๗ สะใภ้ที่ดีภรรยาที่น่ารัก (๓)
เหมือนชายหนุ่มจะรู้ดีว่าหล่อนอยากได้ยินคำว่าอะไรแต่เขาก็ยังไม่ยอมพูดออกมา อาจเพราะความรู้สึกยังไม่ได้พัฒนาถึงขั้นนั้นทำให้ไม่อยากพูดโกหกเพื่อตัดปัญหา เขาจึงเลือกจะบอกเพื่อถนอมน้ำใจของหล่อน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
“แค่อยากแต่ง...อยากแต่งงานกับเธอ” ไม่ได้หันมามองดวงหน้าหวานจึงไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของเธอหวานแค่ไหนยามมองเขา ความรักบริสุทธิ์ที่หล่อนมอบให้เขาเพียงผู้เดียว แต่เหมือนยังส่งไปไม่ถึงใจของอีกฝ่าย
เขาถึงยังเมินเฉยโดยที่เธอก็พยายามมองข้าม...
“จริงเหรอ” ถามย้ำอีกครั้ง
“อือ” เขาก็เลือกจะตอบโดยที่ค่อยปิดเปลือกตาพร้อมเข้าสู่ห้วงนิทรา กลับโดนคนข้างกายรบกวนเสียก่อน
“คีริน...หันหน้ามาหน่อยสิ” บอกไม่พอยังเลือกจะประคองดวงหน้าหล่อให้หันมามองอีก เขาจึงต้องทำตามโดยใบหน้าของเราสองคนอยู่ห่างกันเพียงคืบ สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนของกันและก่อนที่เขาจะถามขึ้นเพราะเห็นเธอเงียบมานาน
“มีอะไร” พูดไม่จบประโยคก็ถูกปิดปากแล้วผละออก นัยน์ตาเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ถึงจะใกล้ชิดเธอมากแค่ไหนก็ไม่เคยแตะปากเลยสักครั้ง
นี่จึงเป็นครั้งแรกโดยที่ดาราแก้วเป็นคนเริ่ม
“จุ๊บ...รักนายนะ” คำบอกรักอย่างตรงไปตรงมาไม่มีเล่ห์กลทำให้เขาเผลอมองนิ่งอยู่อย่างนั้น ทุกอย่างมันดูง่ายไปหมดสำหรับหล่อน ต่างจากเขาที่พยายามจะออกห่างจากภรรยาแต่กลับโดนเธอดึงให้เข้าใกล้อยู่ร่ำไป
“จุ๊บๆๆๆ รักมากๆ เลย อยากใช้ชีวิตแบบนี้กับนายตลอดไป” ไม่เพียงแค่จุมพิตเดียว เธอรัวจูบตามใบหน้าเขาด้วยความรักและหมั่นเขี้ยว กว่าจะผละออกก็ตอนที่ชายหนุ่มดันกายเธอออกห่างเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธ
จำต้องหยุดการกระทำแล้วกลับมานอนกอดเขาเหมือนเดิม
“นอนเถอะ”
“ฝันดีค่ะ” บอกเขาพร้อมกับขยับเข้าไปกอดชายหนุ่มแล้วนอนหลับเหมือนเดิม
ไม่รู้ว่าเขาหลับสบายหรือเปล่า แต่เธอนอนหลับสบายเป็นอย่างมากเมื่อได้รับสัมผัสอบอุ่นและกลิ่นตัวหอมของสามี
ต่อจากนี้คงนอนไม่หลับถ้าไม่ได้กอดคีริน...
แสงแดดส่องผ่านม่านบางเข้ามาในห้องจนเธอต้องลืมตาตื่น พอมองนาฬิกาพบว่าสายกว่าทุกวันก็รีบลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมทำอาหาร แต่ก่อนลงไปก็ไม่วายมองคนที่นอนหลับบนเตียงโดยกอดหมอนของเธอเอาไว้แทนหมอนข้างด้วยแววตารักใคร่เอ็นดู
ชอบเขามากเหลือเกิน...จนไม่อยากเชื่อว่าจะชอบใครได้มากขนาดนี้
“คนอะไรหล่อจังเลย...” ชมสามีตัวเองเสียงเบา
กาลเวลาไม่สามารถทำลายความหล่อเหลาของเขาได้ เธอยังมองเห็นชายหนุ่มเป็นคนเดียวกับเมื่อสิบปีก่อนที่เราสองคนเป็นเพียงนักเรียนร่วมชั้นซึ่งไม่เคยอยู่ห้องเดียวกันเลย เขาเป็นเด็กตัวท็อปส่วนเธอแค่ไม่ตกไปอยู่อันดับสุดท้ายก็ดีแค่ไหนแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้เราจะพัฒนาเป็นสามีภรรยากันเรียบร้อย อนาคตไม่เคยมีสิ่งใดแน่นอนเลย...
“คีริน ตื่นได้แล้ว” เหลือบมองนาฬิกาเห็นว่ากำลังจะสายจึงรีบปลุกร่างสูงเพื่อให้เขาไปอาบน้ำเตรียมไปทำงาน คนที่นอนหลับสนิทไม่ยอมตื่นกลับส่งเสียงประท้วงในลำคอแล้วตอบเพื่อให้เธอเลิกปลุก เหมือนเด็กน้อยไม่มีผิดจนหล่อนเผลอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
เด็กชายคีรินก็ขี้เซาเหมือนกันสินะ...
“อื้อ ตื่นแล้ว”
“ตื่นก็ลืมตาหน่อยสิ” เธอยังไม่ยอมแพ้รีบบอกอีกฝ่ายที่นอนหลับไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม แต่เขาก็ยังพยายามลืมตาเพื่อมองนาฬิกาซึ่งแขวนไว้ปลายเตียง พอเห็นว่าควรค่าแก่เวลาที่ต้องลุกจากเตียงก็ไม่ได้นอนหลับเหมือนเดิมอีก
“ลืมแล้ว” ยันกายลุกนั่งบนเตียงแล้วบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า ค่อยลุกจากที่นอนเตรียมจะเดินเข้าห้องน้ำกลับถูกเธอเข้ามากอดจากทางด้านหลัง เขาจึงต้องหยุดเดินแล้วเหลือบมองว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไร
“ขอบคุณที่มาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ สัญญาว่าจะเป็นภรรยาที่ดีของนาย” คิ้วหนาเลิกสูงขึ้นเล็กน้อย
ไม่คิดว่าหล่อนจะมาแนวซึ้งในช่วงเช้าของวัน ปกติไม่เห็นจะทำแบบนี้จนอดไม่ได้ที่จะถาม “อารมณ์ไหนเนี่ย” ร่างบางถึงยังคงกอดเขาไม่ยอมปล่อยเหมือนเดิม แต่ใบหน้าเริ่มบึ้งตึงที่คำตอบไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องการได้ยินเลยสักนิด เผลอถอนหายใจหนักใส่เขาพร้อมกับปล่อยคนตัวสูงเป็นอิสระ ค่อยเดินไปยืนต่อหน้าเขา
“อย่าขัดมู้ดสิ คนกำลังจะหวาน” เขาเห็นหน้าเธอเหมือนกำลังน้อยใจก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เผลอหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดู
“หึหึ ครับ” เพียงแค่เห็นสามียิ้มออกมาก็ทำให้เธอยิ้มได้เช่นเดียวกัน จ้องมองเขาด้วยความสุขก่อนจะดึงแขนชายหนุ่มให้เข้าไปอาบน้ำ ไม่ลืมถามถึงเมนูที่เขาอยากกินเพื่อเอาใจ ความจริงก็พอทราบเมนูโปรดของเขาแต่ทำบ่อยแล้วก็กลัวว่าจะเบื่อ
“ไปเลย รีบไปอาบน้ำเดี๋ยวฉันจะไปทำกับข้าวให้เอง อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”
“ไม่” ส่ายหน้าทันที
