บท
ตั้งค่า

๓ มีดปักลงกลางใจ (๑)

มีดปักลงกลางใจ

ทุกอย่างยังคงดำเนินไปเหมือนเคยแต่ที่แปลกคือความสัมพันธ์ของพวกเราที่ห่างกันทุกที ผ่านเทอมแรกมาอย่างทุลักทุเลพอสมควรยังดีที่มีเพื่อนคอยช่วยเข็นจนพ้นมาได้โดยเกรดเฉลี่ยไม่ได้แย่อย่างที่คิดเอาไว้

คนแรกที่โทรหาคือบุพการีเพื่ออวดว่าตนก็ได้เกรดสวยไม่น้อยหน้าใคร ขึ้นมาถึงสามได้ถือว่าดีมากแล้วจนไม่อยากเชื่อตัวเองด้วยซ้ำ ช่วงปิดเทอมกลับบ้านเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะกลับมายังมหาวิทยาลัยเพื่อช่วยรุ่นพี่ทำงานหารายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง

งานวิจัยไม่เคยขาดทั้งยังมีงานของคณะที่เข้าร่วมอีกต่างหาก เธอมีเพื่อนเยอะพอสมควรแต่ก็ยังหมั่นไปหาใครบางคนถึงคณะวิศวกรรมศาสตร์แม้จะไม่เห็นเขาก็ตาม หนุ่มคนดังอย่างคีรินที่ตามหาตัวยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

ความหล่อเป็นที่เลื่องลือแต่ความหายตัวไวเหมือนนินจาถูกพูดถึงมากกว่า เธอยังยิ้มขำกับเพื่อนไม่อยากอวดว่าอยู่หอพักเดียวกัน ทั้งยังรู้จักมาตั้งแต่เด็ก แม่ของเขาก็เอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวอีกคน ยืดอกภูมิใจโดยไม่สามารถเอ่ยออกไปได้ กลัวเพื่อนจะมาหาที่ห้องแล้วใช้ตนเป็นสะพานเพื่อเชื่อมไปหาหนุ่มหล่อ

คีรินต้องเป็นของหล่อนเพียงคนเดียว!

“อาหารเช้ามาแล้วค่ะ” เปิดเทอมสองก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิมไม่มีขาดตกบกพร่อง นอกจากเรียนแล้วก็ต้องเป็นแม่ศรีเรือนของว่าที่สามีในอนาคต เธอมีความสุขเป็นอย่างมากโดยไม่คิดว่ามันคือภาระเลยสักนิด

การได้ทำอาหารเช้าให้เขากินคือความใฝ่ฝันอย่างหนึ่ง ยิ่งถ้าเรามีเรือนหออยู่กันสองคนก็ยิ่งเพิ่มความสุขให้คนที่ทำได้เพียงจินตนาการ

แต่ถ้าวันหนึ่งได้แต่งงานกับเขาจริงก็ไม่อยากแยกออกไปอยู่สองคนหรอก เป็นแบบนั้นคงเหงาแย่เลย ขออยู่กับป้าพิสมัยด้วยดีกว่า

“คราวหน้าเคาะประตูก่อน อย่าเสียมารยาทด้วยการเปิดเข้ามาโดยไม่บอกเจ้าของห้อง” เท้าเรียวชะงักทันที

คิดว่าเราสนิทสนมกันจนเธอสามารถเข้านอกออกในได้แล้วเสียอีก กุญแจห้องเขาที่ตนถือไว้ก็ไม่ได้ไขเข้ามาเลยสักครั้ง วันนี้เห็นประตูห้องไม่ได้ล็อคจึงถือวิสาสะเดินเข้ามา ไม่คิดว่าจะถูกชายหนุ่มปรายตามองไม่ชอบใจ ทั้งยังพูดเสียงดุคล้ายรำคาญกัน

“ฉันทำแบบนี้ตลอดไม่เห็นนายว่าอะไรเลย” พูดจบก็วางอาหารไว้บนโต๊ะเล็กกลางห้อง จัดแจงหยิบโต๊ะญี่ปุ่นมากางพร้อมเรียงปิ่นโตที่มีอาหารสองถึงสามเมนูไว้อย่างเป็นระเบียบ วันก่อนไปซื้อสาลี่มาจึงปอกใส่กล่องมาให้ชายหนุ่มรับประทาน รู้ดีว่าเขาชอบผลไม้ชนิดนี้มากเพียงใด

เหลียวมองร่างสูงที่ถอนหายใจแล้วจ้องเธอนิ่ง รับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แล่นเข้ามาในอกจนเจ็บแปลบ ลอบกลืนน้ำลายหนืดลงคอพร้อมผินหน้าหนีไม่อยากสบตาเขา คิดจะเดินกลับห้องของตัวเองด้วยซ้ำเพราะแววตาที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย

เขาไม่เหมือนเดิม...

ข้อนี้หล่อนทราบเป็นอย่างดีเพียงแต่พยายามทำเมินเฉย เมื่อคีรินไม่เอ่ยปากก็ไม่อยากพูดถึง รู้ดีว่าตนเองไม่มีสถานะจึงไม่มีสิทธิ์ในการหึงหวง

เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น

“ต่อจากนี้ไม่ได้” ย้ำเสียงแข็งแล้วดึงแขนเรียวเอาไว้ไม่ให้เดินหนีไปไหนได้

เรื่องของคีรินกับผู้หญิงที่อยู่คณะบริหารค่อนข้างโด่งดังพอสมควร แต่หล่อนก็บอกตัวเองว่าถ้าเขาไม่พูดก็ถือว่าไม่มีอะไร ยังคงทำตัวเหมือนเดิมอยู่ทุกวัน พร้อมปลอบใจตัวเองว่าเขาอาจจะเป็นแค่เพื่อนกันก็ได้

ชายหนุ่มไม่เคยรักใครมาก่อน...

ถ้าเกิดรักใครสักคน ผู้หญิงคนนั้นก็ควรเป็นเธอไม่ใช่เหรอ

“ทำไมไม่ได้” ยืนนิ่งแล้วสบตากับเขาอย่างกล้าหาญ ซุกซ่อนความกลัวเอาไว้แต่แววตาก็ยังสั่นไหวอยู่ดี

ทุ่มทุกอย่างไปแล้วแต่ผลลัพธ์เหมือนจะไม่เป็นอย่างที่หวังเอาไว้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่หญิงสาวจะรู้สึกเจ็บปวดแม้ว่าเขาจะไม่ทันได้พูดอะไรเลยสักอย่าง หัวใจบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างรอคำตอบจากคนตรงหน้า

“เพราะฉันไม่อนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องของฉันแล้ว” ปล่อยแขนเรียวเป็นอิสระก่อนทิ้งแขนแนบลำตัวเหมือนเดิม คนตัวเล็กกว่าไม่อาจสู้สายตาไหวจึงหันมองทางอื่น นึกเกลียดสถานการณ์ตอนนี้ที่พรากรอยยิ้มของตนไป

“ไม่เห็นเข้าใจ...” ยังฝืนที่จะไม่ยอมรับ

จนเขาต้องพูดความจริงเพื่อตัดปัญหาทุกอย่างให้หมดไป ไม่รู้ว่าดาราแก้วจะทำสิ่งใดที่กระทบต่อความสัมพันธ์ของเขากับคนรักหรือเปล่า ค่อนข้างลำบากใจในการพูดพอสมควรเพราะเขาก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจใครเหมือนกัน

แต่เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วเขาก็คงถอยไม่ได้ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกพร้อมกับบอกความจริงที่หญิงสาวควรทราบ

เห็นดวงตากลมสั่นไหวก็ทำให้นึกสงสารอยู่เหมือนกัน รู้ดีว่าหล่อนไม่ใช่คนมีพิษภัยอะไร ออกจะใสซื่อเกินไปเสียด้วยซ้ำ คิดอย่างไรก็แสดงออกมาจนหมด อ่านสีหน้าก็ทราบถึงความในใจแล้ว ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเลยสักนิด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel