บท
ตั้งค่า

๖ ความรักหรือจะ เท่าความดี (๕)

“นี่น้าให้ฟรี คราวหน้าค่อยกลับมาซื้อใหม่นะลูก”

“ไม่เป็นไรครับ น้าให้ฟรีมาบ่อยแล้วผมอยากตอบแทนบ้าง...ขอบคุณมากนะที่ช่วยดูแลแม่ตอนที่ฉันไม่อยู่” ยังคงยื่นเงินไปตรงหน้าแล้ววางไว้เพื่อเป็นการยืนยันเจตนาของตัวเอง ก่อนหันมาคุยกับร่างบางที่ผงกศีรษะรัวพร้อมยืนยันเสียงหนักแน่นกับเขา

“เต็มใจอยู่แล้วน่า คนกันเองไม่เป็นไรเลย”

เขายิ้มให้เธอเล็กน้อยค่อยเดินออกจากที่ตรงนั้นพร้อมอาหารสามถุง ดวงตากลมมองตามพลางยกมือขึ้นโบกลาเขา จนคุณขวัญทิวาต้องหันมาบอกลูกตัวเอง

“นี่ลูกสาว...เราไม่สงวนท่าทีบ้างเลยหรือไง”

“ทำไมต้องสงวนล่ะแม่ มีอะไรแสดงออกให้เต็มที่เลยสิ” ยืนยันในความเป็นตัวเองจนคนถามถึงกับถอนหายใจ

“เฮ้อ เอาเถอะ แล้วแต่เราเลย” ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมก็ดีเหมือนกัน

หวังว่าความรักครั้งนี้ลูกสาวของนางจะสมหวังกับเขาบ้าง อยากมีลูกเขยไว้อวดแล้วก็เลี้ยงหลานแล้ว...

ถึงวันนัดซึ่งเธอนับวันรอเลยด้วยซ้ำเขามารับถึงหน้าบ้าน ดาราแก้วซื้อเสื้อผ้าใหม่แต่งตัวดูดีกว่าทุกวัน แต่งหน้าทำผมเป็นชั่วโมงประโคมเครื่องหอมใส่กายจนมั่นใจแล้วค่อยขึ้นรถมากับสองแม่ลูก ระหว่างทางก็ชวนคุณพิสมัยคุยไม่หยุดจนถึงจุดหมาย

ดอกไม้สวยกว่าที่คิดเอาไว้แล้วยังจัดแบ่งโซนเหมาะกับการปลูกตามสภาพดินและสภาพอากาศ หญิงต่างวัยสองคนเดินชมแล้วก็ถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อไปปลูก ดาราแก้วเก่งงานสวนเพราะปลูกดอกไม้ที่บ้านของท่านจนขึ้นสวยงาม

ร่างสูงเดินตามหลังหญิงสาวคนเห็นว่าเดินกอดแขนกันเหมือนแม่ลูกมากกว่าเขาเสียอีก นึกทบทวนเรื่องบางสิ่งแล้วก็ตัดสินใจได้ในทันที

ความสุขของเขาไม่สำคัญเท่ากับแม่หรอก...

“น้ำค่ะป้าพิ ส่วนนี่ของนาย” เดินเล่นจนเหนื่อยจึงพากันมาพักผ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ เธอเดินไปซื้อน้ำเปล่าให้เขาแล้วเลือกน้ำผลไม้ให้คุณป้า คนรับก็ยิ้มชื่นใจแล้วยังชมเธอไม่หยุดอีกต่างหาก เพราะรักหญิงสาวเหมือนลูกไปแล้ว

“หนูรู้ใจป้าที่สุดเลย” ยกนิ้วโป้งให้ร่างบางแล้วดูดน้ำจนเหลือครึ่งแก้ว

“ก็เราคนคุ้นเคยกันอยู่แล้วนี่คะ ป้าพิชอบอะไรหนูรู้หมดนั่นแหละ เดี๋ยวตอนเที่ยงเราไปกินไก่ย่างส้มตำที่ร้านพี่แจ๋วกันนะคะ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่” เธอแนะนำซึ่งท่านก็พยักหน้าตามทันที นึกหิวอยู่เหมือนกันจนกลายเป็นบทสนทนาที่เหมือนคีรินจะฟังไม่รู้เรื่อง

“จ้ะ”

เขานั่งฟังทั้งสองพูดคุยกันแล้วก็ดูดน้ำจนเกือบหมดขวด รู้เลยว่ามารดามีความสุขมากแค่ไหน ไม่เห็นท่านยิ้มเต็มปากจนส่งถึงแววตามานานแค่ไหนแล้ว

“ถ่ายรูปกันค่ะป้าพิ นายถ่ายรูปให้หน่อย” เดินมาถึงด้านหน้าของงานก็รีบบอกคุณป้าเพื่อเก็บภาพบรรยากาศเอาไว้ นำของทุกอย่างที่ถือไปยัดใส่มือร่างหนาก่อนตัวเองจะรีบมายืนข้างคุณพิสมัย จัดแต่งทรงผมแล้วก็เสื้อผ้าให้เรียบร้อยเตรียมพร้อมบันทึกภาพ

“อือ” เขารับคำแล้วเตรียมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป

“ยิ้มสวยๆ เลยนะคะ” หันไปบอกท่าน

“จ้า...ป้ายิ้มแบบนี้สวยไหม” ไม่ลืมจะลองยิ้มให้หล่อนดูว่าสวยหรือเปล่า เจ้าตัวก็พยักหน้าพร้อมยกนิ้วโป้งให้ทันที

“สวยค่ะ...นายอย่าเว้นช่วงล่างเยอะนะเดี๋ยวฉันจะดูอ้วนตัน” เตรียมพร้อมถ่ายภาพก็ไม่ลืมจะสั่งตากล้องจำเป็นกลัวเขาจะถ่ายรูปออกมาไม่สวยอย่างที่ต้องการ ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้าอย่างขอไปที ก่อนจะเริ่มตั้งกล้องเพื่อดูมุมภาพว่าได้หรือเปล่า

“รู้แล้ว”

หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปจนพอใจแล้วค่อยพากันกลับบ้าน ลืมไปเสียสนิทว่าไม่มีภาพของเขาร่วมเฟรมด้วยแต่ร่างหนาก็ไม่ได้สนใจ เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของมารดาก็ถือว่าวันนี้ประสบความสำเร็จ เขาตัดสินใจได้ง่ายกว่าเดิมว่าควรเลือกสิ่งใด

กลับถึงบ้านก็พาคุณพิสมัยเข้ามารับอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เจอแดดร้อนมาเกือบครึ่งวันก็ไม่แปลกที่ท่านจะเหนื่อย “แม่ขอไปพักก่อนนะ วันนี้เหนื่อยมากเลย...ขอบใจหนูมากนะลูกที่ไปเป็นเพื่อนป้า” บอกลาหนุ่มสาวเพื่อเปิดโอกาสให้สองคนอยู่ตามลำพัง เธอเห็นอย่างนั้นก็โบกมือลาท่าน

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยินดีอยู่แล้ว” มองจนคุณป้าเดินขึ้นบันไดแล้วเข้าห้องของตัวเองจึงถือโอกาสหันมาบอกลาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้กัน

“ฉันกลับก่อนนะ...” กำลังจะก้าวเท้าออกจากบ้านแต่ถูกเขาขวางไว้ก่อน

“เดี๋ยวไปส่ง มีเรื่องจะคุยกับเธอด้วย” ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นอีกฝ่ายจะอยากคุยด้วย ไม่รู้ว่าคิดอะไรจึงเอ่ยปากเองแล้วขอไปส่งจนเธอตั้งตัวไม่ทัน ไม่รู้ว่าควรตั้งรับกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไรจึงทำได้เพียงตามน้ำไปก่อน

นึกอยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรกับตนกันแน่

“เอาสิ ไปส่งในตลาดก็ได้นะยังไงฉันก็ต้องไปขายของให้แม่อยู่แล้ว” ระยะทางจากบ้านเขาไปตลาดไม่ไกลนักจึงเลือกจะเดินไป

เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยชวนก่อนแล้วยังเดินข้างกันโดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ หญิงสาวเหลือบมองเสี้ยวหน้าหล่อแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกจนอยากยืดเวลาให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย ยังอยากเดินเคียงข้างเขาไปเรื่อยๆ

“เธอมีแฟนหรือยัง” ถึงกับหันขวับมามองแล้วหยุดฝีเท้าด้วยความตกใจ

อะไรดลใจให้ชายหนุ่มใช้คำถามที่เล่นกับใจเธอขนาดนี้

“ยะ ยัง...ทำไมเหรอ” ตอบเสียงสั่นแล้วจ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ หัวใจเต้นแรงแทบจะหลุดออกมานอกอกระหว่างที่รอคำตอบ

“แต่งงานกันไหม” คีรินเลือกจะหันมาเผชิญหน้ากับเธอแล้วพูดเสียงจริงจัง เป็นครั้งแรกที่แข้งขาอ่อนแรงคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อ เธอพยายามตั้งสติแล้วถามตัวเองว่าหูฝาดหรือเปล่า แต่พอเห็นสีหน้าของเขาก็มั่นใจว่าไม่ได้ฟังผิด

คนที่เธอแอบรักกำลังขอแต่งงาน...

นี่มันข้ามขั้นไปหรือเปล่า!

“นาย...จริงจังเหรอ”

“อือ แต่งงานกันนะ” พยักหน้าแล้วถามอีกรอบ

“แต่ง...แต่งสิ!”

มีหรือที่คนแอบรักจะปฏิเสธ ใช้โอกาสนี้ตอบตกลงในทันทีพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่มอบให้ชายหนุ่ม เรื่องอะไรจะปฏิเสธสิ่งที่ตนรอคอยมาหลายสิบปีกันล่ะ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel