บท
ตั้งค่า

๓ มีดปักลงกลางใจ (๒)

“ฉันมีแฟนแล้วและก็ไม่อยากให้แฟนเข้าใจผิด” คำว่าแฟนที่เอ่ยออกมาจากปากของคีรินทำให้คนที่เฝ้าฝันมาตลอดว่าจะเป็นตัวจริงของเขาได้แต่เจ็บปวด ฝืนยิ้มออกมาทำราวกับว่ากำลังได้ยินเรื่องตลกครั้งแรก ต่างจากแววตาที่สั่นไหวจนเขาเองยังนึกสงสาร

ปกติจะเห็นรอยยิ้มจากเธอตลอด ต่อให้โดนต่อว่าหรือเขาแสดงออกว่ารำคาญแค่ไหน ดาราแก้วก็ยังคงยิ้มเหมือนเคย

แต่ครั้งนี้เธอกำลังจะร้องไห้...เขาไม่ชอบน้ำตาของผู้หญิงคนนี้เลย

ตอนที่หล่อนยิ้มดูสดใสมากกว่า

“แฟน หมายความว่ายังไง นายไปมีแฟนตอนไหนไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย กำลังโกหกเพราะอยากให้ฉันหึงใช่ไหมล่ะ บอกเลยว่าหึงแต่ไม่เชื่อหรอก ฉันตัวติดกับนายขนาดนี้จะมีใครเล็ดลอดสายตาไปได้” ว่าแล้วก็แสร้งทำเป็นสนใจอย่างอื่น จะเดินไปหยิบไม้กวาดมาปัดฝุ่นตามพื้นให้เขากลับโดนร่างหนาจับแขนไว้เพื่อไม่ให้เธอหนีไปไหนได้

อยากคุยให้จบตอนนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องราวชวนปวดหัวในภายหลัง เขาเองก็ไม่อยากทำตัวโลเลทั้งที่ค่อนข้างชัดเจนกับผู้หญิงอีกคน

ไม่ต้องการเป็นต้นเหตุให้ใครเจ็บปวดเพราะตน

“ไม่เชื่อก็ตามใจ” ปล่อยแขนของเธอออก หลงเหลือความอบอุ่นไว้ให้เธอนึกเสียดาย เหมือนมันจะเป็นสัมผัสสุดท้ายที่ได้รับจากเขา หัวใจเต้นรัวมากกว่าเดิมเมื่อเดินเข้าใกล้ความจริงที่สุดท้ายเราสองคนต้องห่างกัน

ต่อจากนี้เราอาจจะกลายเป็นเหมือนเส้นขนาน ไม่สามารถมาบรรจบกันได้อีก...

“นาย...พูดจริงเหรอ” น้ำเสียงสั่นเครือกับขอบตาที่แดงก่ำ เห็นอย่างนั้นนึกสงสารแต่ก็แข็งใจเอาไว้เพื่อไม่สร้างความหวังให้อีกฝ่าย

“ไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องนี้อยู่แล้ว” ทั้งสองมองหน้ากันก่อนเธอจะปาดน้ำตาที่ไหลทะลักเป็นเขื่อนแตกออก พยายามห้ามใจตัวเองเท่าไหร่ว่าไม่ให้ร้องไห้ก็ทำไม่ได้สักที มือเรียวกำกางเกงเอาไว้เพื่อสะกดกั้นอารมณ์ที่อ่อนไหว

ไม่เคยเตรียมใจรับเรื่องนี้มาก่อน เรียนมัธยมศึกษามาหกปีไม่เห็นว่าเขาจะชอบใคร แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยมาไม่ถึงปีกลับมีคนจับจองหัวใจ เธอรักเขาข้างเดียวมาตลอดกลับไม่เคยถูกมองมาเลยสักครั้ง ทว่าไม่อาจโทษคีรินได้ เข้าใจว่าคนไม่รักจะบังคับให้รักก็คงยาก

เป็นเธอเองที่คิดฝันไปไกลกว่าความเป็นจริง...

หญิงสาวพยายามจะยิ้มทั้งน้ำตา อยากฝืนเพื่อบอกเขาว่าตนไม่เป็นอะไรแต่กลับทำไม่ได้ การเล่นละครว่าสบายดีทั้งที่ในใจแตกสลายมันช่างยากเหลือเกิน ค่อยทรุดนั่งลงบนพื้นแล้วปิดหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้น สะอื้นตัวโยนโดยมีเจ้าของห้องค่อยย่อกายนั่งลงตรงหน้าไม่มีการแตะตัวเหมือนเขาแค่อยู่เป็นเพื่อน ส่งกำลังใจให้เธออย่างเดียว

“แฟนนายเป็นใคร” เสียงที่เปล่งออกมาไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ทั้งน้ำมูกก็เต็มจมูกจนเขาต้องยื่นกระดาษทิชชู่ให้เธอจึงรับไปจัดการธุระของตัวเองจนเสร็จ เช็ดน้ำตาออกให้หมดเพื่อจะได้มองหน้าเขาชัดเจน

ถามถึงผู้หญิงโชคดีคนนั้นที่เธอพยายามเลี่ยงการรับรู้มาตลอด แต่เมื่อถึงขั้นนี้ก็คิดจะพุ่งชนไปเลย อย่างไรความสัมพันธ์ของเราก็ไม่มีทางเป็นมากกว่าเพื่อนอยู่แล้ว

เพราะเขาขีดเส้นชัดเจนซึ่งเธอก็ทราบมาตลอด แต่คราวนี้ชัดกว่าครั้งไหนเมื่อคีรินมีคนในใจ

“ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องบอกเธอ แค่ต่างคนต่างอยู่ก็พอ” ถ้ายิ่งพูดไปก็เหมือนทำร้ายจิตใจคนตรงหน้า เขาจึงบอกปัดไม่ให้เธอเจ็บมากกว่านี้ ดาราแก้วได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับทราบ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนหยัดกายลุกยินเต็มความสูง เขาเองก็ลุกขึ้นเช่นเดียวกัน

“พูดจริงเหรอ” ยังถามย้ำเหมือนไม่เชื่อ

“แล้วฉันเคยเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นหรือไง เลิกยุ่งกับฉันได้แล้วรู้ไหมว่ามันน่ารำคาญมากแค่ไหน ต่อให้เธอจะทำดีมากเท่าไหร่หรือพยายามมากแค่ไหนฉันก็ไม่มีวันชอบเธอ” พูดชัดเจนเพื่อตัดขาดในคราวเดียวไม่ให้คาราคาซังมากกว่านี้

คนฟังเจ็บจนน้ำตาไหลอีกรอบต้องรีบเช็ดค่อยเผยรอยยิ้มเศร้า มองรอบห้องของเขาเหมือนต้องการเก็บความทรงจำครั้งสุดท้าย รู้ดีว่าคงไม่มีโอกาสเข้ามาอีกแล้วจึงไล่สายตาไปอย่างเชื่องช้า ก่อนหยุดอยู่ที่หนุ่มหล่อซึ่งตนมอบหัวใจให้เขาไปนานแล้ว

แต่น่าเสียดายที่ความรู้สึกของเราไม่ตรงกัน จึงเป็นหล่อนที่คิดเองฝ่ายเดียว

เพราะฉะนั้นเขาไม่ผิดเลยสักนิด...

“นาย...ทำไมรักผู้หญิงคนนั้นล่ะ” รู้ทั้งรู้ว่าถามไปก็ทำให้ตัวเองเจ็บปวด แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะถามเขา ขณะที่ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่งไม่รู้ว่าควรตอบดีหรือเปล่า

“แค่รู้สึก” ตัดสินใจบอกไปซึ่งเป็นคำง่ายๆ ที่ทิ่มแทงใจของเธอได้รวดเร็วและเจ็บปวดมากกว่าเดิม

ดาราแก้วพยักหน้าเหมือนเข้าใจแต่ก็ยังคงมีคำถามมากมายในหัว ภาพทุกอย่างหลั่งใหลเข้ามาไม่ขาดสาย ความทรงจำที่มีเพียงหล่อนคนเดียวที่ไม่ลืม ต่างจากชายหนุ่มคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งคิดน้ำตาก็ไหลออกมาจนหงุดหงิดตัวเองที่อ่อนแอขนาดนี้

เธออยากเข้มแข็งต่อหน้าเขาก็ทำไม่ได้...

“ทั้งที่ฉันทำดีกับนายมาตลอด อยู่ใกล้นายแล้วก็...รักนายแค่คนเดียวน่ะเหรอ” กลืนก้อนสะอื้นลงคอแล้วถามเสียงสั่น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel