บท
ตั้งค่า

๓ มีดปักลงกลางใจ (๔)

ปากสั่นอีกครั้งกับน้ำตาที่คลอเบ้าจนชินดนัยต้องโอบกอดคนที่ตกอยู่ในความเศร้าอีกครั้ง คิดไว้แล้วว่าสักวันเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้น เมื่อคีรินไม่มีทีท่าว่าจะชอบพี่สาวของเขา การจะมีแฟนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับอีกฝ่ายเลยสักนิด

เพียงแค่คนที่ได้รับผลกระทบต่อจิตใจมากสุดในเรื่องนี้ คือผู้หญิงที่เป็นคนสำคัญอันดับสองรองจากแม่...พี่สาวเขานั่นเอง

เห็นแล้วก็สงสารจนต้องพยายามปลอบในแบบของตัวเอง “ไม่แปลก หล่อขนาดนั้นไม่มีแฟนสิแปลก” บอกตามความคิดของตัวเองแล้วคนฟังก็สะอื้นก่อนพูดเหมือนต้องการตัดพ้อต่อโชคชะตาที่ไม่เข้าข้างกันบ้างเลย

“ทำไมไม่ใช่พี่ล่ะ ผู้หญิงที่คีรินรักทำไมถึงไม่ใช่พี่”

“ผมชื่อชินจะไปรู้ได้ไงล่ะ แต่พี่ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะพี่เองก็สวยเหมือนกัน อีกหน่อยต้องมีผู้ชายต่อคิวยาวมาจีบพี่แน่ เชื่อผมสิ” ผละออกจากพี่ยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลเปื้อนหน้าอีกฝ่าย ไม่รู้ทะลักมาจากไหนถึงเยอะขนาดนี้ เห็นแล้วก็นึกสงสารอยู่เหมือนกัน

เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ดาราแก้วร้องไห้หนักขนาดนี้...

“แต่พี่ชอบคีริน” ยืนยันในความรู้สึกของตัวเอง ดวงตาสั่นไหวพร้อมจะปล่อยโฮได้ทุกเมื่อ อยู่ในอารมณ์อ่อนไหวที่ดิ่งยิ่งกว่าเดิม ยังดีมีน้องมาอยู่ด้วยพอให้เธอได้มีคนคอยรับฟัง

“ชอบได้ก็เลิกชอบได้ อย่ายึดติดหน่อยเลยน่า” พยายามปลอบคนที่ตกอยู่ในอาการเสียใจ เหมือนว่ายิ่งฟังก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม สะอื้นตัวโยนอีกครั้งแล้วนึกถึงภาพในอดีตไล่เรียงมาจนถึงปัจจุบันยามได้อยู่กับเขา

ชอบ...จนกลายเป็นความรักที่มั่นคง

วาดฝันถึงอนาคตของตนที่มีเขาข้างกาย จนวันหนึ่งความฝันนั้นถูกทำลายจึงตื่นมาพบความจริง ซึ่งเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนเธอไม่รู้เลยว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร

“ไม่เลิกหรอก ฮือ ชอบมาตั้งนานมันเลิกไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ฮึก ไปบอกคีริน ให้หน่อยได้ไหม ว่าพี่ชอบเขามากเลยนะ ฮือ ชอบมาก ชอบมากที่สุด ฮือ” หันมาอ้อนวอนคนเป็นน้องที่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้อีกฝ่ายตัดใจ

รู้ว่ามันยากสำหรับดาราแก้วพอสมควร รักและทุ่มเทมาหลายปี ถึงขั้นยอมอ่านหนังสือหนักทั้งที่ไม่ชอบเพื่อเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แล้วจะบอกให้เลิกรักในวันเดียวคงเป็นไปไม่ได้หรอก ทุกอย่างต้องใช้เวลาทั้งนั้น

แต่ตอนนี้สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกคือเช็ดน้ำตาให้พี่สาวก่อน ไหลจนจะท่วมห้องอยู่แล้ว...

“น้ำหูน้ำตาไหลเต็มหน้าหมดแล้ว เช็ดน้ำตาก่อนเถอะพี่...บอกตามตรงว่าเห็นแล้วรำคาญตามาก” เขาไม่ชินกับการที่เห็นคนร่าเริงร้องไห้ ปกติจะต่อปากต่อคำกันตลอด พอพี่สาวอยู่ในโหมดอกหักก็เล่นเอาไปไม่ถูกเหมือนกัน

จนนึกโกรธคีรินที่พรากรอยยิ้มของดาราแก้วไป แต่จะให้โทษอีกฝ่ายทั้งหมดก็เป็นไปไม่ได้ คนไม่รักต่อให้บังคับอย่างไรก็คือไม่รักนั่นแหละ

“ฮือ”

ล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วร้องไห้อีกครั้ง ชินดนัยเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจก่อนลุกยืนเต็มความสูงเพื่อนำกระเป๋าไปวางไว้มุมห้อง เดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาจนสะอาดค่อยออกมาข้างนอก เห็นพี่สาวนั่งสะอื้นอยู่บนเตียงแล้วกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เอาไว้พร้อมจ้องมาที่ตน

“มาทำไม”

เออ...อยู่ในห้องมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วเพิ่งถาม

คนที่ยืนหนึ่งในใจของดาราแก้วคงมีแค่คีรินคนเดียวนั่นแหละ

“ผมมาติวหนังสือ อีกสองปีก็ต้องสอบเข้ามหา’ลัยแล้ว พ่อกับแม่เลยให้มานอนห้องพี่ แต่อยู่ไม่นานหรอกแค่สัปดาห์เดียวเอง” ถึงขั้นเขียนใบลาเพื่อมาติวหนังสือกับสถาบันชื่อดังโดยเฉพาะ แล้วยังสนใจจะไปเดินทัวร์มหาวิทยาลัยชื่อดังเพื่อประกอบการตัดสินใจในอนาคตข้างหน้า

เขาคิดจะมาเรียนอยู่เมืองหลวงเพราะอาจจะต่อปริญญาโทและหางานทำที่นี่ด้วยเลย วางแผนอนาคตของตัวเองไว้บ้างแล้ว จึงปรึกษาบุพการีแล้วท่านก็เห็นด้วยที่จะให้มาติวหนังสือ ทั้งยังอยากให้มาอยู่เป็นเพื่อนพี่สาว

ช่างประจวบเหมาะกับเกิดเรื่องกระทบต่อจิตใจของดาราแก้วพอดี...

“รีบจัง”

“ผมอยากค้นหาตัวเองว่าอยากเรียนอะไรกันแน่ ชอบหรือไม่ชอบอะไร ต้องรีบหน่อยกลัวพลาดไม่อยากซิ่วแล้วช้ากว่าคนอื่น” ยักคิ้วให้คนที่นั่งนิ่งบนเตียงเหมือนใช้ความคิด ชายหนุ่มพยายามดึงพี่ให้ออกมาจากความเศร้าแต่รู้ดีว่ามันทำได้ยาก

“ดีนะ ฮึก” น้ำตาเริ่มไหลอีกครั้งพร้อมแววตาที่เหม่อลอยยามนึกถึงอดีตของตัวเอง

“ดีอะไร”

“ได้ทำความเข้าใจ ความคิดความรู้สึกตัวเอง อึก ไม่ได้วิ่งตามใครเหมือนพี่” ทุกอย่างกำลังจะกลับสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ความเจ็บไม่ได้ทุเลาลงสักนิดน้ำตาของหล่อนก็เช่นเดียวกัน มันไหลไม่หยุดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะห้ามอย่างไร

การอกหักมันทรมานแบบนี้เอง ไม่อยากรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel