๔ ความสุขสร้างได้ ด้วยตัวเรา (๒)
“นิยายเกย์ไง สมัยนี้ใครเขาก็อ่านกันทั้งนั้นแหละ เขาเรียกว่านิยายวายให้ดูหวานนุ่มละมุนหน่อย แม่ลองอ่านดูไหมเผื่อไอ้ชินเป็นเกย์จะได้ทำใจยอมรับ” ไม่พูดเปล่ายังยื่นหนังสือให้มารดาอ่านอีก แต่ท่านก็รีบส่ายหน้ารวดเร็ว
“ดูเราสิ พูดแต่ละอย่างไม่เข้าหูเลย”
“ไม่เข้าหูแล้วแม่ได้ยินได้ยังไงล่ะ” ต่อปากต่อคำจนคุณขวัญทิวาไม่รู้ว่าจะโต้กลับอย่างไร ทำได้เพียงถอนหายใจแล้วรีบบอกลูกให้ลุกจากเก้าอี้เพื่อมาขายของ นั่งพักไม่ได้นานลูกค้าก็เข้ากลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
“ไปขายของไป ลูกค้าเดินมานู้นแล้ว”
ปิดหนังสือลงไม่ลืมคั่นกลางหน้าที่อ่านเอาไว้ ล้างมือให้เรียบร้อยเพื่อมาต้อนรับลูกค้าขาประจำที่ส่งยิ้มให้กันแล้วถามไถ่ตลอดไม่เคยขาด
“น้าจอยซื้ออะไรดีคะ หมูสันคอเหมือนเดิมหรือเปล่า” ความจำดีเพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ทั้งเธอเองก็สนิทกับคุณน้าที่เห็นกันมานานจึงไม่แปลกที่เป็นฝ่ายถามก่อน ท่านยังคงยิ้มเอ็นดูหลานสาวเหมือนเดิมพร้อมพยักหน้า
“เหมือนเดิมเลยลูก ขอหั่นสไลด์บางด้วยนะจะเอาไปทำชาบูกินที่บ้าน”
“จัดไปค่ะน้าจอยคนสวย” หยิบเนื้อแล้วชั่งราคาก่อนเอาลงเครื่องสไลด์ ไม่ลืมจะหันมาชวนคุยเพื่อสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้น
“ได้ลูกสาวมาช่วยก็คึกคักดีนะพี่ขวัญ ปกติแถวนี้เงียบเหงาจะตาย พอมีแก้วมาช่วยบรรยากาศเปลี่ยนไปเลย” ความสดใสของดาราแก้วเผื่อแผ่ไปถึงคนใกล้ชิดด้วย ทุกคนจึงเอ็นดูหล่อนเป็นอย่างมาก เป็นดั่งดอกไม้งามที่ทุกคนต่างมองด้วยความชื่นชม
“ใช่ พี่เลยสบายไป” หันมองลูกสาวแววตาเอ็นดูรักใคร่ ถึงจะชอบถามว่าลูกอยากไปทำงานที่อื่นหรือเปล่า แต่ใจก็ไม่อยากให้ไปไหนไกล การมีลูกอยู่ใกล้สักคนก็ทำให้คลายความคิดถึงไปได้บ้าง
“แล้วไม่ไปทำงานที่อื่นเหรอลูก”
“ไม่ค่ะน้า ช่วยพ่อกับแม่ทำงานอยู่บ้านดีกว่า หนูเป็นคนติดบ้านไปแล้ว” ปฏิเสธรวดเร็วพร้อมหยิบเนื้อให้คุณน้าที่หั่นเสร็จพอดี พอได้พูดคุยกันก็ติดลมแทบจะลืมของที่ซื้อด้วยซ้ำ
“ดีแล้วล่ะ ลูกสาวน้าเรียนจบก็ไม่กลับบ้าน ไปหางานทำอยู่กรุงเทพฯ ไม่ติดต่อมาเลย โทรมาแต่ละทีก็ขอเงินอย่างเดียว บอกว่าค่าครองชีพที่กรุงเทพฯ มันแพงไม่พอใช้ บอกให้กลับมาหางานทำแถวบ้านมันก็ไม่ยอมมาสักที” พูดแล้วก็ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับลูกสาวของตน เธอได้ฟังอย่างนั้นก็รีบปลอบรวดเร็ว
“พี่จีนเก่งไงน้าจอย เอาตัวรอดได้สบายอยู่แล้ว” ยื่นเนื้อหมูให้อีกฝ่ายพร้อมรับเงินมาเก็บไว้ พอดีกับลูกค้าขาประจำคนใหม่เดินเข้ามาหยุดหน้าร้าน ยิ้มให้กันด้วยความเป็นมิตรเหมือนที่ผ่านมาค่อยปลีกตัวออกไปร้านอื่น
“ลูกค้าคนใหม่มาแล้ว ไปก่อนนะพี่ขวัญไว้จะมาอุดหนุนใหม่นะแก้ว”
“ค่ะน้าจอย” โบกมือลากับคุณน้าแล้วยิ้มรับลูกค้าใหม่
คนที่เธอให้ความเคารพและรักมาตลอด ถึงความสัมพันธ์ของหล่อนกับลูกชายท่านจะเป็นเพียงเพื่อนกัน ไม่ได้พัฒนาไปมากกว่านั้นแต่ตนก็ยังคงทำทุกอย่างเหมือนเดิม แม้บางครั้งการไปบ้านของท่านจะทำให้คิดถึงชายหนุ่มอยู่บ้าง
เวลาช่วยให้ความเจ็บทุเลาลง แต่ความรักก็ยังคงหลงเหลือ แอบติดตามข่าวสารของอีกฝ่ายก็พบว่าเขาทำงานในบริษัทต่างชาติ หน้าที่การงานดีพอสมควรโดยมีแฟนสาวคนเดิมเคียงกาย
แต่นั่นก็เมื่อสองปีก่อน ปัจจุบันแทบไม่เห็นเขาเคลื่อนไหวในโลกอินเตอร์เน็ต เธอจึงทำได้เพียงเปิดดูรูปของอีกฝ่ายคลายความคิดถึง น่าเสียดายที่ตอนรับปริญญาไม่ได้ถ่ายภาพคู่กัน พยายามหลีกเลี่ยงไม่ต้องการพบ แล้วการตัดสินใจคราวนั้นก็ถูกต้องเพราะตนคงไม่อาจมองภาพของคีรินยืนเคียงคู่กับแฟนสาวได้
แม้จะรู้ว่าเจ็บแต่ก็ยังรักเขาเหมือนเดิม
ตอนนี้ก็หลงเหลือเพียงความหวังดีให้แก่ชายหนุ่มเพราะรู้ว่าเรื่องของเราไม่มีวันเป็นไปได้อยู่แล้ว
“ป้าพิเอาอะไรดีคะวันนี้” ทักทายคุณพิสมัยเหมือนทุกครั้ง ส่วนท่านก็ส่งยิ้มให้กันดูเหนื่อยล้ากว่าทุกวันจนเธอสังเกตได้
“เหมือนเดิมจ้ะ”
ท่านมักจะสั่งเนื้อหมูเพื่อรับประทานในแต่ละมื้อเป็นประจำ พบหน้าให้ได้ถามไถ่กันในทุกวัน บางครั้งเธอก็นำอาหารที่ทำสำเร็จแล้วไปส่งท่านถึงบ้าน รู้ดีว่าแม้จะมีแม่ครัวแต่ก็ทำอาหารไม่ค่อยถูกปากเจ้าของบ้านเท่าไหร่ จ้างไว้ด้วยความสงสารแล้วก็อยู่มานานเท่านั้นเอง
การไปของเธอในแต่ละครั้งจึงสร้างความสุขให้คุณพิสมัยมากพอสมควร
“ป้าพิ...ทำไมใส่เสื้อแขนยาวล่ะคะ อากาศก็ไม่หนาวนี่หน่า” เผลอพูดออกไปจนคุณขวัญทิวาต้องมากระตุกชายเสื้อให้หยุดพูด เธอจึงเม้มปากแน่นรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองเอ่ย
“แดดมันร้อนป้าเลยใส่ไว้กันแดด” ดึงแขนเสื้อให้คลุมถึงมือก่อนยิ้มเล็กน้อยแต่ก็ดูออกว่าค่อนข้างฝืนตัวเอง
