บท
ตั้งค่า

๖ ความรักหรือจะ เท่าความดี (๓)

อาจเนื่องจากเกิดในครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่รักใคร่ไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง พอลองนึกดูก็คิดอิจฉาหล่อนเหมือนกัน

ชีวิตครอบครัวของเราต่างกันเกินไป...

“ป้าพิ! อยู่บ้านไหมคะ ป้าพิ!” เสียงเรียกตะโกนดังมาจากข้างนอก สองแม่ลูกหันไปมองประตูก่อนที่คุณพิสมัยจะเดินออกไปหาหลานสาวสุดที่รักพร้อมกวักมือเรียกให้หล่อนเข้ามาในบ้าน ไม่เจอหน้าหลายวันจึงดีใจเป็นพิเศษที่หญิงสาวมาหากัน

เธอคงทราบว่าลูกชายของท่านมาแล้วจึงไม่อยากรบกวนเวลาสองแม่ลูก ผ่านไปหลายวันหลังคาดว่าคีรินกลับไปถึงได้มาหา แต่กลับพบความวุ่นวายที่เกิดจึงอดไม่ได้ที่จะถาม

“อยู่ลูก” ไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาในบ้านพร้อมอาหารในมือที่เตรียมมารับประทานกับท่าน ดวงตากลมยังคงสดใสเหมือนเคย ก้าวเท้าขึ้นบันไดหน้ามุขมายืนข้างเจ้าของบ้านที่เชื้อเชิญหล่อนเข้ามาข้างในพอดี

“ป้าพิจะย้ายบ้านเหรอคะทำไมมีรถคันใหญ่ขนของเต็มคันเลย...หวัดดีคีริน” อดไม่ได้ที่จะถามเพราะทราบว่าท่านหย่าขาดจากสามีแล้ว จึงไม่แปลกหากจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบสายตาก็เหลือบเห็นหนุ่มหล่อซึ่งนั่งอยู่ตรงโซฟาเสียก่อน

ถึงกับทำตัวไม่ถูกแล้วยิ้มแหยะให้เขาพร้อมทักทาย ยิ่งเห็นชายหนุ่มสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสำหรับใส่อยู่บ้านให้ความสบายเป็นกันเองก็หวนนึกถึงเรื่องในอดีต ยามที่เขาเป็นเพียงหนุ่มน้อยวัยเรียนส่วนเธอก็อยู่ในวัยเดียวกันต่างเพียงแค่ความรักที่มีต่ออีกฝ่าย

ตอนนี้ก็ยังคงรักเหมือนเดิม...

“ป้าไม่ได้จะย้ายบ้านหรอก ของทั้งหมดก็ของคีรินเขานั่นแหละ” ชี้ไปยังลูกชายที่นั่งเงียบจนเธอต้องหันมองแล้วลองโยนคำถามที่พอจะเป็นไปได้

“นายจะขายของพวกนั้นเหรอ”

“เปล่า” ส่ายหน้าเชื่องช้าแล้วจ้องหญิงตรงหน้า เวลาผ่านไปแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ต่างจากในอดีตเท่าไหร่ ยังคงทำตัวเหมือนเด็กแล้วก็สดใสเหมือนเคย แววตาเป็นประกายยามได้พูดคุยจนนึกสงสัยว่าเคยเครียดบ้างหรือเปล่า

ก่อนภาพที่หล่อนร้องไห้ในวันที่โดนเขาปฏิเสธจะลอยเข้ามา น่าจะเป็นครั้งแรกที่เห็นหญิงสาวร้องไห้เสียใจ ซึ่งเขารู้ดีว่าตนไม่ชอบสถานการณ์แบบนั้นเอาเสียเลย

ดาราแก้วไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก...

“จะย้ายกลับมาอยู่บ้าน” เขาเป็นฝ่ายตอบคำถามแม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดอะไรต่อก็ตาม

“อ้อ” เม้มปากแน่นสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ กลัวจะแสดงออกมากเกินไปให้เขารู้ว่าดีใจแค่ไหน เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องโดยการนำอาหารยื่นให้คุณป้าที่กำลังมองสองหนุ่มสาวพูดคุยกันด้วยหัวใจอิ่มเอม ท่านกำลังคาดหวังความสัมพันธ์ที่รู้ว่าอาจเป็นไปได้ยากสักหน่อย

เพราะลูกชายก็มีความคิดความต้องการเป็นของตัวเอง การจะทำตามคำขอของแม่ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

“หนูเอาของกินมาให้ค่ะ มีมัสมั่นไก่แล้วก็ต้มจืดมะระเป็นมะระที่ป้าพิเอาให้วันก่อนไงคะ เยอะจนแม่ทำไปขายด้วยเลยค่ะ” คุยเจื้อยแจ้วกับท่านแล้วยื่นปิ่นโตให้อีกฝ่ายก่อนพากันเดินเข้าไปในครัว คุณพิสมัยนำมะระที่มีคนเอามาฝากไปให้หล่อนเป็นการขอบคุณ หญิงสาวจึงทำอาหารมาส่งท่านแล้วยังเหลือเยอะจนสามารถทำไปขายได้

“ขอบคุณจ้ะ” ดูอาหารแล้วก็นึกหิวเพราะยังไม่ได้กินข้าว เธอวางของไว้บนโต๊ะแล้วก็มองนาฬิกาก่อนเห็นว่าได้เวลาต้องไปทำงานแล้ว จึงไม่อาจเอ้อระเหยได้เหมือนทุกวัน

“งั้นหนูไปก่อนนะคะ ต้องรีบไปช่วยงานพ่อด้วย ไปแล้วคีริน” ยกมือไหว้คุณพิสมัยก่อนจะโบกมือลาให้เพื่อนรุ่นเดียวกัน อยากมองหน้าเขาอีกสักหน่อยก็กลัวว่าพ่อจะรอนานจึงรีบเดินแกมวิ่งออกจากบ้านในเวลารวดเร็ว

“อือ” เขาตอบรับคำของเธอในลำคอก่อนมองตามหญิงสาวที่วิ่งหนีหายไป กลิ่นหอมของอาหารโชยมาจนเริ่มหิว ทำให้นึกถึงสมัยอดีตที่เธอมักทำอาหารมาให้เขากินเสมอ ทั้งตอนเรียนมัธยมและตอนอยู่มหาวิทยาลัย

แล้วหลังจากที่ตัดขาดความสัมพันธ์ก็ไม่มีร้านไหนทำอาหารอร่อยถูกปากเขาเลย...

“หนูแก้วน่ารัก...สดใสจนแม่พลอยมีความสุขไปด้วย ถ้าได้มาอยู่บ้านด้วยกันคงมีความสุข” เหลือบมองบุตรชายเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงจ้องไปทางประตูก็สบโอกาสพูดขึ้น เขาถึงได้สติแล้วลุกจากโซฟารวดเร็วไม่ต้องการพูดเรื่องนี้

“ผมไปขนของก่อนนะครับ” แม้จะมีคนช่วยขนของเข้าบ้านก็ยังเลือกจะไปช่วยอยู่ดี ทำให้ตอนแรกที่ไม่มีความหวังกลายเป็นเริ่มมีหวังขึ้นมาบ้างแล้ว

ไม่แน่ว่าอีกไม่นาน...ท่านอาจได้สะใภ้ที่ถูกใจก็เป็นได้

ความสดใสมาเยือนแต่เช้าในวันที่ฝนตกตลอดคืน ตอนเช้าผู้คนบางตากว่าเมื่อวานยังดีที่อาหารขายหมดไปกว่าครึ่ง เสียงเพลงจากวิทยุดังคลอกับเสียงผิวปากจากร่างแบบบางซึ่งกำลังเรียกลูกค้าทั้งยังชวนคุยเหมือนทุกวัน ความอัธยาศัยดีต้องยกให้ลูกสาวที่เรียกลูกค้าหน้าใหม่ให้เยอะพอสมควร ลูกค้าผู้ชายก็เช่นเดียวกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel