บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ขยายกิจการและเปิดการค้าต่างเมือง (2/2)

บทที่ 5 ขยายกิจการและเปิดการค้าต่างเมือง (2/2)

“แล้วท่านต้องการสั่งเพียงห้าร้อยชิ้นหรือ” หลินหว่านชิงถาม สำหรับนางแล้วคุกกี้เนยห้าร้อยชิ้นเป็นจำนวนที่ไม่เยอะเลยหากซื้อไปเพื่อขายทุกวัน

ผิงอวี้หัวเราะก่อนกล่าว “ข้ายังไม่รู้ว่าขนมของเจ้าจะขายดีเพียงใด จึงต้องทำการทดลองก่อน สั่งครั้งแรกมาก ๆ เลยคงไม่ได้ หากลูกค้าของข้าสั่งบ่อยครั้งหน้าข้าจะเพิ่มจำนวน”

หลินหว่านชิงมองนางอย่างพิจารณาก่อนหยิบคุกกี้เนยใส่จานให้นางอีกสองชิ้น “ท่านเคยชิมขนมของข้าแล้วหรือยังเจ้าคะ”

“ข้าเคยชิมแล้ว ตอนที่จวนคหบดีเจียงมีงานเลี้ยงข้าก็อยู่ด้วย และนั่นทำให้ข้าติดใจขนมของเจ้าจนวันนี้ต้องมาสั่ง” เผิงอวี้กล่าวพลางยิ้มให้นาง

หลินหว่านชิงพยักหน้าเข้าใจ ทว่าเผิงอวี้กลับรับคุกกี้สองชิ้นไปกินหน้าเฉยทั้งที่บอกว่าเคยชิมแล้ว

“ขนมจำนวนห้าร้อยชิ้นเจ้าคิดค่าขนส่งอย่างไร”

“เรื่องนี้ข้าต้องไปสอบถามกับคาราวานส่งสินข้าเจ้าค่ะ ข้ายังไม่เคยส่งสินค้าไปต่างเมืองเลย”

“เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน เจ้าขายขนมให้ข้าตามราคาที่เจ้าตั้งไว้นั่นแหละ ส่วนเรื่องค่าขนส่งกับคาราวานที่ใช้ขนส่งข้าจะจัดการเอง ข้ามีเจ้าประจำที่ใช้อยู่แล้ว ตอนเย็นข้าจะมาบอกเจ้าอีกทีว่าให้ผู้ใดขนส่งไปอวิ๋นโจว”

“ตกลงเจ้าค่ะ ราคาคุกกี้เนยชิ้นละหนึ่งอีแปะ ท่านรับห้าร้อยชิ้นข้าคิดราคาส่งให้ที่สี่ร้อยห้าสิบอีแปะเจ้าค่ะ”

“ดี คุยกันง่ายเช่นนี้เหมาะที่จะค้าขายกัน”

หลังจากตกลงราคาเรียบร้อยเผิงอวี้จึงฝากเงินมัดจำไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วเดินทางกลับ

ทันทีที่รถม้าจากไปชุ่ยเอ๋อร์ ไต้ลู่เหมย ไต้ลู่หวา ก็วิ่งเข้ามาทันที แย่งกันพูดรัว ๆ ด้วยความตื่นเต้น

“เถ้าแก่เนี้ย...หากส่งไปอวิ๋นโจวได้สำเร็จต่อไปพวกเราก็อาจรับคำสั่งซื้อจากเมืองอื่นอีกได้”

“ใช่แล้ว” หลินหว่านชิงมองแผ่นกระดาษคำสั่งซื้อของเผิงอวี้ที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ “แต่ก่อนจะไปไกลกว่านั้นข้าต้องทำการทดลองก่อน”

“การทดลองอะไรหรือเจ้าคะ” ชุ่ยเอ๋อร์ถาม

“การทดลองที่ว่าขนมของพวกเราจะสามารถอยู่ได้กี่วัน” หญิงสาวตอบ จากนั้นก็นงลงครุ่นคิดหาวิธี ในยุคที่นางจากมานั้นมีสารกันบูดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายซึ่งหาได้ทั่วไปแต่ในยุคนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรพอที่จะใช้เป็นสารกันบูดแล้วผสมลงในอาหารได้โดยที่ไม่เป็นอันตรายต่อคนกิน นางหยิบพู่กันกับกระดาษขึ้นมาแล้วลงมือเขียนสิ่งที่นึกออกมาทีละอย่าง

สิ่งที่นึกออกก็มีน้ำส้มสายชู การเติมน้ำส้มสายชูหมักปริมาณเล็กน้อยลงในแป้งโดว์ขนมปัง จะช่วยเพิ่มความเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งเป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติไม่ให้เชื้อราและแบคทีเรียมาเกาะกินขนมปังได้ง่าย เครื่องเทศที่มีฤทธิ์ร้อนและน้ำมันหอมระเหยเช่นอบเชยหรือโป๊ยกั๊กบด อันนี้เหมาะกับการใส่ในขนมคุกกี้โบราณ อบเชยมีฤทธิ์ต้านจุลชีพช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันในคุกกี้เหม็นหืนและช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้ดี อีกอย่างคือ สุรากุหลาบที่ใช้กันแพร่หลายในยุคนี้ในการทำขนมเปี๊ยะหรือขนมปังโบราณ บางสูตรมักจะพรมสุรากุหลาบบางๆ ที่ผิวขนมหรือผสมลงในแป้งเล็กน้อย แอลกอฮอล์จะช่วยฆ่าเชื้อจุลชีพที่ติดมากับวัตถุดิบและระเหยออกไปเมื่อโดนความร้อนเหลือไว้แต่ความหอมและช่วยให้ขนมไม่เสียง่าย

ชุ่ยเอ๋อร์ยกน้ำชาเข้ามาวาง “คุณหนู...ยังไม่นอนอีกหรือเจ้าคะ”

“อีกเดี๋ยว ข้ากำลังคิดวิธีการทำให้ขนมสามารถเก็บได้นานอยู่” หลินหว่านชิงตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามอง ยังคงจดจ่ออยู่กับกระดาษที่ตนจดรายละเอียดตรงหน้า

“พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะเจ้าคะ” ชุ่ยเอ๋อร์เตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะนี่ก็ดึกมากแล้วทั้งผู้เป็นนายยังทำงานหนัก หากไม่พักผ่อนร่างกายจะไม่ไหวเอา

หลินหว่านชิงยังคงไม่หยุดคิด เพราะนอกจากสารกันบูดที่จำเป็นต้องใช้แล้วยังมีเรื่องของบรรจุภัณฑ์ที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการขนส่งเป็นระยะทางไกลมีโอกาสที่ขนมจะเสียหายระหว่างทางได้

“ชุ่ยเอ๋อร์”

“เจ้าคะ”

“พรุ่งนี้เจ้าลองไปที่ร้านขายกล่องไม้ไปหากล่องไม้ขนาดเล็กมาให้หน่อย”

“จะทำอะไรหรือเจ้าคะ”

“ข้าจะลองทำบรรจุภัณฑ์ใหม่” นางหยิบคุกกี้เนยขึ้นมาหนึ่งชิ้น วางลงในกล่องแล้วปิดฝาอย่างระมัดระวัง “ถ้าเราจะส่งขนมไปต่างเมืองขนมจะต้องเดินทางโดยที่ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนมากนัก ไม่อย่างนั้นแล้วจะแตกหักก่อนไปถึง ถ้าแตกหักก็คงขายไม่ได้แล้ว”

“เจ้าค่ะ พรุ่งนี้ชุ่ยเอ๋อร์จะจัดการให้แต่เช้า” ชุ่ยเอ๋อร์ตอบรับ จากนั้นจึงเดินจากไปไม่รบกวนเวลาทำงานของผู้เป็นนายอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel