บท
ตั้งค่า

๕ ให้มันจบ แม้ว่ามันจะเจ็บ (๒)

“ป้าพิทำไมยอมง่ายขนาดนั้น”

“ป้าไม่อยากให้แก้วเจ็บ เงินแค่นี้ป้าหาใหม่ได้แต่ถ้าหนูโดนลูกหลงไปด้วยป้าคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง” จับใบหน้าหวานแล้วลูบตามเส้นผมนุ่มจนเธอน้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นว่าท่านปกป้องตนมากขนาดนี้ ส่วนเธอเองก็อยากปกป้องคุณพิสมัยที่กำลังอ่อนแอเหมือนกัน

หญิงสาวเลือกจะจับมือของท่านไว้พร้อมกับบีบเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้มาก่อนแต่เชื่อว่ามันคงยากในการรับมือ ทั้งยังอยู่ตัวคนเดียวอีกต่างหากจนนึกเป็นห่วงว่าต่อจากนี้ถ้าชายคนนั้นกลับมาอีกจะทำอย่างไร

แต่เธอก็ไม่กล้าถามเพราะเห็นเป็นเรื่องในครอบครัว สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือดูแลบาดผลของคนที่โดนทำร้าย

“ทายาก่อนนะคะ” ลุกไปหยิบยามาทาให้ท่านเหมือนเดิม

บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบเมื่อไม่มีใครพูดขึ้นมาสักคน เธอมองรอยช้ำที่เพิ่มขึ้นก็กัดฟันแน่นด้วยความโกรธ ยังคงมีคำถามเต็มหัวว่าทำไมท่านต้องทนกับความเจ็บปวดเช่นนี้ด้วย ทั้งที่ความจริงไม่จำเป็นต้องทนเลยด้วยซ้ำ

“ทำไมป้าไม่หย่า” เผลอเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาจนได้ เธอเองก็ยังสงสัยอยู่จนถึงทุกวันเพราะทราบว่าพวกท่านแยกกันอยู่นานแล้ว คุณพิสมัยดูแลกิจการตลาดส่วนสามีของท่านก็ดูแลเรื่องงานก่อสร้างที่เหมือนจะร่วงมากกว่ารุ่ง ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจประกาศปิดตัวก็ได้

เสียดายชื่อเสียงที่เคยสร้างเอาไว้ เพราะคนเริ่มก็คือสองสามีภรรยาซึ่งตอนแรกยังรักใคร่กลมเกลียว จนมีมือที่สามเข้ามาทุกอย่างถึงได้เปลี่ยนไป บ้านไม่เป็นบ้านเหมือนเคยจนสุดท้ายก็แยกกันอยู่เพื่อความสงบสุข

ทว่าทุกครั้งที่คนเป็นสามีเข้ามาในบ้านก็มักนำเรื่องทุกข์ร้อนมาให้เสมอ

เขาอาจเป็นพ่อที่ดีแต่ไม่ได้เป็นสามีที่ดีเลยสักนิด...

“เขาไม่ยอม” บอกเสียงเบาจนเธอเผลอตอบกลับรวดเร็วด้วยความโมโหเหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง

“ฟ้องหย่าสิ” แววตาเด็ดเดี่ยวจนคุณพิสมัยมองแล้วแอบขำ ทราบดีว่าหลานสาวเป็นห่วงตนพอสมควรแต่ก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว บางทีการทนอยู่ในสถานะสามีภรรยาต่อไปก็เพื่อปกป้องคำว่าครอบครัวที่แตกไปนานแล้ว

“อยู่ด้วยกันจนชินไปแล้ว ถ้าเขาไม่เมาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง” พยายามพูดเรื่องดีของสามีแม้มันจะมีน้อยจนแทบไม่มีเลยก็ตาม นึกกังวลกับบริษัทก่อสร้างที่ตอนนี้ติดลบมากกว่าได้กำไร หากลูกชายอยู่ด้วยก็คงจะช่วยแบ่งเบาภาระทางกายและทางใจไปได้มากพอสมควร

“คนดีที่ไหนจะมีชู้...ขอโทษค่ะหนูปากไวไปหน่อย” รีบปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อเผลอพูดความในใจไปอีกแล้ว เม้มปากแน่นแล้วถอนหายใจโกรธตัวเองที่ทำร้ายจิตใจคุณพิสมัยแม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

แววตาของท่านหม่นลงอีกครั้งจนหล่อนต้องหาทางออกในเรื่องนี้ เพราะรักและอยากให้พบเจอแต่สิ่งที่ดีจึงห่วงท่านมากกว่าเดิม ยิ่งอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ทำให้เธอนึกอยากมาอยู่เป็นเพื่อนด้วยซ้ำ ทราบดีว่าลูกชายเพียงคนเดียวของคุณพิสมัยคงไม่กลับบ้านในเร็ววัน

เขากำลังเติบโตในหน้าที่การงาน ไม่น่าจะได้กลับมาอาศัยที่บ้านซึ่งห่างจากเมืองหลวงพอสมควร หรือถ้ามาก็คงอยู่ไม่นานหรอก

เรื่องของคีรินยังวิ่งวนอยู่ในหัวของหล่อนไม่หยุดคล้ายภาพหลอน จนต้องเข้าเรื่องที่ตัวเองอยากจะพูดกับคุณป้า

“ไหนป้าพิบอกหนูว่าให้ใช้สมองมากกว่าหัวใจ แล้วทำไมถึงใช้หัวใจนำทางความรักเองล่ะคะ...หย่าเพื่ออนาคตที่ดีของตัวเองเถอะนะคะ” ชี้ทางสว่างเพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ละมือจากรอยช้ำของท่านเพื่อมามองหน้าคนที่กำลังจมในความคิดของตัวเอง

หลายครั้งที่คิดเรื่องหย่าแต่ก็จบลงเหมือนเดิมคือสามีไม่ยอมตัดขาดสักที ยังคงยืนกรานคงไว้ซึ่งสถานะสามีภรรยาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนท่านก็ยังมีใจผูกพันเพราะความดีในอดีตของเขาที่ยังติดตรึงในใจไม่ลืมแม้ปัจจุบันความดีจะไม่หลงเหลือในตัวของอีกฝ่าย คุณพิสมัยก็ยังจดจำเรื่องราวเมื่อวันวานอยู่เหมือนเดิม

ดาราแก้วนึกอึดอัดแทนแล้วอยากเดินหน้าพาท่านฟ้องหย่าให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าเป็นคนนอกก็ไม่กล้าออกหน้าหากเจ้าตัวไม่ยินยอม จึงทำได้เพียงแค่กล่อมให้ท่านคล้อยตามซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะเจ้าของบ้านเปลี่ยนเรื่องรวดเร็ว

“หนูเอาอะไรมาบ้างเนี่ย” หันมาเห็นข้าวของที่วางอยู่บนพื้นเพราะเธอรีบทิ้งทุกอย่างแล้วไปช่วยท่าน คุณพิสมัยรู้ดีว่าตัวเองควรทำอย่างไรแต่ท่านก็ไม่ใช่คนเด็ดขาดมากพอแล้วอยู่กับความกลัวมานานจนไม่มีความกล้า ยกเว้นจะมีแรงขับเคลื่อนที่คอยเร่งปฏิกิริยาให้ท่านเดินหน้าทำในทางที่ควรสักที

“กับข้าวเยอะเลยค่ะ ป้าพิกินเลยไหมเดี๋ยวหนูตักใส่จานให้เอง” นอกจากวัตถุดิบที่นำมาแล้วยังมีอาหารที่เธอแบ่งใส่ถุงร้อนเพื่อนำมารับประทานกับท่านยามเที่ยงอีกต่างหาก หญิงสาวรู้ว่าไม่ควรเร่งเร้าในเรื่องนี้จึงเลือกตามน้ำไปก่อน

ยังมีเวลาเพื่อให้ท่านตัดสินใจอยู่ห่างจากคนซึ่งเป็นมลพิษ

“เอาไว้ก่อนดีกว่า ป้าอยากพักผ่อน” มองอาหารแล้วก็ไม่มีความอยากเลยสักนิด พยายามเลี่ยงอยากอยู่คนเดียวแต่ร่างบางก็ไม่ต้องการปล่อยให้ท่านอยู่ลำพัง จึงรีบตามติดกอดแขนคุณป้าเข้าห้องด้วยไม่ปล่อยคลาดสายตาเป็นอันขาด

“หนูพาไปนะคะ” เข้าห้องได้ก็คอยบริการทุกอย่างอำนวยความสะดวกเต็มที่ ห่มผ้าให้คนที่เอนกายบนเตียงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาต่อมา หล่อนมองจนมั่นใจว่าเจ้าของบ้านหลับแล้วจึงถือโอกาสเดินออกมาข้างนอก จัดการเก็บกวาดบ้านแล้วก็นำอาหารไปไว้ในครัว หากท่านตื่นมาก็จะได้รับประทานทันที

ดวงตากลมมองกรอบรูปที่ตั้งไว้บนตู่โชว์ซึ่งมีรางวัลทั้งใบเกียรติบัตรมากมายวางเรียงไว้ ลูกชายเพียงคนเดียวเป็นเหมือนความสุขและคามหวังของท่าน เผลอจ้องมองดวงหน้าหล่อที่ถ่ายรูปครอบครัว ไล่เรียงตั้งแต่เด็กกระทั่งถึงช่วงเติบโตของเขา เห็นพัฒนาการของชายหนุ่มชัดเจนกว่าเดิม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel