บท
ตั้งค่า

๖ ความรักหรือจะ เท่าความดี (๑)

ความรักหรือจะ

เท่าความดี

ตั้งแต่วันที่สร้างความกล้าให้มารดาจนท่านสามารถตัดขาดจากพ่อของลูกได้ก็ทำให้คุณพิสมัยเหมือนเกิดใหม่ ชีวิตกลับมาสงบสุขอีกครั้งโดยมีลูกชายอยู่เคียงข้าง ทุกวันท่านมักจะหยิบใบหย่าจากลิ้นชักมามองพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้าด้วยความรู้สึกหลากหลายแต่มั่นใจว่าหนึ่งในนั้นไม่ใช่ความเสียใจแน่นอน

พันธนาการที่เป็นเหมือนโซ่ขนาดใหญ่คล้องขาเอาไว้ถูกปลดออกไปแล้ว โล่งใจมากกว่าที่ต่อจากนี้ตัวเองจะไม่ต้องเกี่ยวพันกับผู้ชายคนนั้นอีก

สินสมรสแบ่งกันตามสมควรแล้วดูเหมือนอดีตสามีจะได้ไปเยอะ ไม่ลืมจะเซ็นเอกสารห้ามยุ่งเกี่ยวกันอีกเป็นการประกันว่าต่อจากนี้ชายผู้นั้นจะไม่มาทำร้ายหรือหาผลประโยชน์จากอดีตภรรยา จนถึงวันนี้ที่ผ่านมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วทุกอย่างปกติสุข ไม่ถูกทำร้ายร่างกายและร่องรอยก็เริ่มจางลงจนแทบจะไม่เห็นรอยช้ำแล้ว

ความสุขคืนกลับมา พร้อมลูกชายที่ยังไม่กลับไปทำงานอยู่เมืองหลวง ทำให้ท่านมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้อยู่กับคีริน

“เอาใบหย่าใส่กรอบไว้เลยไหมแม่” เข้ามาจากทางด้านหลังแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าท่านสะดุ้งตกใจจนต้องรีบเก็บใบหย่าใส่ลิ้นชักเหมือนเดิม เวลาผ่านไปชายหนุ่มโตขึ้นจนรู้สึกเหมือนว่าตนเป็นผู้ปกครองของแม่มากกว่าอยู่ในฐานะลูกชายเสียอีก

เพราะมารดาถูกทำร้ายมาตลอด เขาจึงอยากปกป้องบ้างหลังจากเมินเฉยมานานหลายปี ต่อจากนี้จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกแล้ว

“คีริน...” ยิ้มให้ลูกชายจืดเจื่อน เขาเห็นอย่างนั้นก็ขยับมาจับมือท่านเอาไว้ พร้อมกับพูดเปิดใจอีกรอบแม้ว่าจะเคยพูดไปแล้วรอบหนึ่งก็ตาม แต่เหมือนคุณพิสมัยจะไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ ยังคงพยายามหาข้อดีของอดีตสามีมาพูดกับชายหนุ่มเหมือนเดิม

รู้ดีว่าทำไปเพราะไม่อยากให้เกิดความบาดหมางระหว่างพ่อลูก ไม่อยากให้เขาเกลียดอีกฝ่ายมากไปกว่านี้

แต่ทำอย่างไรได้ล่ะ...คนมันเกลียดไปแล้วนี่น่า

“ผมรู้ว่าแม่ก็ไม่ได้รักเขาแล้ว ที่อยู่เพราะอยากรักษาคำว่าครอบครัวเอาไว้...แต่แม่ลองคิดดูอีกครั้งสิว่าควรจะรักษาคนแบบนั้นไว้ในชีวิตจริงเหรอ ผมกลัวว่าแม่จะเอาชีวิตไม่รอดมากกว่า” พูดตามตรงแล้วก็ค่อนข้างแรงจนคุณพิสมัยไม่อาจแก้ต่างได้

ท่านรู้ว่าเป็นความจริงดั่งที่ลูกชายเอ่ยมาทุกอย่าง ยังดีที่ได้ดาราแก้วคอยมาอยู่เป็นเพื่อน แล้ววันเกิดเรื่องถ้าคีรินไม่กลับมาก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะลงเอยอย่างไร

“ถ้าเขาไม่เมา...”

“พอเถอะครับ คนไม่ดีก็คือคนไม่ดี จะเมาหรือไม่เมาก็ไม่ควรทำร้ายใคร” ถอนหายใจเสียงดังแล้วบอกคล้ายเบื่อหน่ายกับการแก้ตัวแทนอดีตสามี ยังดีที่หย่าขาดกันไปได้แม้จะเสียเงินมากหน่อยก็คุ้มที่รักษาชีวิตเอาไว้

อยากให้แม่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สักที ท่านควรมีความสุขได้แล้ว...

“เราตัดขาดเขาไปแล้วก็อย่าไปคิดถึงเขาอีกเลย ยังไงเขาก็มีคนเลี้ยงดูไม่ลำบากหรอก เราอยู่กันแค่สองคนดีกว่า...” ตัดจบกับเรื่องของผู้ชายที่เอาออกจากชีวิตของแม่และตน เขาไม่มีความรู้สึกใดให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่ออีก

คุณพิสมัยเห็นเช่นนั้นก็ไม่คิดจะพูดโน้มน้าวเพราะตนก็อยากตัดชายคนนั้นออกไปจากความคิดเช่นเดียวกัน เมื่อสองแม่ลูกมีความเห็นที่ค่อนข้างตรงกันจึงไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก พอดีกับได้ยินเสียงดังขึ้นหน้าบ้านจึงรีบเดินตามร่างสูงออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

รถสิบล้อมาจอดด้านหน้าพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกสามถึงสี่คนกำลังวุ่นวายในการขนของมากมายลงจากรถ ท่านไม่รอช้ารีบเข้าไปถามคีรินที่ยืนกอดอกมองการเคลื่อนย้ายนิ่งเหมือนทราบอยู่ก่อนแล้วว่าของพวกนี้มาจากไหน

“รถขนอะไรมาเหรอทำไมของมันเยอะขนาดนั้น”

“ของผมเองครับ” ตอบเสียงเรียบเป็นเรื่องปกติ เขาหันมามองแม่ที่มีสีหน้าฉงนไม่เข้าใจในคำพูดของลูกชาย ต้องการคำอธิบายมากกว่านั้นแล้วเขาก็เลือกเฉลยหมดทุกสิ่ง หลังจากปิดเป็นความลับเพราะอยากสร้างความตกใจให้แก่ท่าน

“หือ” เลิกคิ้วแล้วส่งเสียงในลำคอเชิงสงสัย

“ผมจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว คงไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ อีก” น้ำเสียงจริงจังกับแววตาเคร่งขรึมทำให้คนมองยิ่งสงสัยมากกว่าเดิม ไม่เห็นบุตรชายจะเกริ่นเรื่องนี้ขึ้นมาเลยสักครั้ง บทจะตัดสินใจก็รวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว นึกสงสัยว่าเกิดเรื่องใดขึ้นหรือเปล่า

“ทำไมล่ะ” เขาหันมามองท่าน เพราะมารดาคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ตนมายืนอยู่ตรงนี้

ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะทำงานอยู่เมืองหลวงจนถึงสามสิบแล้วค่อยคิดเรื่องกลับบ้าน อย่างไรก็ไม่ปล่อยให้คุณพิสมัยอยู่คนเดียว ไหนจะธุรกิจของครอบครัวที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง ให้แม่ทำคนเดียวก็คงไม่ไหว ทางเลือกเดียวของเขาคือการกลับคืนสู่บ้านเกิด

จ้องดวงตาของคนอายุมากกว่าที่เริ่มเป็นประกาย ทราบดีว่าท่านคงกำลังดีใจแต่เก็บอาการเอาไว้ กลัวว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายต้องกลับบ้านด้วยความไม่เต็มใจ

“แม่ไม่ดีใจเหรอที่ผมจะกลับมาอยู่ด้วย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel