแป้งกับน้ำตาลได้เจ้าค่ะ ห้องนั้นใช้ตีไข่กับเตรียมไส้ ส่วนลานด้านหลังทำเป็นที่พักขนมก่อนบรรจุ” ชุ่ยเอ๋อร์ออกความเห็นเป็นคนแรก
ไต้ลู่เหมยมองพื้นที่กว้างขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าแล้วอดถามไม่ได้ “เถ้าแก่เนี้ย...พวกเราจะเช่าเรือนทั้งสองหลังเลยหรือเจ้าคะ ไม่แพงเกินไปหน่อยหรือ”
“ถึงแพงก็ต้องเช่า” หลินหว่านชิงตอบโดยไม่ลังเล “พวกเราต้องการพื้นที่สำหรับทำเตาอบเพิ่ม หากคำสั่งซื้อครั้งหน้ามากกว่าหนึ่งพันชิ้นเตาเดียวไม่ทันอย่างแน่นอน ถ้าเช่าสองหลัง ทำเตาเพิ่ม ซื้อโต๊ะไม้ ถาดอบ หากเป็นไปได้ก็จ้างคนเพิ่ม ถึงแม้ว่าเงินที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ได้มากแต่ก็เพียงพอ”
“เจ้าลองคิดดูละอาเหมย ตอนนี้ข่าวเรื่องร้านของพวกเราทำขนมส่งให้วังหลวงกำลังแพร่ออกไป ผู้คนจะต้องแห่มาซื้อกันอีกมากแน่ พวกเจ้ายังต้องทำขนมเพิ่มอีกหลายเท่า อีกอย่างข้ายังมีแผนที่จะทำขนมส่งขายไปยังเมืองอื่นอีกด้วย” หลินหว่านชิงอธิบายต่อ
“ส่งขายไปยังเมืองอื่นหรือเจ้าคะ” ชุ่ยเอ๋อร์มีท่าทางสงสัย ทว่าก็ไม่ได้สงสัยนาน ถามต่อในทันที “ขนมพวกนี้เก็บได้แค่ห้าวันเจ็ดวัน จะส่งขายเมืองอื่นอย่างไร ไม่เน่าเสียก่อนหรือเจ้าคะ”
หลินหว่านชิงยกยิ้มทีหนึ่งในใจก็คิดว่า ‘คนยุคนี้คงไม่รู้จักสารกันบูดสินะ เดี๋ยวข้าจะทำเรื่องมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นเอง’
“พวกเจ้าคอยดูเถอะ ข้าสามารถทำให้ขนมของข้าอยู่ได้เป็นเดือนเลยแหละ” หญิงสาวตอบพลางยักคิ้วให้ชุ่นเอ๋อร์ทีหนึ่ง
ได้ข้อสรุปแล้วหลินหว่านชิงก็ตัดสินใจเช่าบ้านสองหลังนั้นทันที การก่อสร้างเตาอบเริ่มขึ้นในวันนั้น นางให้ช่างก่อเตาเพิ่มสามเตา โดยออกแบบให้มีช่องไฟแยกจากกันสามารถอบขนมหลายถาดในคราวเดียว ทั้งยังให้ช่างทำชั้นไม้สูงที่ซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นสำหรับวางถาดขนมหลังอบเสร็จเพื่อไม่ให้ขนมถูกวางปะปนกันจนเสียรูป
ในเวลาเดียวกันก็หาคนเพิ่มอีกหนึ่งคนให้ทำหน้าที่รับผิดชอบล้างและเตรียมวัตถุดิบ จะได้เบาแรงไต้ลู่เหมยกับชุ่ยเอ๋อร์ไปบ้าง คนงานคนใหม่นี้เป็นน้องสาวของไต้ลู่เหมยเองชื่อไต้ลู่หวา ไต่ลู่หวาอายุเพียงสิบสี่ปีถึงแม้จะยังเป็นแค่เด็กสาวแต่ขยันขันแข็งไม่แพ้พี่สาวเลย ทั้งยังเป็นคนตลกด้วย นางชอบเล่าเรื่องตลกให้ทุกคนฟังจึงทำร้านหลินจี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาไม่น้อย
คำพูดของหลินหว่านชิงกลายเป็นจริงเร็วกว่าที่ทุกคนคาด เพียงสามวันหลังจากนั้นก็มีรถม้าคันหนึ่งหยุดหน้าร้าน สตรีแต่งตัวดีผู้หนึ่งเดินลงมาตามหลังด้วยบ่าวรับใช้สองคน
“ที่นี่คือร้านหลินจี้หรือไม่” สตรีผู้นั้นถามพลางสอดส่องสายตามองไปทั่วร้านราวกับจะสำรวจ
ชุ่ยเอ๋อร์รีบออกไปต้อนรับ “ใช่เจ้าค่ะ ท่านต้องการซื้อขนมชนิดใด”
สตรีผู้นั้นหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา “ข้ามาจากเมืองอวิ๋นโจว ได้ยินว่าร้านของพวกเจ้ามีขนมหลายอย่างที่ที่ส่งเข้าไปในวังหลวง”
“ท่านมาจากอวิ๋นโจวอย่างนั้นหรือ” หลินหว่านชิงเดินออกมาพอดี ได้ยินบทสนทนาเข้าก็สนใจเป็นอย่างมาก
“ข้าชื่อหลินหว่าชิงเป็นเจ้าของร้านขนมหลินจี้แห่งนี้” นางแนะนำตัวอย่างเปิดเผย
“ข้าชื่อเผิงอวี้เปิดร้านน้ำชาอยู่ที่อิ๋งโจว” ลูกค้าใหม่เองก็ไม่ปิดบังเช่นกัน นางวางกระดาษลงบนโต๊ะ “ข้าต้องการสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าคุกกี้เนยห้าร้อยชิ้น หากคุณหนูหลินสามารถส่งไปให้ถึงอวิ๋นโจวได้ ข้าต้องการรับไปเป็นของว่างที่โรงน้ำชาของข้า”
ข่าวนี้ทำให้คนทั้งร้านเงียบไปครู่หนึ่ง ชุ่ยเอ๋อร์กับสองพี่น้องตระกูลไต้มองหน้ากันด้วยความตกใจ ไม่ได้ตกใจจำนวนคำสั่งซื้อที่เพิ่มมาเท่านั้น พวกนางตกใจที่เถ้าแก่เนี้ยเพิ่งพูดไปไม่กี่วันว่าจะขยายเส้นทางการค้าไปยังต่างเมืองวันนี้กลับกลายเป็นจริงแล้ว มีแม่ค้าต่างเมืองมาซื้อขนมจากร้านของพวกนางจริง ๆ
