บท
ตั้งค่า

๗ สะใภ้ที่ดีภรรยาที่น่ารัก (๔)

“งั้นตามใจฉันแล้วกันนะ” เมื่อถามแล้วไม่ได้คำตอบกลับมาก็เลือกจะทำเมนูที่ตัวเองถนัด แล้วคีรินก็ไม่ได้ขัดกลับตอบรับง่ายดาย

“ครับ”

เขาเดินเข้าห้องน้ำส่วนเธอก็ลงไปทำอาหารข้างล่าง ทักทายกับแม่บ้านคนใหม่จนสนิทสนมกันไปแล้ว เริ่มลงมือทำอาหารสองถึงสามเมนูตามที่คนในครอบครัวชอบ จากนั้นก็แบ่งจัดใส่ปิ่นโตให้สามีเพื่อนำไปรับประทานที่บริษัท

ช่วยงานเขาไม่ได้ก็ขอทำสิ่งที่ตัวเองถนัดก็แล้วกัน...

“ความจริงไม่ต้องห่อข้าวให้ก็ได้นะ ฉันหากินข้างนอกสะดวกกว่า” ก่อนออกจากบ้านก็หันมาบอกคนที่ส่งปิ่นโตให้กัน นึกเสียดายอาหารที่บางครั้งเขาก็ไม่ได้แตะ เปิดออกมาอีกทีมันก็เสียแล้วจนต้องทิ้งไปหลายครั้งแต่ไม่กล้าบอกเธอ เห็นว่าหญิงสาวมีความสุขในการทำจึงต้องตามน้ำไปก่อน

“ไม่เป็นไร นายจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาของกินข้างนอกไง กินข้าวที่ฉันทำให้ประหยัดเวลาดี” บอกหลายครั้งว่าบางทีออกไปทำงานข้างนอกก็กินแถวนั้นไม่ได้กลับมาบริษัท แต่เธอก็ยังไม่ยอมฟังจึงเลือกจะพยักหน้าตัดปัญหาเสียเลย

“อือ”

โบกมือลาคนที่เคลื่อนรถออกห่างจากตัวบ้าน ฮัมเพลงมีความสุขแล้วเดินเข้าไปในบ้านเตรียมตัวออกไปช่วยมารดาขายข้าวแกง

ชีวิตของเธอตอนนี้มีเรียกว่ามีความสุขมากเหลือเกิน...

ตะวันลาลับขอบฟ้าพร้อมกับงานที่เสร็จสิ้นจึงสบโอกาสแวะซื้อไอศกรีมระหว่างทางกลับบ้านแล้วเดินทักทายคนรู้จักระหว่างทาง เธอไม่ได้ขับมอเตอร์ไซค์มาเพราะบิดาไปรับถึงหน้าบ้านให้ไปช่วยงานแล้วค่อยมาส่งไว้ที่ตลาด ขากลับจึงต้องเดินกลับเองเพราะพ่อมารับแม่กลับบ้านเรียบร้อยแล้ว

แต่งงานกันมาจนลูกโตยังหวานเหมือนเดิม นึกอิจฉาเหมือนกันเพราะสามีของหล่อนไม่เห็นทำแบบนี้เลย

แต่ถ้าวันหนึ่งเขาเกิดหวานใส่กันขึ้นมาก็คงไม่ชิน อาจคิดว่าชายหนุ่มถูกผีเข้าก็เป็นได้...มันไม่ปกติเลยสักนิด

“ไอติมแสนอร่อยเย็นชื่นใจ...” พูดกับตัวเองแล้วยิ้มมีความสุข พอดีกับเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจึงต้องหยิบมารับ มองหน้าจอเห็นเป็นน้องชายที่ทำงานอยู่เมืองหลวงไม่ค่อยได้กลับบ้านก็เลื่อนรับสายรวดเร็ว คิดถึงอีกฝ่ายอยู่เหมือนกันเพราะจะได้เจอกันก็ช่วงเทศกาลหยุดยาวเท่านั้น

“ว่าไงชิน”

‘ผมว่าจะกลับบ้านช่วงวันหยุดนะ เหนื่อยแล้วอยากไปพักผ่อนให้สมองได้หยุดคิดเรื่องเรียนบ้าง’ แววตาเป็นประกายเมื่อทราบว่าน้องชายจะกลับบ้าน เธอรีบตอบรวดเร็วด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

“ดีๆ แกกลับมาพ่อกับแม่จะได้เลิกบ่นคิดถึงสักที ฟังทุกวันจนเบื่อแล้วเนี่ย” สองพี่น้องยังคงติดต่อหากันตลอด ไม่ทางข้อความก็โทรคุยซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกโทรมากกว่า หล่อนพูดคุยระหว่างเดินกลับบ้านก่อนจะถูกถามถึงคีริน

‘สามีดูแลพี่ดีหรือเปล่า’ ยังนึกสงสัยมาจนถึงทุกวันนี้กับความรวดเร็วของการแต่งงานที่เกิดขึ้นระหว่างพี่สาวและพี่เขยของตน คิดจะค้านก็ไม่อาจต้านความต้องการจะแต่งงานอันแรงกล้าของดาราแก้วได้

ไม่คิดว่าคีรินจะรักพี่สาวของตนจนขอแต่งงาน แต่ก็หาเหตุผลอื่นไม่เจอเหมือนกัน

จึงพยายามสอบถามพี่สาวของตัวเองเสมอ โดยที่เธอก็เน้นย้ำหลายรอบเพื่อให้คนปลายสายได้สบายใจ

“ดูแลดีสิ...ดีที่สุดเลยล่ะ ความฝันของฉันเป็นจริงแล้วต่อไปก็เหลือแกที่ต้องรีบแต่งงาน อย่าให้ตัวเองโสดนานจนขึ้นคานเข้าใจไหม” พอเธอสละโสดก็มักจะบอกน้องชายให้แต่งงานบ้างแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีแฟนก็ตาม

‘เอาเวลาที่ไหนหาแฟน ทั้งทำงานทั้งเรียนป.โทแทบไม่มีเวลาโงหัวแล้วเนี่ย’ หัวเราะมีความสุขก่อนชะงักเมื่อพบว่ามีรถจอดอยู่เบื้องหน้าแล้วป้ายทะเบียนก็คุ้นเสียเหลือเกิน

“อ้าวเหรอ สงสารจังเลย...แค่นี้ก่อนนะชินเดี๋ยวโทรกลับ” วางสายจากน้องชายทันที

รถของสามีเธอ...แล้วเขาก็กำลังทำบางสิ่งอยู่ตรงถังขยะ

พอเพ่งมองก็พบว่าคีรินกำลังเทอาหารที่หล่อนตั้งใจทำให้ทิ้งลงขยะ ใจคนมองหล่นวูบพร้อมความรู้สึกเสียใจที่ถาโถมจนน้ำตาเอ่อคลอ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขาหันมามองพอดีจึงค่อนข้างตกใจไม่คิดว่าจะเจอภรรยาที่นี่

“เอ่อ...มันเสียแล้วน่ะ ตอนเที่ยงฉันต้องออกไปกินข้าวกับคนงานเลยไม่มีเวลากินข้าวของเธอ ขอโทษนะ” รีบเก็บปิ่นโตเข้าไปในรถแล้วเดินตรงมาหาเธอ อธิบายตามความเป็นจริงด้วยท่าทีร้อนรนกว่าปกติแต่ก็ยังเย็นชาสำหรับเธออยู่ดี

“ไม่เป็นไร เข้าใจ” ทำความเข้าใจตามคำบอกเล่าของเขา เธอนิ่งกว่าที่คิดเอาไว้แล้วเลือกจะทิ้งไอศกรีมที่เหลือกว่าครึ่งทิ้งลงถังขยะเพราะกินไม่ลงเช่นเดียวกัน

“รีบเข้าบ้านเถอะ ทำงานมาทั้งวันน่าจะเหนื่อยแล้ว” ไม่พูดเปล่าเดินกลับบ้านก่อนเขาไม่รอชายหนุ่มด้วยซ้ำ ทำให้คีรินต้องรีบขับรถตามด้วยความรีบร้อน เป็นครั้งแรกที่กลัวว่าเธอจะโกรธกัน ซึ่งเขารู้ดีว่าตนเองเป็นคนผิด

เมื่อเข้ามาในบ้านก็ไม่เห็นหล่อนอยู่ข้างล่าง จึงรีบเดินขึ้นมายังชั้นสองก่อนพบว่าร่างบางกำลังจะอาบน้ำ เขาทำตัวไม่ถูกจึงเลือกจะวางข้าวของลงบนโต๊ะ มองภรรยาเข้าไปอาบน้ำแล้วออกมาด้วยชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขาสั้นไม่ใช่ชุดคู่เหมือนเมื่อคืน

รู้ด้วยสัญชาตญาณว่าถูกโกรธเข้าให้แล้ว

“แก้ว...” เรียกชื่อเธอเสียงเบา เจ้าตัวก็หันมามองแล้วพยายามทำตัวปกติ ถึงตอนนี้จะไม่ปกติก็ตาม

“หือ”

“โกรธหรือเปล่า” หล่อนนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อประมวลผลความรู้สึกของตัวเอง

“ไม่เชิงโกรธหรอก มันไม่ใช่เรื่องน่าโกรธสักหน่อยแต่ก็ยอมรับว่าน้อยใจเหมือนกัน อุตส่าห์ตั้งใจทำให้แต่กลับมาเจอนายเททิ้ง...เฮ้อ ข้าวมันบูดแล้วก็เรื่องธรรมดาแหละที่จะทิ้งน่ะ ฉันโอเคนายไม่ต้องคิดมาก” พูดโดยอิงบนพื้นฐานความจริงแล้วก็ยอมบอกความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

กลายเป็นเขาที่รู้สึกผิดมากกว่าเดิมแต่ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไร ทำได้เพียงตอบรับในลำคอเสียงเบาแล้วเดินเข้าห้องน้ำ

“อือ”

มองตามแผ่นหลังกว้างที่ดูเหมือนจะไม่สนใจความรู้สึกของเธอแม้แต่น้อย อยากให้เขาเข้ามากอดแล้วอ้อนวอนมากกว่านี้แต่ชายหนุ่มก็ไม่ทำ ความสัมพันธ์ของเราห่างเหินเกินกว่าจะเป็นสามีภรรยาได้ มีเพียงหล่อนคนเดียวที่ไล่ตามมาตลอด

“ร้องไห้ทำไมเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย อย่างอแงนะแก้ว...” ปาดน้ำตาออกเมื่อมันไหลลงมาจนเธอหงุดหงิดตัวเองเพราะคิดไว้แล้วว่าจะไม่ร้องไห้กับเรื่องนี้

“เฮ้อ” ถอนหายใจเสียงเบาค่อยล้มตัวลงนอนก่อนเขา หลับตาสนิทเพื่อตัดขาดสิ่งรอบข้างกระทั่งรับรู้ถึงแรงยวบข้างกายพร้อมกับสัมผัสที่ดึงให้เธอเข้าไปใกล้จนเผลอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“อ่ะ” ร้องเสียงหลงในลำคอก่อนเหลียวมองคนที่นอนซ้อนหลัง

เขากำลังกอดเธอ...แทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นความจริงเมื่อชายหนุ่มเริ่มก่อน

“นอนเถอะ” คำพูดเพียงประโยคเดียวแต่ทำให้ความขุ่นข้องหมองใจหายไปเกือบหมด น่าทึ่งจนหญิงสาวยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะรักเขามากขนาดนี้

“คีริน...” ขยับกายเล็กน้อยเพื่อหันมามองหน้าเขาได้ถนัด ยกมือแตะใบหน้าหล่อโดยมีแสงไฟสีอ่อนส่องสว่างให้เราได้เห็นกันชัดเจน

“หือ” ถามเสียงเบาขณะสบตากับเธอ

“รักนายนะ” เขานิ่งไปสักพักเหมือนไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำบอกรักจากหล่อน แต่ไม่นานก็พยักหน้ารับแล้วตอบกลับเสียงเบา

“ครับ”

เขาพูดแค่นั้น...โดยไม่ได้บอกรักเธอกลับเลยสักคำ 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel