๗ สะใภ้ที่ดีภรรยาที่น่ารัก (๑)
๗
สะใภ้ที่ดีภรรยาที่น่ารัก
หลังจากวันนั้นที่ขอแต่งงานผ่านมาหนึ่งสัปดาห์พวกเขาก็จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อย...
ไม่ได้จัดงานแต่งใหญ่โตโดยเป็นการตกลงของบ่าวสาวที่เชิญเพียงคนในครอบครัวมาทำอาหารกินร่วมกัน ผูกข้อไม้ข้อมือพร้อมมอบสินสอดแก่บ้านเจ้าสาวเป็นจำนวนเงินกว่าเจ็ดหลัก แม้คุณชานนท์บิดาของฝ่าบหญิงจะไม่ค่อยชอบใจก็ขัดลูกสาวไม่ได้
งานที่ควรจัดยิ่งใหญ่ก็มีแค่คนในครอบครัวรับทราบ ก่อนข่าวจะกระจายไปทั่วอำเภอในเวลาต่อมา ชุดเจ้าสาวเธอไม่ได้สวมแต่ก็ไม่รู้สึกน้อยใจเลยสักนิด ดาราแก้วรู้สึกว่าสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าคือใจของเราสองคนที่มีต่อกันมากกว่า
ขอแค่เขารักและซื่อสัตย์ต่อเธอก็พอแล้ว...
ทยอยขนเสื้อผ้าเข้ามาอยู่ในบ้านของสามีพร้อมเปลี่ยนนามสกุลเรียบร้อย หล่อนจดทะเบียนสมรสเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็นนางตัดขาดความโสดอย่างจริงจัง เล่นเอาผู้ชายทั้งอำเภออกหักกันเป็นแถบ ไม่คิดว่าแม่ค้าสาวหน้าหวานจะสละโสดเร็วขนาดนี้
ไม่ได้ข่าวว่าคบหากับชายใดมาก่อน รู้อีกทีดันเข้าพิธีวิวาห์เป็นภรรยาคนอื่นซะงั้น แต่เมื่อได้เห็นสามีของเธอก็หมดข้อกังขาในทันที หนุ่มหล่อคนนี้เหมาะสมกับหล่อนจนไม่มีใครกล้าออกมาคัดค้านเลยสักคน
“กินข้าวค่ะป้า...แม่พิ” ย้ายมาอยู่บ้านสามีเป็นการถาวรแต่ก็ยังไปกลับบ้านของตนเสมอเพราะต้องไปช่วยมารดาทำงาน เธอจึงเลือกจะถอยมอเตอร์ไซค์คันใหม่มาเพื่อความสะดวกในการเดินทาง รถยนต์ของตนก็มาจอดไว้บ้านเขาใช้สำหรับขับในระยะทางที่ไกลแต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไปไหนหรอก
วนเวียนอยู่บ้านกับตลาดเท่านั้น...
คนที่มีความสุขนอกจากดาราแก้วแล้วยังรวมถึงคุณพิสมัยที่อยากได้หล่อนมาเป็นสะใภ้ ท่านยิ้มกว้างตั้งแต่วันงานจนถึงตอนนี้ที่ได้หล่อนมาเป็นลูกสาวอีกคน กลายเป็นครอบครัวที่อยู่กันสามคนโดยมีหญิงสาวคนปรนนิบัติแล้วอยู่เป็นเพื่อนคุยเสมอ
แม่สามีแทบจะยกมรดกทั้งหมดให้หล่อน คาดว่าถ้ามีหลานก็คงรักและหลงไม่ต่างกันเท่าไหร่ เธอจึงทำดีตอบแทนท่านรับหน้าที่งานบ้านงานครัวเกือบทั้งหมดมาทำ แม้ว่าตอนนี้สามีจะรับแม่บ้านเพื่อช่วยแบ่งเบางานของหล่อนแล้วก็ตาม
ร่างบางยกอาหารมาจัดวางไว้บนโต๊ะกินข้าวที่ห้องครัว เมนูหลากหลายกับกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยไปทั่วบ้านทำให้คนที่เพิ่งลงมาจากบนบ้านได้ไม่นานเริ่มท้องร้อง ไม่ว่าลูกสะใภ้จะทำเมนูใดก็ถูกใจท่านไปเสียหมด อาการรักและเอ็นดูลูกสาวคนใหม่มากกว่าลูกชายตัวเองเสียอีก
“ตื่นเช้าจังเลยลูก ตื่นสายกว่านี้ก็ได้ไม่ต้องรีบหรอก แม่อยากให้หนูพักผ่อนมากกว่า” นั่งลงยังที่ประจำแล้วก็มองดูดาราแก้วที่ยิ้มกว้างให้ท่านเหมือนเดิม คดข้าวใส่จานพร้อมวางลงตรงหน้าคนอายุมากกว่า
“ไม่เช้านะคะ ถือว่าสายกว่าทุกวันแล้ว” ตื่นเช้าจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว เธอลุกมาทำอาหารแล้วก็ปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ไม่ลืมเตรียมอาหารเช้าให้สามีนำไปรับประทานที่ทำงานซึ่งเป็นสิ่งที่เคยวาดฝันเอาไว้
ใช้ชีวิตสามีภรรยากับคีริน...
ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นความจริง
เข้านอนพร้อมกัน ตื่นเช้าพร้อมกัน ทำอาหารให้เขากิน ทุกสิ่งที่เคยคิดเอาไว้ตอนนี้ได้ทำหมดแล้ว เธอมีความสุขจนไม่สามารถหุบยิ้มได้ยามคิดถึงเรื่องนี้ เหมือนล่องลอยในจินตนาการแต่มันคือความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
ไม่รู้สิ่งใดดลใจให้เขาขอแต่งงาน คิดว่าอีกฝ่ายคงชอบกันนั่นแหละจึงเอ่ยปาก รักข้างเดียวของเธอกลายเป็นรักที่สมหวังแล้ว...
“สามีเราไปไหนซะล่ะ” ห้องอาหารมีเพียงสองคนจึงถามหาลูกชายที่หายหน้า เธอได้ยินอย่างนั้นก็รีบตอบทันที
“ออกไปทำงานแต่เช้าแล้วค่ะ หนูจัดการห่อข้าวให้ไปกินที่ทำงาน เห็นบอกว่าต้องเคลียร์เรื่องหนี้สินให้หมดภายในเดือนนี้ค่ะ กลับมาถึงบ้านก็หลับสนิทตลอดเลย” อยู่ด้วยกันมาเกือบสองสัปดาห์ก็เห็นถึงความขยันของเขาจึงเอาใจช่วย
อยากช่วยเรื่องเงินเพราะเธอเองก็มีไม่น้อยแต่ชายหนุ่มเลือกปฏิเสธ เขาอยากทำให้สุดความสามารถของตัวเองก่อน หล่อนยิ่งชื่นชมสามีมากกว่าเดิม กลายเป็นมองเขาด้วยแววตาเทิดทูนคิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้แต่งงานกับคีริน
ปิดจบรักกว่าสิบปีด้วยความสมหวัง ไม่มีใครโชคดีเกินเธอแล้ว...
“ถ้าไม่ได้หนูแม่คงแย่” เริ่มลงมือรับประทานอาหารก่อนที่คุณพิสมัยจะหันมาบอกสะใภ้คนโปรด แล้วดูเหมือนจะรักเอ็นดูยิ่งกว่าลูกชายของตัวเองด้วยซ้ำ
“ไม่หรอกค่ะ หนูแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ แค่ทำไปตามที่คิดว่าดีเท่านั้นเอง” ถ่อมตัวแล้วก็ตักอาหารให้ท่านตามความเคยชิน เธอคอยดูแลท่านเหมือนแม่อีกคนเพราะเราคือครอบครัวเดียวกันแล้ว
มื้ออาหารจบลงด้วยความอิ่มอร่อยของคนทั้งสอง จากนั้นกิจกรรมที่คุณพิสมัยทำก็คือจับจูงมือดาราแก้วขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องเก็บของที่ไม่เคยมีใครได้เข้าใกล้ถูกเปิดออก บ่งบอกให้ทราบทันทีว่าตอนนี้เบอร์หนึ่งสำหรับท่านก็คือสะใภ้คนนี้
“มาๆ แม่จะพาไปดูของสะสม ต่อไปจะได้มอบให้หนูจัดการ” คนเดินตามไม่รู้ว่าท่านหมายถึงสิ่งใดแต่ก็ยังเดินตามเหมือนเดิม ก่อนพบสิ่งที่ชวนตื่นตะลึงเมื่อเจอของสะสมมากมายที่เจ้าของบ้านเก็บเอาไว้มาหลายสิบปีปรากฎตรงหน้า
“ค่ะ”
เธอกลายเป็นหนูตกถังข้าวสารแล้ว!
