ตอนที่ 18 เข้าเมืองอีกครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้นลี่ถิงที่วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกติ นางตรงเข้าครัวเพื่อทำอาหารเพราะวันนี้สหายของสามีจะมากินมื้อเช้าที่บ้านของนาง ความสามารถในการกินอาหารของพวกผู้ชายนั้นช่างน่ากลัวนัก หากนางทำน้อยไปก็กลัวว่าพวกเขาจะกินไม่อิ่ม วันนี้นางจึงตั้งใจจะทำให้มากหน่อย และทำเผื่อเอาไว้สำหรับกินมื้อกลางวันตอนเข้าเมืองอีกด้วย สามีของนางเองก็ตื่นแต่เช้าด้วยเช่นกัน เฉิงคุณออกไปตักน้ำมาใส่ถังไม้ที่เขาวางเอาไว้บริเวณแปลงผักจนเต็ม
น้องชายทั้งสองตื่นขึ้นมาในเวลาปกติพวกเขารีบล้างหน้าบ้วนปาก หลังจากนั้นก็ไปที่แปลงผัก รดน้ำถอนหญ้าออกจากแปลงผักจนเสร็จ หลังจากนั้นก็ไปล้างมือและเตรียมกินมื้อเช้า ปลายยามเหม่าเซียวอี้ก็มาถึงบ้านตามเวลานัดหมายที่ได้บอกเอาไว้ สำหรับเซียวอี้แล้วการที่สหายมีโชคดี ได้แต่งเมียที่ดีเข้าบ้านเหมือนตัวเขาเองที่เป็นสหายก็พลอยได้รับโชคดีนั้นไปด้วย
เมื่อวานหลังจากเขากลับไปพร้อมกับหมูครึ่งตัวและปลาตากแห้ง น้อง ๆ ของเขาดีใจจนน้ำตาจะไหลเพราะเขาบอกว่าหมูจะไม่นำไปขายเพราะเฉิงคุณแบ่งให้เขาเอากลับมากินที่บ้าน และยังมีปลาแดดเดียวที่อร่อยมาก หลังจากที่ท่านแม่ทอดจนสุกเหลืองสวยแล้ว เพียงแค่เห็นก็ทำให้คนน้ำลายไหลได้เมื่อวานเขากินข้าวเข้าไปเยอะมาก น้อง ๆ เองก็มีความสุขท่านแม่ ของเขาพูดอยู่ตลอดว่าอาคุณได้เมียดี ต่อไปนี้ครอบครัวของอาคุณจะมีแต่ความสุข
“ข้ามาแล้ว”
“อ้าว อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะพี่เซียว”
“อื้อ ๆ อาคุณล่ะ เด็ก ๆ ด้วย”
“ท่านพี่ออกไปเก็บปลาเจ้าค่ะ ส่วนเด็ก ๆ น่าจะฝึกคัดตัวอักษรอยู่”
ยังไม่ทันที่ลี่ถิงและเซียวอี้จะได้พูดอะไรต่อ เฉิงคุณที่กลับมาพร้อมปลาก็เดินกลับเข้ามาถึงพอดี หลังจากนั้นเขาก็เริ่มใช้งานสหายของเขาทันที โดยงานแรกคือการแยกขนาดปลา เมื่อเซียวอี้เห็นกุ้งตัวใหญ่ก็ตาโตทันที เขานึกถึงกุ้งเผาที่เขาได้กินเมื่อวาน รสชาติหวาน ๆ ของเนื้อกุ้ง กินกับน้ำจิ้มเปรี้ยว ๆ เผ็ดนิด ๆ หวานหน่อย ๆ อร่อยมากเลย
“อาอี้ ทำไมมาช้า รีบมาช่วยงานข้าเร็วเข้าจะได้กินข้าว”
“ลี่ถิง เจ้าช่วยเพิ่มกุ้งเผาให้ด้วยได้หรือไม่”
“นี่ เจ้ากล้าสั่งเมียข้าหรือ เจ้าอยากมีชีวิตอยู่ไหม”
“เพ้ย อาคุณเจ้าพูดเกินไปแล้ว ข้าไม่ได้สั่งแต่ขอร้อง เมื่อวานกุ้งเผาอร่อยมากข้าเพียงแค่อยากกินอีกเท่านั้น”
“เอาล่ะ ๆ ท่านพี่รีบไปแยกปลาเถอะเจ้าค่ะ ส่วนกุ้งข้าทำเสร็จแล้ว มีพอให้ได้กินแน่นอน”
“ได้ ขอบใจเจ้ามากถิงเอ๋อร์ ไปกันได้แล้ว อาอี้ แล้วอย่ามาบังอาจร้องขอนั่นนี่กับเมียข้าอีก ต่อให้เป็นสหายข้าก็ไม่เว้นนะ”
“อะไรของเจ้า เกินไปแล้ว เกินไปแล้วจริง ๆ”
หลังจากที่ทั้งสองคนออกไปลี่ถิงเองก็บ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะตลอดเวลาเฉิงคุณนั้นปฏิบัติต่อเธออย่างดีและให้เกียรตินางในฐานะภรรยา และมีอำนาจการตัดสินใจในบ้านทุกอย่าง แต่มันยังมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องไม่ใช่ว่าเขาพานางกลับมาเพื่อเป็นภรรยาของเขาหรอกหรือ แต่จนป่านนี้เขายังไม่ได้ร่วมหอกับนางเลย
“เหอะเมียข้า ช่างกล้าพูด ตาทึ่มเอ๊ย ข้าไปเป็นเมียของเจ้าตั้งแต่ตอนไหนกัน เข้าหอก็ยังไม่ได้เข้ายังมีหน้ามาพูดอีก หรือจะให้ข้าลงมือเองหรือยังไง ทึ่มจริง ๆ”
ถ้าหากเฉิงคุณล่วงรู้ความคิดของภรรยา เขาคงจะกู่ร้องดีใจที่เขายังไม่กล้าทำอะไรนางมากไปกว่าการแอบกินเต้าหู้นั้น เพราะเขากลัวว่านางจะกลัวจึงได้แต่กดข่มอารมณ์ความต้องการเอาไว้เพียงเท่านั้น ถ้าหากเขารู้ว่านางมีความคิดเช่นนี้ล่ะก็ ถ้าไม่ครบ 3 วันก็อย่าหวังจะได้ลงจากเตียงเลย
“ปลาเยอะมากเลยนะอาคุณ เมื่อก่อนปลาที่พวกเราจับไปขายถึงแม้มันจะยังสดอยู่ แต่มันก็ตายหมดแล้วทำให้ได้ราคาไม่ค่อยดีนัก”
“อืม เพราะมันตายแล้วเลยได้ราคาไม่ดี เพราะปลาราคาไม่กี่อิแปะชาวบ้านจึงไม่ค่อยมีคนนำไปขายเพียงแค่จับมาทำอาหารกินเองเท่านั้น”
“แต่เมียของเจ้านางเก่งมากจริง ๆ คิดวิธีทำกับดักออกมาได้ นี่อาคุณต่อไปเจ้าต้องระวังให้ดี มีชาวบ้านอีกมากที่ไม่หวังดีกับครอบครัวเจ้า เรื่อง กับดักจับปลานี้เจ้าอย่าได้ไปพูดให้คนอื่นล่วงรู้”
“อืม ข้ารู้แล้ว เพราะเหตุนี้พวกข้าจึงเลือกทำกำแพงก่อนที่จะทำบ้าน เมียข้าบอกว่าต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปหากกำแพงบ้านยังไม่ดีแล้วจะทำบ้านดี ๆ ออกมาทำไม มันจะไปป้องกันอะไรได้ ต่อให้เราอยู่ในกระท่อม แต่ถ้ากระท่อมนั้นรั้วรอบขอบชิดย่อมมีความปลอดภัยกว่า”
“นางพูดถูก นางคิดได้ละเอียดรอบคอบมาก เพราะที่ผ่านมามีแต่พวกเจ้าผู้ชายอะไรก็เลยทำง่าย ๆ รั้วบ้านก็แทบจะไม่ใช่รั้วบ้านแล้ว”
“อืม ถิงเอ๋อร์บอกว่ารอกำแพงสร้างเสร็จแล้วนางถึงจะเริ่มลงมือปลูกพืชผัก เพราะนางไม่ต้องการตกเป็นเป้าสายตาชาวบ้านอีกอย่างนางต้องการแบ่งเขตให้ชัดเจนจะได้ไม่ต้องมาคอยมองว่าจะทำอะไรรุกล้ำที่ของชาวบ้าน”
“อืม นับว่านางมีความคิดและการวางแผนที่ดี เจ้าได้เมียดีมากแล้วสหาย”
“แน่ล่ะ เมียของข้าเชียวนะ ข้าคนนี้จะไม่แต่งเมียที่โง่และขี้เกียจ เข้าบ้านมาหรอก”
“ข้าดีใจแทบแย่ ที่นางผู้หญิงร้ายกาจนั่นถอนหมั้นเจ้า”
“ใช่ ขอบคุณสวรรค์ ที่ทำให้ข้ามีวันนี้ได้ เจ้ารู้หรือไม่ตั้งแต่ที่นาง เข้ามาบ้านของข้าก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก นางเข้ามาปรับเปลี่ยนการกินอาหาร จากวันละ 2 มื้อเป็น 3 มื้อ นางมีความรู้มากมาย นางรู้หนังสือนับว่าสำหรับหญิงสาวในหมู่บ้านแล้วนางสูงส่งกว่าจริง ๆ”
“อืมใช่ ข้าเห็นด้วยกับเจ้านะ นางทั้งฉลาดทั้งเก่ง ต่อไปเจ้าต้องดีกับนางให้มาก ๆ เล่า”
“เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมาบอกข้าหรอกข้าย่อมต้องทำอยู่แล้ว”
หลังจากที่ทั้งสองสหายช่วยกันแยกขนาดปลาเสร็จแล้ว ก็ยกใส่เกวียนเตรียมเอาไว้ก่อนเมื่อเสร็จแล้วก็ถึงเวลากินมื้อเช้าที่ทุกคนรอคอย หลังจากอิ่มอร่อยจากมื้อเช้าแล้วผู้ใหญ่ทั้งสามคนเตรียมตัวเข้าเมืองส่วนน้องชายทั้งสองมีหน้าที่ดูแลบ้านและฝึกเขียนและอ่านตัวอักษร
“พี่สะใภ้ปลาที่เหลือให้ข้าทำความสะอาดรอเลยหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ต้องหรอกน้องรอง เอาไว้รอให้ข้ากับพี่ใหญ่ของเจ้ากลับมาก่อนค่อยทำ ข้ากลัวมันจะมีกลิ่นน่ะอากาศก็ร้อนด้วย”
“ได้ขอรับ เดินทางปลอดภัยนะขอรับ พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ พี่อี้”
“อืม ๆ ขอบใจมากเอาไว้ข้าจะซื้อขนมมาฝากนะ”
เฉิงคุณเอาต้าหวังเทียมเข้ากับเกวียนจากนั้นรอให้ทุกคนขึ้นไปนั่งบนเกวียนเสร็จแล้วต้าหวังเดินมุ่งหน้าเข้าเมืองทันที เซียวอี้มองอย่างแปลกใจ สหายเขาไม่แม้แต่จะยกแส้ขึ้นฟาดหรือพูดออกคำสั่งเจ้าลานี่ก็ออกเดินเองโดยที่สหายของเขาไม่ต้องบังคับเลยด้วย เหมือนต้าหวังจะรู้ว่าเซียวอี้กำลังสงสัยในตัวมัน มันจึงหยุดเดินแล้วหันหน้ามาปรายตามองเขาอย่างดูหมิ่น จากนั้นมันก็ออกเดินต่อ
“อาคุณ ลาของเจ้าไม่พอใจอะไรข้าหรือเปล่า”
“ข้าจะไปรู้ได้ยังไง เจ้าไปทำอะไรไม่ดีเอาไว้หรือเปล่า ต้าหวังเลย ไม่ชอบใจเจ้า หรือว่าเจ้าคิดดูถูกต้าหวังของบ้านข้า มันถึงได้มองเจ้าด้วยสายตาเหยียดหยามเช่นนั้น ลาบ้านข้าฉลาดมากนะ”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย อย่ามาใส่ร้ายข้านะ”
ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงตัวเมือง ต้าหวังเดินตรงไปยังเหลาอาหารทันที เมื่อไปถึงเสี่ยวเอ้อร์ที่ทำหน้าที่รับซื้อก็รออยู่ก่อนแล้วด้วยความร้อนใจเพราะปลาสดทั้ง 80 ตัวเมื่อวานขายหมดแล้ว วันนี้เขาจึงกลัวว่าปลาสดจะไม่มีมาส่งอีก จึงได้ออกมารอตั้งแต่ประตูเหลาเปิด เมื่อเห็นลาสีเทากำลังลากเกวียนเดินมาทางนี้เขาจึงได้ถอนหายใจออกมา
“มาแล้วหรือ รีบยกลงมาเร็ว ๆ เข้า”
“อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านใจเย็น ๆ ก่อนลายังไม่หยุดเดินเลย”
“ข้าขอโทษ ข้าตื่นเต้นไปหน่อย ปลาของเจ้าเมื่อวานไม่พอให้พ่อครัวทำอาหารเลย วันนี้ข้าเลยร้อนใจออกมารอพวกเจ้า เพราะปลาสด ๆ นั้นทำอาหารได้อร่อยกว่าปลาที่ตายแล้ว และได้รับคำชมไม่ขาดปากจากลูกค้า หลงจู๊เองก็ร้อนใจให้ข้าออกมารอเจ้านี่แหละ”
“ขอรับ ท่านรอสักครู่”
หลังจากที่ยกถังใส่ปลาลงมาแล้ว เสี่ยวเอ้อร์ทำการตรวจนับปลาเสร็จก็รีบให้เสี่ยวเอ้อร์ในร้านมาช่วยกันยกเข้าไปเก็บด้านใน วันนี้ปลาที่จับได้มีจำนวนมากกว่าเมื่อวาน ปลาที่มีขนาดใหญ่วันนี้มี 120 ตัว ส่วนตัวขนาดเล็กลงมาหน่อยมี 30 ตัว
“เอ้า นี่เงินของเจ้า วันนี้หลงจู๊ขึ้นราคาปลาให้เจ้าตัวละ 5 อิแปะ ทั้งหมดเป็นเงิน 43 ทองแดง 50 อิแปะ นับดูว่าครบหรือไม่”
“ขอบคุณมากขอรับ ฝากขอบคุณหลงจู๊ด้วยขอรับ พวกข้าไปก่อน”
หลังจากนั้นเฉิงคุณมุ่งหน้าไปยังร้านขายข้าวสารก่อน เขาต้องการซื้อข้าวเพิ่ม และให้สหายพาลี่ถิงไปที่ร้านขายเครื่องประดับ เพื่อที่จะให้ลี่ถิงช่วยเซียวอี้แลกของหมั้นเขาจึงแยกตัวไปซื้อของก่อนจะได้รีบกลับบ้าน หลังจากตกลงกันได้แล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไป ลี่ถิงเลือกต่างหูและปิ่นปักผมราคา ไม่แพงแต่ดูดีและสวยงาม เข้าคู่กันหลังจากนั้นก็ไปซื้อผ้า เมื่อซื้อของครบ ทุกอย่างแล้ว ก็เดินไปหาเฉิงคุณที่ร้านขายข้าวสารตามที่ได้นัดแนะกันเอาไว้
“ซื้อเสร็จแล้วหรือ ถูกใจเจ้าหรือไม่ล่ะอาอี้”
“ก็สวยดี แต่จะเอาความถูกใจของข้าไปทำไมกัน ข้าซื้อไปเป็นสินสอดทองหมั้นไม่ได้ซื้อไปใส่เองเสียเมื่อไหร่”
“เอาล่ะ ๆ ข้าถามผิดเอง งั้นก็กลับกันเถอะ พรุ่งนี้นายช่างจะพาคนเข้ามาสร้างกำแพงบ้านแล้ว ข้ามีงานอีกมากต้องไปทำ ข้าไปส่งเจ้าที่บ้านเลยละกันจะได้พาถิงเอ๋อร์ไปคารวะท่านลุงท่านป้าด้วย”
“อืม เอาตามนั้นก็ได้ แต่ว่าเจ้าไม่มีอะไรให้ข้าต้องช่วยหรือ”
“ไม่ต้อง เจ้าไปเตรียมงานแต่งของเจ้าเถอะ”
“อืม ได้ วันงานข้าพวกเจ้าต้องไปนะ”
“ไปสิ ไปแน่ ๆ อยู่แล้ว งานแต่งเจ้าจะขาดข้าไปได้อย่างไร”
ต้าหวังเมื่อมันเห็นว่าเจ้านายบอกจะไปส่งสหายที่ไม่ค่อยจะฉลาด คนนี้มันก็รีบเดินออกจากเมืองไปอย่างรู้ความและเดินมุ่งหน้าตรงไปยังหมู่บ้านของเซียวอี้ทันที เซียวอี้เองก็อดจะมองไปที่มันบ่อย ๆ ในใจคิดว่า เจ้าลาตัวนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ในอนาคตหากเขาจะซื้อวัวหรือลา เขาต้องให้สหายไปช่วยเลือกให้เสียแล้ว จะได้มีสัตว์เลี้ยงที่ฉลาดแบบเจ้าลาตัวนี้
