๔ ความสุขสร้างได้ ด้วยตัวเรา (๔)
“ไม่ค่ะ หนูทำคนเดียวได้สบายมาก เป็นเรื่องปกติเพราะว่าช่วยแม่ทำกับข้าวในครัวอยู่แล้ว”
นำของทุกอย่างเข้าครัวเพื่อจัดใส่ไว้ในตู้เย็น ไม่รับรู้ถึงสายตาเอ็นดูที่คนอายุมากกว่ามองมา ความเหงาและอ้างว้างถูกทิ้งไว้ข้างหลังยามอยู่กับดาราแก้ว เธอมักมีความสดใสและร่าเริงให้กันเสมอ จนกลายเป็นอยากได้อีกฝ่ายมาเป็นครอบครัว
ถ้าลูกชายชอบหลานสาวคนนี้ก็คงจะดี น่าเสียดายที่ไม่มีทีท่าว่าคีรินจะชอบสาวน้อยคนนี้เลย ยังคงไว้ซึ่งสถานะเพื่อนเหมือนเดิม
“อาหารพร้อมเสิร์ฟค่ะ” กลิ่นหอมโชยออกมาจากห้องครัวพร้อมกับอาหารที่ทยอยออกมาเสิร์ฟหน้าตาน่ารับประทานทั้งนั้น คนมองนึกหิวจนท้องร้องก่อนลุกไปนั่งยังโต๊ะรับประทานอาหาร แต่ละเมนูเป็นจานโปรดของนางจนนึกสงสัยว่าดาราแก้วทราบได้อย่างไร
เด็กคนนี้ช่างสังเกตซะจริง ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งทำให้เอ็นดูมากกว่าเดิม ถ้ามีลูกชายสองคนคงบังคับให้แต่งงานกับหลานสาวคนนี้ไปแล้ว
หล่อนไม่ได้ถอดผ้ากันเปื้อนออกยังคงสวมไว้เหมือนเดิม ลุกไปคดข้าวใส่จานให้เจ้าของบ้านและตนเอง ระหว่างนั้นก็ถามคุณป้าที่มองทุกอากัปกริยาของหล่อน แววตาเอื้อเอ็นดูแล้วยังเต็มไปด้วยความชื่นชมอีกต่างหาก
“ป้าจะให้หนูหั่นหมูไว้เลยไหม เอาแบบสไลด์หรือแบบเป็นแท่งสำหรับอบดีคะ” เนื้อหมูที่ซื้อมาจากร้านค่อนข้างเยอะ เธอจึงต้องถามเตรียมพร้อมสำหรับบริการให้คนพิเศษ ขายเนื้อหมูมาแต่เด็กจนทำทุกอย่างเป็นหมด ขอเพียงแค่ท่านเอ่ยปากตนก็พร้อมทำให้ทันที
“ยังไงก็ได้ลูก”
“หนูทำให้สองแบบแถมแบบชิ้นกับสับด้วยดีไหมคะ เผื่ออยากทำหลากหลายเมนูจะได้เอาออกมาทำได้เลย” รินน้ำใส่แก้ววางให้คนอายุมากกว่า เสนอความคิดที่เข้าท่าแล้วพยักหน้าให้ตนเอง เหมือนว่าไม่ได้ถามความคิดเห็นของท่านแต่กำลังตกลงกับตัวเองมากกว่า
“ป้าทำอาหารไม่ค่อยอร่อยหรอก” ทำเพียงแค่ยิ้มตอบกลับเมื่อคิดได้ว่าต่อจากนี้คงต้องอยู่บ้านลำพัง ครั้นจะให้ทำเองก็เกรงว่าคงรับประทานไม่ลงมากกว่า
“งั้นหนูจะมาส่งข้าวทุกวันเลย ผูกปิ่นโตหนูได้เลยค่ะรับรองว่าส่งเร็วอาหารอร่อยติดใจไม่ลืมเลย” เห็นสีหน้าของท่านที่เศร้าลงก็รีบบอกอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงเลยสักนิด บ้านก็อยู่ใกล้กันอย่างไรเธอต้องมาขายของที่ตลาดอยู่แล้ว แค่แวะเอาอาหารมาให้คุณพิสมัยไม่ถือว่าเหนื่อยหรอก
อย่างไรท่านก็ดีกับครอบครัวของเธอ ลดค่าเช่าแผงให้หลายต่อหลายครั้งแม้ว่าพวกตนจะไม่ขัดสนเรื่องเงินก็ตาม
“ป้าเกรงใจ”
“คนกันเองจะเกรงใจทำไมคะ หนูเต็มใจทำให้อยู่แล้วค่ะ” นั่งลงฝั่งตรงข้ามท่านแล้วขยับจานอาหารให้เข้าใกล้คนอายุมากกว่า เริ่มตักอาหารให้ท่านซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน เพียงแค่ทำเพราะอยากทำเท่านั้นเอง แต่เหมือนว่าเรื่องเล็กน้อยจะทำให้คนได้รับซาบซึ้งพอสมควร
อารมณ์ท่วมท้นจนเผลอมองคนตรงหน้านานกว่าปกติ พูดความในใจออกมาอย่างเสียดาย
“ถ้าหนูเป็นลูกสาวอีกคนของป้าก็คงจะดี...” เธอไม่ได้ตอบกลับหรือพูดอะไรมากกว่านั้นเพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เคยคิดอยากเป็นลูกสาวอีกคนของท่านเหมือนกัน ได้อยู่ในตำแหน่งลูกสะใภ้ก็คงดีแต่ทราบว่ามันเป็นไปไม่ได้จึงไม่อยากคิดฝันเกินตัว
อยู่แบบนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว...
เริ่มลงมือรับประทานอาหารด้วยความหิว ตักใส่จานของท่านเหมือนเคยเพื่อให้คุณป้าได้กินข้าวเยอะหน่อย เหมือนว่าท่านจะผอมลงพอสมควร จึงคิดจะทำอาหารอร่อยมาส่งเพื่อให้คุณพิสมัยกลับมาสมส่วน
ที่สำคัญต้องไม่ใส่เสื้อแขนยาวในหน้าร้อนเช่นนี้ด้วย!
“อร่อยไหมคะ” กินไปได้หลายคำก็ชวนท่านคุย รู้ดีว่ารสมือของตนดีอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากถามเพื่อไม่ให้โต๊ะอาหารเงียบจนเกินไป
“อร่อยลูก อร่อยมากเลย” ไม่ใช่การยกยอเกินจริงเลยสักนิด ท่านรับประทานอาหารด้วยความอร่อย ถูกปากไปหมดทุกอย่างโดยที่คนตรงหน้าก็ชวนคุยไม่หยุด กลายเป็นมื้ออาหารแสนสุขหลังจากนั่งกินข้าวลำพังมาหลายปี
เมื่อรับประทานอาหารจนอิ่มก็ยังเก็บจานชามไปล้างจนสะอาดแม้เจ้าของบ้านจะห้ามก็ไม่สนใจ เธอยังคงทำตามความต้องการของตัวเองเหมือนเดิม ก่อนจะเดินไปหยิบของบางอย่างออกมาพร้อมจูงมือท่านมานั่งลงยังโซฟานุ่มตรงห้องรับแขกติดกับสวนข้างบ้านที่ร่มรื่น แต่ถึงบรรยากาศจะดีแค่ไหนก็ไม่เรียกความสนใจของคุณพิสมัย
ท่านจมกับความทุกข์ที่เกิดจากสามีมานาน เก็บไว้คนเดียวไม่กล้าบอกลูกชาย กลัวว่าคีรินจะเป็นห่วงตัวเองจนไม่ทำงานทำการ
“ถอดเสื้อเถอะนะคะ” สะดุ้งเมื่อร่างบางเข้ามาใกล้พร้อมกับเลิกแขนเสื้อของท่านขึ้น รีบชักมือกลับทันทีพร้อมปกป้องตัวเองก่อนผินหน้ามองทางอื่น เธอเห็นอย่างนั้นก็รู้ว่าท่านยังไม่พร้อมจะเปิดเผยแต่หญิงสาวก็ไม่หวั่นเพราะอยากให้ความช่วยเหลือ
ไม่อยากให้ท่านจมอยู่กับความเจ็บปวดจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น...ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสามีและพ่อของลูก
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้หย่าไปเลย
แต่เธอคือคนนอกไม่อาจตัดสินใจแทนได้ ถึงจะโกรธแทนแค่ไหนก็ยังไม่สามารถก้าวก่ายในชีวิตคู่ของอีกฝ่ายได้
