บท
ตั้งค่า

๒ คนไม่ใช่ทำดีให้ตาย เขาก็ไม่รัก (๕)

“ฝนตกหนักเลย...คุณเอาไปเถอะค่ะเดี๋ยวฉันวิ่งดีกว่ารถอยู่ใกล้แค่นี้เอง” พวกเขาออกมาข้างนอกในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอเลือกจะกลับเพราะตอนนี้ดึกแล้วส่วนเขาก็ไม่อยากนั่งต่อหากหญิงสาวไม่อยู่ด้วย พอออกมาข้างนอกก็พบว่าฝนกำลังลงเม็ดพอดีจึงหยุดยืนอยู่ใต้อาคาร

โชคดีที่เธอเตรียมร่มมาด้วยจึงยื่นให้ร่างสูงซึ่งยืนข้างกัน เขาเห็นอย่างนั้นก็เกรงใจและซาบซึ้งในคราวเดียว รีบกางร่มพร้อมกับเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก

“เดี๋ยวผมไปส่งที่รถ”

ไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน เธอเป็นคนแรกก็ว่าได้

หญิงสาวเหลียวมองเขาแล้วยิ้มขวยเขิน มือบางกระชับกระเป๋าสะพายเอาไว้พร้อมตอบตกลงในเวลาต่อมา ต้องการอยู่ใกล้เขาเหมือนกัน

“ค่ะ” ขยับเข้าไปชิดกายสูงระหว่างที่เดินไปยังรถยนต์ของตน ไหล่ของเราเบียดติดกันตลอดเวลาเพราะร่มไม่ได้กว้างมากนัก เขาจึงต้องอยู่ติดกับเธอเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายโดนละอองฝน ปากหยักเผยยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินตามทางเพื่อมายังลานจอดรถ

รู้สึกว่าถึงจุดหมายเร็วเกินไป เขายังอยากใช้เวลากับเธอนานกว่านี้อีกหน่อย

หล่อนเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์โดยมีหนุ่มหล่อโบกมือลา แต่ยังไม่ทันที่พาหนะจะเคลื่อนไปไหนกระจกฝั่งคนขับก็เลื่อนลง

“ฉันชื่อลินดาค่ะ” แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม

“คีรินครับ” เขาเองก็ตอบกลับเช่นเดียวกัน

ฝนที่ตกโปรยลงมาทำให้ภาพตรงหน้าเหมือนอยู่ในโลกจินตนาการมากกว่าเดิม คล้ายเวลาถูกหยุดเอาไว้แล้วมีพวกเขาสองคนที่อยู่บนโลกนั้น เธอค่อยยื่นมือมาตรงหน้าส่วนเขาก็จับมือนุ่มเอาไว้ในเวลาต่อมา

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

“ครับ”

การแนะนำตัวจบลงพร้อมความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นเล็กน้อย ในใจที่เคยแห้งแล้งเริ่มมีดอกไม้เบ่งบาน เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอยิ้มออกมาคนเดียวขณะมองตามท้ายรถของเธอที่แล่นลับไปไกลสายตา ก้มมองพื้นที่เปียกน้ำกับรองเท้าซึ่งโดนฝนจนแฉะแต่ไม่มีความหงุดหงิดสักนิด

เหมือนเขาจะมีความสุขเพียงแค่คิดถึงใครบางคนเป็นครั้งแรก

หรือนี่เรียกว่าความรัก...

“ร่มใครน่ะ” เดินเข้ามาในหอพักก็ต้องชะงักเมื่อพบว่ามีคนกำลังยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าที่เคยยิ้มค่อยหุบลงพร้อมร่มซึ่งเขาแอบซ่อนไว้ด้านหลัง

“ผมเปียกเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก มียาติดห้องหรือเปล่า” เลิกสนใจร่มสีชมพูแล้วหันมาดูผมของเขาที่เปียกชื้นจึงนึกเป็นห่วง

เธอกลับถึงห้องก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทำอาหารไว้คอยท่าชายหนุ่ม พอลงมาข้างล่างก็พบว่าเจ้าของห้องไม่อยู่ ครั้นจะเปิดเข้าไปก็ดูไม่มีมารยาทเอาเสียเลย เธอได้รับกุญแจสำรองห้องของเขาเพราะคุณพิสมัยเป็นคนให้ไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน แต่ตนก็ไม่ได้ไขเข้าไปเองหากเจ้าของห้องไม่อนุญาต

“ไม่มี” บอกปัดแล้วเปิดประตูห้องเข้ามาด้านในทันที หล่อนเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเป็นห่วงกลัวอีกฝ่ายจะไม่สบาย ยิ่งไม่ชอบดูแลตัวเองอยู่ด้วยจึงตัดสินใจกำชับเขาเสียงหนักแน่นพร้อมกับวิ่งไปห้องของตัวเองทันที

“เดี๋ยวไปเอามาให้นะ รอก่อนล่ะ” ชายหนุ่มได้ยินแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับ เลือกจะปิดประตูห้องแล้วเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมาอ่านหนังสือต่อ

ส่วนร่างบางก็วิ่งไปห้องตัวเองเพื่อหายาให้เขาแต่กลับพบว่าหมดเกลี้ยงเพราะเอาไปให้เพื่อนอีกคนแล้ว “ที่ห้องก็หมด...ไปซื้อร้านขายยาแถวนี้น่าจะมี” คิดดังนั้นจึงไม่รอช้ารีบหยิบเสื้อกันฝนมาสวมแล้วตระเวนหาร้านขายยาอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจว่าตัวเองจะเปียกฝนหรือเปล่า

กระทั่งได้ยาตามที่ต้องการมาให้ชายหนุ่ม จึงจ่ายเงินวินมอเตอร์ไซค์แล้วรีบวิ่งไปเอากับข้าวที่ห้องของตน ไม่ลืมอุ่นให้ร้อนเพื่อเขาจะได้ซดคล่องคอแล้วค่อยมาเคาะประตูห้องของคีริน

“ยามาแล้ว นายรีบกินหลังกินข้าวเข้าใจไหม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” เขาเดินมาเปิดประตูห้องแล้วพบร่างบางที่ยื่นอาหารกับยามาตรงหน้า เขารับไว้พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ

“ขอบคุณ” จากนั้นก็ปิดประตูห้องปล่อยให้หล่อนยืนมองบานไม้สีเข้มแล้วถอนหายใจโล่งอกที่ภารกิจสำเร็จ ไม่ได้คิดจะเข้าไปกวนอีกฝ่ายเพราะรู้ดีว่าช่วงนี้เขาเคร่งกับการอ่านหนังสือเตรียมสอบมากแค่ไหน อีกอย่างตอนนี้ก็ดึกแล้วด้วยไปรบกวนคงไม่ดี

จำต้องเดินกลับห้องตัวเองพร้อมหยิบยามากินเหมือนกัน ความจริงก็ครั่นเนื้อครั่นตัวตั้งแต่เช้าแล้ว พอเจอฝนตอนที่ตามหาร้านขายยาให้อีกฝ่ายจึงรู้สึกว่าเริ่มไม่สบาย

“ต้องไปกินบ้างแล้วเรา เหมือนจะไม่สบายเลย” กินยาเสร็จก็นั่งมองกองหนังสือแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

ถ้าไม่มีคีรินก็ไม่รู้ว่าจะได้มาเรียนที่นี่หรือเปล่า บางทีหล่อนอาจจะสมัครเรียนมหาวิทยาลัยใกล้บ้านแล้วเรียนไปเล่นไปก็ได้

แต่เมื่ออยู่กับเขาก็อยากทำให้ดีที่สุดเพื่อตัวเองจะได้คู่ควรกับชายหนุ่ม

หวังว่าสักวัน...เขาจะหันมามองกันบ้าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel