บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 คำสั่งซื้อจากวังหลวง

บทที่ 4 คำสั่งซื้อจากวังหลวง

วันนี้ร้านหลินจี้เปิดประตูเร็วกว่าปกติ ก่อนฟ้าจะสว่างดีกลิ่นหอมของเนยก็ลอยออกจากครัวเล็ก ๆ ไปตามตรอกแล้ว เพราะหลินหว่านชิงตื่นขึ้นมาทดลองขนมปังเกลือตั้งแต่ก่อนยามเหม่า หลังจากเมื่อคืนนางลองผิดลองถูกไปถึงสามรอบกว่าจะได้สูตรที่พอใจ

รอบแรกแข็งเกินไป รอบที่สองหวานเกินไป ส่วนรอบที่สามแม้รสชาติจะดีขึ้นแต่ขนมกลับแผ่ตัวมากเกินไปจนรูปร่างไม่สวย หลินหว่านชิงจึงปรับสัดส่วนแป้งกับเนยใหม่อีกครั้งและในที่สุดถาดที่สี่ก็ออกมาจากเตาอย่างสมบูรณ์

ขนมปังเกลือชิ้นพอดีสีเหลืองทองวางเรียงอยู่บนถาดไม้ กลิ่นเนยหอมอ่อน ๆ ชวนให้ท้องร้องตั้งแต่ยังไม่ได้ชิม

ไต้ลู่เหมยหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วตัดแบ่งให้สามคนเท่ากัน “ครั้งนี้ดีแล้วหรือเจ้าคะ”

“ลองดู” หลินหว่านชิงพยักหน้า

ไต้ลู่เหมยกัดลงไปก่อนที่สีหน้าของเด็กสาวจะเปลี่ยนเป็นพึงพอใจ “นุ่ม หอม แล้วก็ไม่หวานไม่เค็มเกินไปเจ้าค่ะ”

ชุ่ยเอ๋อร์ที่กำลังเตรียมเปิดร้านเดินเข้ามาพอดี ได้กลิ่นจึงหยิบไปหนึ่งชิ้นโดยไม่รอให้หลินหว่านชิงอนุญาต “อืม...” นางเคี้ยวอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ถ้าขายอันนี้ ชุ่ยเอ๋อร์คิดว่าคนต้องซื้อแน่ ๆ เจ้าค่ะคุณหนู”

หลินหว่านชิงไม่ได้ตอบทันที นางเองก็หยิบขนมปังเกลืออีกก้อนขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง “ขายชิ้นละสามอีแปะ”

ราคานั่นทำเอาชุ่ยเอ๋อร์แทบสำลัก “สามอีแปะหรือเจ้าคะ แต่ขนมปังนี่ชิ้นใหญ่ ห้าอีแปะยังได้เลยเจ้าค่ะ”

“ของชิ้นใหญ่ก็จริงแต่ต้นทุนไม่ได้สูงมาก มีแค่แป้ง เนย เกลือและน้ำตาลนิดหน่อยเท่านั้น แล้วก็ไม่มีไส้ จะว่าไปก็พอ ๆ กับแผ่นแป้งที่ขายทั่วไปนั่นแหละ ข้าเพียงแต่ดัดแปลงให้หอมอร่อยขึ้น ดังนั้นพวกเราเริ่มขายจากราคาไม่แพงก่อนเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มารู้จักขนมชนิดนี้มากขึ้นอย่างไรเล่า” หลินหว่านชิงอธิบาย

ชุ่ยเอ๋อร์ฟังแล้วก็พยักหน้าช้า ๆ “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

เมื่อร้านเปิดลูกค้าก็เริ่มทยอยเข้ามา นางใช้กลยุทธ์เดิมก็คือตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ชิมก่อนและกลยุทธ์นี้ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง เพียงไม่ถึงสองเค่อขนมปังเกลือถาดแรกก็ขายหมด ครั้งนี้เร็วกว่าครั้งก่อน ๆ เสียอีก

“ขนมปังเกลือนี่ดูจะถูกใจลูกค้ามากเลยนะเจ้าค่ะ เห็นทีพรุ่งนี้เถ้าแก่เนี้ยต้องทำเพิ่มอีกสักถาดสองถาดแล้ว” ไต้ลู่เหมยกล่าวอย่างดีใจ

หลินหว่านชิงไม่ได้แปลกใจมากนักเพราะนางคาดไว้แล้วว่าของใหม่จะดึงดูดลูกค้า อีกอย่างขนมปังเกลือนี้ก็พกพาง่าย กินง่าย เหมาะที่จะเป็นเสบียงสำหรับเดินทางด้วย แต่สิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็คือช่วงสายกลับมีลูกค้าจากตลาดอื่นเข้ามาถามถึงร้าน บ้างเป็นโรงเตี้ยม บ้างเป็นภัตาคาร บ้างเป็นร้านขายผ้าขายเครื่องประดับ พวกเขาต่างก็อยากได้ขนมของร้านหลินจี้ไปไว้ต้อนรับลูกค้าคนสำคัญของพวกเขา นั่นทำให้หลินหว่านชิงได้ทำสัญญากับคู่ค้าอีกหลายร้าน ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

ร้านขนมเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าหลินจี้เติบโตขึ้นทีละน้อย จากเดิมที่มีเพียงขนมถั่วแดงทอดกับขนมชั้น ตอนนี้มีขนมปังเกลือ คุกกี้เนย ขนมไข่ ทาร์ตไข่ และพายผลไม้ ลูกค้าจึงเริ่มพูดกันว่าหากมาร้านหลินจี้วันนี้พรุ่งนี้อาจมีของใหม่ให้ลองอีก ชื่อเสียงของร้านจึงยิ่งแพร่สะพัดเร็วขึ้น

แต่ในขณะที่ร้านกำลังคึกคักอยู่นั้นไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่ามีชายชราผู้หนึ่งมักมายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนในช่วงสาย มาสังเกตการณ์สองสามวันแล้ว เขาแต่งตัวเรียบง่าย สวมหมวกผ้าสีดำ มือถือไม้เท้าและมักเข้ามาซื้อขนมเพียงสองสามชิ้นก่อนเดินกลับ วันแรกเขาซื้อขนมถั่วแดง วันที่สองซื้อขนมชั้น วันที่สามซื้อขนมปังเกลือ วันที่สี่เขาไม่ได้ซื้ออะไรแต่ยืนดูอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยาม

วันที่ห้าเขาก็เดินเข้ามาในร้านอีกครั้งแล้วเอ่ยถามกับชุ่ยเอ๋อร์ “เจ้าของร้านอยู่หรือไม่”

“อยู่ในครัวเจ้าค่ะ ท่านลุงมีอะไรหรือเจ้าคะ” ด้วยความที่ไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของอีกฝ่ายชุ่ยเอ๋อร์จึงเรียกเขาว่าท่านลุงเพื่อเป็นการให้เกียรติ

“เรียกนางออกมาได้หรือไม่ ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” ชายผู้นั้นกล่าว

ชุ่ยเอ๋อร์คิดว่าชายผู้นี้คงจะเป็นพวกพ่อค้าจากตลาดอื่นมาติดต่อเรื่องขอซื้อขนมอีกตามเคยจึงไม่ได้คิดอะไร ทั้งยังตื่นเต้นที่จะได้คำสั่งซื้อเพิ่มจึงรีบเข้าไปตามหลินหว่านชิงออกมาพบเขา

หลินหว่านชิงกำลังตรวจขนมปังเกลือชุดใหม่อยู่ เมื่อเห็นชายชราก็วางถาดลง “มีอะไรให้ช่วยหรือเจ้าคะ”

ชายชรามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “ข้าได้ยินว่าขนมร้านนี้อร่อย”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบยิ้ม ๆ

“ข้าอยากสั่งของจำนวนมาก” เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา ทั้งยังควักถุงเงินหนักอึ้งออกมาจากอกเสื้อ

หลินหว่านชิงนิ่งไปเล็กน้อย “จำนวนเท่าไรเจ้าคะ”

ชายชรายกมือขึ้นชูนิ้ว “ขนมปังเกลือนี่จำนวนหนึ่งพันชิ้น”

ในครัวเงียบลงทันที ไต้ลู่เหมยที่กำลังนวดแป้งเงยหน้าขึ้น ชุ่ยเอ๋อร์ถึงกับอ้าปากค้างกับจำนวนคำสั่งซื้อหนึ่งพันชิ้นนั่น

ทว่าหลินหว่านชิงกลับยังคงสงบนิ่ง “ต้องการเมื่อไรเจ้าคะ”

“ภายในเจ็ดวัน ทำได้หรือไม่” ชายชราถาม สายตาจริงจังเป็นอย่างยิ่ง “อีกเจ็ดวันฮองเฮาจะจัดงานชมดอกไม้ขึ้นในวัง พระนางอยากได้ขนมปังเกลือของเจ้าเป็นของว่างในงานเลี้ยง หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้พระนางต้องผิดหวัง” พูดแล้วเขาก็วางถุงเงินหนักอึ้งนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าหลินหว่านชิง เสียงโลหะกระทบไม้ดังไพเราะน่าฟังเป็นอย่างยิ่ง

สตรีทั้งสามมองชายชราอย่างไม่เชื่อสายตา พวกนางอึ้งไปพักใหญ่ก็จะอุทานออกมาพร้อมกันว่า “วังหลวง?”

“ใช่แล้ว” ชายชราพยักหน้า “ฮองเฮาทรงโปรดขนมของร้านหลินจี้มาก พระนางไม่เคยสั่งอาหารจากร้านนอกวังมาก่อน ครั้งนี้ถือว่าเป็นวาสนาของพวกเจ้ายิ่งแล้ว ดังนั้นของทั้งหมดต้องสะอาด เรียบร้อยและห้ามมีชิ้นใดเสียหายเป็นอันขาด หากเจ้าทำให้ฮองเฮาทรงพอพระทัยเจ้าจะได้รับรางวัลอีกมาก”

ชุ่ยเอ๋อร์กับไต้ลู่เหมยดีใจจนกระโดดกอดกัน

หลินหว่านชิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งอย่างครุ่นคิด ในโลกเดิมนางเคยทำขนมส่งโรงแรมและร้านอาหารจำนวนมาก แต่ในโลกนี้การส่งขนมเข้าวังหลวงย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากทำได้ดีก็จะเป็นผลดีอย่างมหาศาลแต่หากเกิดข้อผิดพลาดผลที่ตามมาอาจไม่ใช่เพียงขาดทุนหรือเสียชื่อเสียง อาจจะถึงขั้นหัวหลุดจากบ่า

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อคิดรอบคอบดีแล้วนางก็ตอบตกลง ชายชราผู้นั้นหยิบเอาหนังสือสัญญาออกมา หลินหว่านชิงตกลงลงนามในสัญญานั้นพร้อมให้คำมั่นว่านางจะทำขนมออกมาให้ดีที่สุดและเสร็จทันวันงานอย่างแน่นอน

เมื่อคนจากในวังกลับไปแล้วหลินหว่านชิงก็หันมองคนงานทั้งสองของตน ครัวเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่เคยทำขนมจำนวนมากถึงเพียงนั้นมาก่อน นางจึงหยิบกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมาแล้วเรียกชุ่ยเอ๋อร์กับไต้ลู่เหมยมาประชุมวางแผนร่วมกัน

“แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้ ทุกคนต้องทำตามตารางที่จัดเอาไว้อย่างเคร่งครัด พวกเราจะไม่ทำแค่จำนวนหนึ่งหนึ่งพันชิ้นแต่จะต้องมีการทำสำรองเอาไว้อีกสักหนึ่งร้อยชิ้นเผื่อว่าจะมีชิ้นไหนเสียหายหรือว่าไม่ได้มาตรฐาน” หลินหว่านชิงกล่าว นางจัดงานในแต่ละวันเอาไว้แล้ว เนื่องจากขนมปังเกลือจะต้องอบอย่างสดใหม่ดังนั้นวันที่ทำขนมจึงเป็นสามวันสุดท้ายส่วนสี่วันก่อนหน้าจะเป็นการเตรียมวัตถุดิบและจัดหาอุปกรณ์เพิ่ม

“เจ้าค่ะ พวกเราจะทำอย่างเต็มที่” ทั้งชุ่ยเอ๋อร์และไต้ลู่เหมยตอบรับอย่างมุ่งมั่น

คำสั่งซื้อครั้งนี้อาจเป็นเพียงงานหนึ่งงาน ทว่ากลับเป็นงานใหญ่ที่ถือได้ว่าเป็นวาสนาของหลินหว่านชิงโดยแท้ และถ้าทำได้ดีมันอาจเปลี่ยนชะตาของร้านหลินจี้ไปตลอดกาล

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel