๖ ความรักหรือจะ เท่าความดี (๔)
เพิ่งทราบว่าดาราแก้วเนื้อหอมพอสมควรจากการเห็นชายหลายคนแวะเวียนมาขายขนมจีบ เพียงแต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมเล่นด้วยคงไว้แค่สถานะแม่ค้ากับลูกค้าเท่านั้น ไม่รู้ว่าจะได้ลูกเขยกับเขาบ้างหรือเปล่า เหมือนมาตรฐานผู้ชายของลูกสาวจะสูงเสียเหลือเกิน
หรือบางทีอาจล็อคพื้นที่ตรงนั้นไว้ให้ใครบางคนแล้วก็เป็นได้...
เพียงแค่รอเวลาให้คนในใจเดินเข้ามาเท่านั้นเอง
“อารมณ์ดีนะช่วงนี้” อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว
“จริงเหรอแม่” เจ้าตัวยกมือขึ้นมาประคองแก้มสองข้างเอาไว้ ยิ้มเล็กน้อยยามคิดถึงเรื่องที่ทำให้มีความสุข
แน่นอนว่าสาเหตุไม่ได้มาจากใครอื่นไกลเลย เป็นรักแรกของหล่อนที่กลับมาอยู่บ้านถาวรเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว...
เธอมักจะแวะเวียนไปหาคุณป้าที่บ้านเสมอแล้วได้พบกับเขาเป็นบางครั้ง เนื่องจากชายหนุ่มยุ่งในการกอบกู้กิจการรับเหมาก่อสร้างและบ้านจัดสรรให้กลับมาฟื้นตัว จึงได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจและเม็ดเงินมากพอสมควร ได้ข่าวว่ากิจการก็เริ่มดีขึ้นทีล่ะนิด
เก่งสมกับเป็นคีรินคนที่เธอชอบมาตลอด แล้วอย่างนี้จะหาชายที่ไหนมาแทนที่เขาได้...
“หน้าตาผ่องใสมีความสุข มีเรื่องอะไรที่ดีเกิดขึ้นหรือเปล่า” เลิกคิ้วเป็นเชิงถามแล้วจ้องดวงหน้าหวานของบุตรสาว เจ้าตัวไม่ยอมบอกเอาแต่ส่ายหน้าแล้วมองไปทางอื่น เขินจนตัวบิดยามคิดถึงหน้าของคนที่ตัวเองแอบชอบมาตลอด
ยิ่งคิดถึงเขา...หัวใจก็เต้นแรงอย่างมีความสุข
อยากไปหาคีรินอีกแล้ว...
“เปล่า...ไม่มีอะไรเลย” ตอบเสียงเบาแล้วก้มมองอาหารพอดีกับที่มีลูกค้าเดินมาหยุดตรงหน้า ยังไม่ทันจะได้เงยหน้ามองก็ได้ยินเสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นเสียก่อน เล่นเอาหล่อนรีบเงยหน้าแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“เอาปลาผัดพริกกับต้มจืดมะระหน่อยครับ”
“คีริน!”
ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่!
ดีใจจนเผยรอยยิ้มกว้างขณะจ้องเขาตาไม่กระพริบ ลืมเมนูที่อีกฝ่ายสั่งไปเสียสนิทแล้วนิ่งอยู่นานจนคนเป็นแม่ต้องกระทุ้งศอกใส่เอวลูกสาวเพื่อเรียกสติ ร่างบางถึงรู้ตัวแล้วรีบตักอาหารใส่ถุงแล้วยังเพิ่มปริมาณให้เป็นพิเศษอีก
แม้เขาจะสั่งปกติแต่เธอก็จะให้ชายหนุ่มแบบพิเศษ...
ก็เป็นคนพิเศษของใจนี่น่า
“ป้าพิอยากกินเหรอ” ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมที่พับแขนมาถึงศอกกับกางเกรงแสลค แต่งตัวไม่เหมือนมาเดินตลาดสด เธอนึกว่าเขาหลงมาจากนิตยสารฉบับดังเสียอีก แต่ก็ยังพยายามสอบถามอีกฝ่ายเพื่อเป็นการชวนคุย
“ใช่” ผงกศีรษะแล้วมองแม่ค้าที่ตักอาหารใส่ถุงเสร็จพอดี
“เอาไปเยอะๆ เลย ฉันให้นายพิเศษ...หมายถึงให้ป้าพิเป็นพิเศษ แล้วนายอยากกินอะไรเพิ่มหรือเปล่าเดี๋ยวตักให้เอง” แก้คำพูดแล้วมองเขาตาเป็นประกาย ไม่ได้ปิดบังเลยสักนิดว่าชอบชายหนุ่มมากแค่ไหน
“ไม่หรอก” ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วรับของมาถือไว้ แต่ถุงอาหารที่ได้ไม่ใช่แค่สองเมนูเพราะได้เพิ่มมาอีกถึงที่ขนาดใหญ่พอกัน เขากำลังจะบอกปัดแต่ก็ถูกเธอยัดใส่มือเสียก่อนจึงไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น เห็นว่าเป็นเวลาเหมาะสมจะพูดคุยเรื่องสำคัญพอดี
“แถมให้ไง...” แม่ค้ายังคงส่งยิ้มให้เสมอ
เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงได้อารมณ์ดีตลอดเวลา ซึ่งมันก็ทำให้คนรอบข้างพลอยมีชีวิตชีวาไปด้วย จนต้องคิดใหม่อีกครั้งเรื่องที่มารดาแนะนำออกแนวขอร้องกึ่งบังคับ การมีหญิงสาวอยู่ในชีวิตก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่
อย่างน้อยก็ไม่ได้น่ารำคาญมากนัก...
“วันศุกร์ว่างไหม” เห็นเขายืนนิ่งไม่เกินไปสักทีก็ยังสงสัย แต่เมื่อได้ยินคำถามก็ทำให้เธอตาโตพร้อมผงกศีรษะไม่ต้องเสียเวลาคิดให้นาน
จนคุณขวัญทิวาที่ยืนข้างกันส่ายหน้าไม่คิดว่าลูกสาวตัวเองจะเผยความรู้สึกหมดทุกอย่าง เก็บเอาไว้หน่อยก็ไม่ได้
ไม่ใช่เพียงแค่ฝ่ายชายที่รู้ว่าดาราแก้วชอบ คนทั้งตลาดก็น่าจะรู้เหมือนกัน แสดงออกชัดเจนเสียขนาดนี้
“ว่าง! ว่างมากเลย พร้อมตลอดเวลาไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอก...ทำไมเหรอ” ยืดกายตรงแล้วมองเขาตาเป็นประกาย
“ว่าจะชวนไปงานพฤกษศาสตร์...” เอ่ยถึงงานดอกไม้นานาชนิดที่มาจัดแสดงอยู่ในตัวอำเภอ แล้วยังสามารถซื้อมาปลูกได้อีกต่างหาก มีหลากหลายพันธุ์ให้เลือกแล้วคุณพิสมัยก็อยากไป ทว่าลูกชายไม่ค่อยรู้เรื่องดอกไม้เท่าไหร่จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากหล่อน
“ไป ไปทันทีเลย ตอนนี้เลยไหม” เตรียมถอดผ้ากันเปื้อนเพื่อจะไปกับเขาจนมารดาต้องรั้งแขนลูกสาวเอาไว้ก่อน
“วันศุกร์” ย้ำให้คนตัวเล็กทราบ เธอจึงพยักหน้าพลางยิ้มอ่อนเริ่มเหนื่อยใจกับตัวเอง อยู่ตรงหน้าเขาไม่เป็นตัวเองเอาเสียเลย
“อ้อ...จริงด้วย วันศุกร์ วันศุกร์นะ...ไปค่ะ” หันไปหาแม่แล้วค่อยตอบตกลงกับเขา ชายหนุ่มจึงพยักหน้าเป็นการรับทราบแล้วยื่นเงินให้คนตรงหน้า กลับกลายเป็นว่าคุณขวัญทิวาไม่รับพร้อมพูดคุยกับเขาเสียงอ่อนเหมือนเป็นลูกหลานอีกคน
สัญญาณดีขนาดนี้ต้องได้ลูกเขยกับเขาบ้างแหละ...
