บท
ตั้งค่า

๗ สะใภ้ที่ดีภรรยาที่น่ารัก (๒)

เวลาเคลื่อนคล้อยพร้อมกับตะวันที่ตกดินไปหลายชั่วโมง ตลาดวายพร้อมกับร้านค้าที่เริ่มปิดไฟลงทีล่ะร้านจนเหลือเพียงแสงไฟกลางและรอบตลาดที่ยังส่องสว่าง หญิงสาวโบกมือลากับมารดาที่มีบิดามารอรับ ส่วนตนก็ขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านของสามีเช่นเดียวกัน

ขายของทั้งวันเหนื่อยจนอยากล้มตัวลงนอน แต่สิ่งที่เธอเลือกทำคือการเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบชุดที่ซื้อแล้วซักจนหอมสะอาดมาสวมใส่ จากนั้นก็ลงไปข้างล่างเพื่อรอเวลาที่สามีกลับบ้าน ช่วงนี้เขาทำงานหนักจึงกลับดึกเป็นปกติ

ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดยังโรงรถ ไม่รอช้ารีบเดินแกมวิ่งออกไปข้างนอกเพื่อรอต้อนรับเขา เห็นร่างสูงลงจากรถพร้อมหอบของมากมายก็รีบตรงเข้าไปช่วยเหลือ

“กินข้าวมาหรือยัง” คำถามแรกที่เอ่ยเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เธอห่วงอาหารการกินของเขามากกว่าเจ้าตัวเสียอีก

“กินแล้ว” ตอบตามความจริงเพราะสั่งอาหารจากข้างนอกมากินที่บริษัท รู้ว่าต้องกลับดึกจึงไม่อยากให้คนที่บ้านยุ่งยากหาอาหารให้กิน แต่สำหรับหล่อนที่เตรียมกับข้าวไว้คอยเขาก็หน้าหงอยลงก่อนปรับสีหน้าให้สดใสเหมือนเดิม

“เหนื่อยหรือเปล่า อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม” รู้ดีว่าเธอถามถึงพรุ่งนี้แต่เขาไม่มีอารมณ์จะตอบเพราะเหนื่อยจากงานจนอยากล้มตัวลงนอน ทำเพียงเดินเข้ามาในบ้านแล้วตอบคำถามของหญิงสาวไปพลาง

“ไม่” บอกเสียงแข็งคล้ายรำคาญที่เธอถามมาก จนรับรู้ว่าเสียงของอีกฝ่ายเงียบไปจึงรีบอธิบายมากกว่าเดิม

“ไม่ค่อยหิว อยากนอนมากกว่า” เธอรู้ดีว่าเขาคงเหนื่อยจึงแสดงอาการหงุดหงิดออกมา พยายามไม่คิดมากแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องระหว่างที่กำลังปิดบ้านเพื่อขึ้นไปด้านบน ห้องนอนของเขากลายเป็นห้องหอของเราไปโดยปริยาย

“งั้นนายไปอาบน้ำเลยนะ ฉันเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้แล้วล่ะ มีเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อจากตลาดมาให้ด้วยนะ บอกเลยว่านายต้องชอบแน่” ขึ้นมายังชั้นสองก็จัดการนำกระเป๋าเอกสารของเขาแล้วก็เสื้อสูทไปเก็บ พร้อมชี้ไปยังประตูห้องน้ำที่เธอเตรียมน้ำอุ่นและชุดนอนไว้สำหรับเราโดยเฉพาะ

ยิ้มเจ้าเล่ห์เพียงแค่คิดว่าเขากำลังจะใส่มัน ก้มมองชุดแขนสั้นขาสั้นของตัวแล้วเงยหน้ามองร่างสูงที่กำลังถอดเสื้อผ้าโดยไม่อายเลยสักนิด อยากดูต่อแต่เป็นเธอที่รู้สึกเขินจนไม่กล้ามอง จึงเลือกจะเดินไปนั่งบนเตียงเพื่อรอเขา

“ขอบคุณ” เสียงของอีกฝ่ายดังตามมาเมื่อภรรยาเตรียมทุกอย่างไว้ให้

ตอนที่เรียนปีหนึ่งก็มักได้รับการดูแลจากหญิงสาวเสมอจนเขาเคยชิน ยอมรับเลยว่าช่วงแรกที่ไม่มีเธอก็นึกเหงาอยู่เหมือนกัน แต่เพราะมีแฟนสาวอย่างลินดาจึงลืมเลือนดาราแก้วไปทีล่ะน้อย

แทบไม่เห็นเธอเลยด้วยซ้ำแม้เราจะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เหมือนหญิงสาวพยายามจะหลบหน้าเขา ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น

แม้จะเป็นแฟนไม่ได้แต่เราก็เป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม...

“เป็นไงบ้าง...ชุดคู่ของเราน่ารักไหม” รอคอยด้วยใจจดจ่อว่าเขาจะออกมาด้วยชุดไหน ก่อนพบชายหนุ่มสวมชุดนอนคู่ของเราออกมาเล่นเอาต้องรีบลุกจากเตียงนอนเพื่อมาสำรวจทั่งกายหนา ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขพร้อมเอ่ยถามเขาเสียงตื่นเต้น

ใบหน้าหล่อยังนิ่งเฉยแต่ก็ยังตอบเธอ “น่ารัก” คำตอบกับน้ำเสียงดูเหมือนจะสวนทางกัน ดูเขาจะไม่ค่อยชอบชุดนอนคู่เท่าไหร่แต่ก็ยังตามใจเธอ ดาราแก้วยิ้มกริ่มมีความสุขแล้วรีบหยิบโทรศัพท์มาเปิดกล้องหน้าเพื่อบันทึกภาพเอาไว้

“ถ่ายรูปคู่กันเร็ว ต้องอัพเดทหน่อยสิว่าคู่ของเราน่ารักแค่ไหน” เริ่มถ่ายภาพแล้วขยับตัวมาใกล้เขา ร่างสูงยืนนิ่งให้เธอถ่ายรูปจนพอใจ ก่อนสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นตรงกลางอกของหล่อนจึงพยายามขยับห่าง ผ่อนลมหายใจสงบสติอารมณ์ก่อนที่มันจะกระเจิงเสียก่อน

“พอแล้ว ง่วง” ขยับออกห่างแล้วเธอก็ยอมแต่โดยดี

“ค่ะคุณสามี”

ยอมโดยดีแล้วเดินตามเขามาขึ้นเตียง กลายเป็นความเคยชินไปเมื่อได้นอนร่วมเตียงกับคนในดวงใจ ตอนแรกก็เขินแต่นานไปกลับกลายเป็นเสพติดยามได้อยู่ใกล้ชิดชายหนุ่ม เธอคิดว่าคำว่าเราจะยังคงอยู่ตลอดไป

หรือไม่ก็ขอให้นานกว่านี้สักหน่อยก็ยังดี...

“ขยับออกไปหน่อย” เพียงแค่เขาล้มตัวลงนอนก็ถูกกอดจากภรรยาทันที เธอแทบจะเอาตัวเกยขึ้นมานอนบนอกเขาด้วยซ้ำจนต้องบอกเสียงเบา

“ทำไมล่ะ” เงยหน้ามองเขาแต่เห็นเพียงปลายคางเท่านั้น

“อึดอัด เธอกอดแน่นเกินไป” ถอนหายใจบอกตามความจริง เขาอยากให้หล่อนคลายอ้อมกอดหน่อยแล้วหญิงสาวก็ยอมทำตาม ขยับออกห่างเล็กน้อยพร้อมกับถามเพื่อความแน่ใจให้พื้นที่เขาเช่นเดียวกัน

“อ่า...ขยับออกเท่านี้พอไหม”

“พอ” เหลือบมองคนข้างกายที่ขยับออกเล็กน้อยพอให้เขาไม่อึดอัด ชายหนุ่มนอนหงายขณะที่เธอนอนตะแคงมองเขา พร้อมสายตาหวานที่ชวนเคลิ้มเป็นอย่างมากแต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉยเหมือนเดิม กระทั่งได้ยินคำถามจากอีกฝ่ายถึงความสงสัยเรื่องการแต่งงานของเรา

มันรวดเร็วไปหมดจนเธอคิดว่าถ้าเป็นชายคนอื่นที่ไม่ใช่คีรินพูดออกมา คงด่าไปแล้วว่าเป็นบ้าหรือเปล่า แต่สำหรับเขาเป็นข้อยกเว้นเสมอ

ไม่ว่าชายหนุ่มจะทำอะไรก็ดีสำหรับเธอไปหมด

“ถามหน่อยสิคีริน”

“ว่า”

“ทำไมถึงขอฉันแต่งงานเหรอ ทั้งที่นายก็ไม่ได้มีทีท่าว่าชอบฉันสักหน่อย...ถ้ารู้สึกยังไงก็บอกกันหน่อยสิ อยากฟังจากปากนาย...คำนั้นน่ะ” ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เขาจนคางเกยที่ไหล่หนา จุมพิตลงบนไหล่กว้างอย่างถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ

เพราะเราคือสามีภรรยา...เขาก็เป็นคนของเธอแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel