บท
ตั้งค่า

๒ คนไม่ใช่ทำดีให้ตาย เขาก็ไม่รัก (๔)

“อย่ากวน แค่ให้เข้าห้องก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

“นายขัดป้าพิไม่ได้ต่างหาก” กล้าต่อปากต่อคำกับเขามากขึ้นเพราะรู้สึกว่าคีรินให้ความสนิทสนม

ทั้งยังมีคุณพิสมัยคอยหนุนหลังอีกต่างหาก อนาคตสะใภ้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ช่วงนี้นอกจากเรื่องเรียนที่ต้องตามให้ทันก็มีเรื่องของเขาที่เธอขยันมาหาไม่ต่างกัน

ปริญญาไม่ได้หวังเท่าไหร่ อยากเป็นภรรยาของคีรินมากกว่า...

“กินข้าวเถอะ” เมื่อเขาเมินอาหารของตนก็เตรียมจัดแจง

“เดี๋ยวกิน” บอกปัดคล้ายรำคาญแล้วก้มอ่านหนังสือต่อ

“ถ้าฉันเอาไว้นายก็ไม่กินเหมือนเดิม ต้องกินตอนนี้ต่อหน้าฉันเนี่ยแหละ จะได้มั่นใจว่านายไม่ได้แอบเอาไปทิ้ง” เธอยังคงไม่ยอมแพ้หยิบปิ่นโตมาเปิดแล้ววางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่น พร้อมดึงแขนเขาให้ลุกจากเก้าอี้เพื่อมานั่งกินข้าวตรงพื้นด้านล่าง

ตอนแรกก็ขืนตัวเอาไว้ไม่อยากลุกแต่ได้กลิ่นหอมของอาหารก็ต้านทานไม่ไหว จึงบ่นเล็กน้อยแล้วนั่งลงกินข้าวเช้าด้วยความหิว

“เฮ้อ น่ารำคาญจริงๆ”

คนฟังไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดนั้นแต่ก็ต้องยอมรับว่าแสบคันหัวใจอยู่เหมือนกัน ก่อนตีหน้าระรื่นพร้อมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา มองดวงหน้าหล่อแล้วยิ้มกริ่มมีความสุข รู้สึกเหมือนว่าเราสองคนเข้าใกล้กันมากกว่าเดิม

ถึงจะมีเพียงเธอที่พยายามฝ่ายเดียวก็ตาม...

“นายคิดจะมีแฟนเมื่อไหร่” ไม่รู้อะไรดลใจให้ถาม แต่เขาก็ตอบแทบจะทันที

“ไม่คิด” คำตอบของเขาทำเอาเธอถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยายามเข้าข้างตัวเองว่าดีแล้วที่ชายหนุ่มยังไม่คิด เผื่อมีสาวอื่นมาชอบแล้วเขามีใจตอบคนที่แย่ก็เป็นเธอน่ะสิ

ทำคะแนนมาหลายปีก็เหมือนจะไม่สมหวังสักที...

“แล้วไม่ได้มองใครเลยเหรอ อย่างเช่นคนใกล้ตัวที่อายุเท่ากัน ไปมาหาสู่แต่เด็กแล้วก็สดใสร่าเริงอย่างเนี่ย”

พูดเอาดีเข้าตัวพร้อมกระพริบตาปริบให้เขาเงยหน้าจากจานข้าวเพื่อมองตน แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้ารวดเร็วเล่นเอาเธอยิ้มค้าง

“ไม่มอง ไม่อยากมีใครอยากตั้งใจเรียนมากกว่า” จ้องตาเธอเป็นการตอบกลับชัดเจนว่าต่อให้พยายามเท่าไหร่

เขาก็ไม่รักอยู่ดี...

แต่มีหรือที่คนอย่างดาราแก้วจะยอมแพ้ เลือกยิ้มกว้างแล้วเปลี่ยนเรื่องทันที ป้องกันหัวใจตัวเองที่กำลังจะบาดเจ็บรอบที่ร้อยด้วยฝีมือคนเดียว

จะโทษเขาก็ไม่ได้เพราะเธอที่รั้นจะรักเอง...

“กินเยอะๆ อร่อยใช่ไหมล่ะ”

“อือ อร่อยดี”

เธอยังคงมองเขาด้วยแววตารักใคร่เหมือนเดิม ต่อให้วันข้างหน้าเขามีใครอยู่ข้างกายที่ไม่ใช่ตน ดาราแก้วก็คงไม่เสียใจเพราะทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว

แต่ก็หวังว่าคีรินจะหันกลับมามองกัน...

คนที่เขารักขอให้เป็นเธอด้วยเถอะ

การเรียนผ่านมาถึงกลางเทอมซึ่งเป็นช่วงสอบที่นักศึกษาต่างคร่ำเคร่งกับตำรา คีรินคือหนึ่งในนั้นที่มาประจำอยู่ห้องสมุดเพื่ออ่านตำราเรียน สายตาไล่ไปตามตัวหนังสือตัดโลกภายนอกออกโดยสมบูรณ์ ไม่รู้เลยว่าสายตาหลายคู่จ้องเขาด้วยความสนใจ

หนุ่มหล่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เลื่องลือ หาตัวยากมากเพราะเขาไม่ค่อยออกมาพบปะผู้คนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่อยู่แต่ห้องแล้วก็ทำงานตามได้รับมอบหมาย เพื่อนชวนไปสังสรรค์ก็ไม่ค่อยไป ยกเว้นมีรวมสายรหัสถึงจะไปตามที่พี่รหัสบังคับ

อ่านหนังสือจนตัดสิ่งรอบกายออก เขาคิดจะอยู่ที่นี่จนถึงดึกเพราะขี้เกียจกลับห้องแล้วไปเจอกับดาราแก้วที่คอยวุ่นวายเรื่องอาหารการกินไม่เลิก หล่อนจะมาสนใจทำไมนักหนาก็ไม่ทราบเหมือนกัน เขาสามารถซื้อของกินเองได้ใช่ว่าต้องรอจากเธออย่างเดียวเสียเมื่อไหร่

นอกจากอ่านแล้วยังเขียนสรุปเพื่อให้เข้าใจง่าย เพื่อนในกลุ่มของเขาต่างแยกย้ายกลับห้องหมดแล้วเหลือเพียงร่างสูงที่ปักหลักอยู่ห้องสมุดส่วนกลางไม่ยอมไปไหน ช่วงสอบจะเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงจึงไม่ต้องหาที่อ่านหนังสือให้ยุ่งยาก

เพียงแค่ต้องให้คนมาจองไว้แต่เนิ่นไม่เช่นนั้นก็ไม่มีที่นั่ง ยังดีวันนี้เขาได้นั่งแถวหลังไม่ค่อยมีคนเดินผ่านเรียกสมาธิให้ตนได้ดีพอสมควร

“ขอโทษค่ะ โต๊ะอื่นเต็มแล้วเราขอใช้โต๊ะด้วยได้ไหม” ความเงียบถูกทำลายลงด้วยฝีมือของคนมาใหม่ เขาถอนหายใจเหนื่อยหน่ายเมื่อโดนรบกวน แต่ก็ยอมเงยหน้าเพื่อพูดคุยกับคนที่มาขอแบ่งที่นั่งเพราะโต๊ะอื่นเต็มหมดแล้ว

น้ำเสียงของเขาหายเข้าไปในลำคอเมื่อได้สบดวงหน้าสวย ดวงตากลมโตกับผมยาวสีอ่อนซึ่งตัดสไลด์ให้เข้ากรอบหน้า กลิ่นหอมที่โชยมากับใบหน้าคล้ายเขินอายจนพวงแก้มเป็นสีแดงก็ทำเอาคีรินถึงกับพูดไม่ออก

เหมือนว่าเขาแพ้ทางเธอเต็มประตู...

“ครับ” จากตอนแรกคิดปฏิเสธก็เปลี่ยนใจยอมให้หล่อนนั่งด้วย คนฟังยิ้มกว้างแล้วเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา หยิบหนังสือออกมาวางไว้บนโต๊ะแล้วเริ่มอ่านโดยไม่ได้สนใจหนุ่มหล่อสักนิด มีเพียงคีรินเหลือบมองเธอบ่อยครั้งจนเสียสมาธิ

ต้องยอมรับว่าคนตรงหน้าเขาสวยมากจนไม่อาจละสายตาได้ ดวงหน้ารูปหัวใจ ดวงตากลมโตไหนจะจมูกโด่งพอดีรับกับปากจิ้มลิ้มอีก แค่มองครั้งเดียวก็ติดตรึงในใจไปแล้ว เหมือนเธอรู้ตัวว่ากำลังถูกมองจึงเงยหน้าจากหนังสือทำให้เขาสะดุ้ง รีบก้มหน้าสนใจตำราเรียนต่อไป

เรียกสติตัวเองกลับมาอีกครั้งจนจดจ่อกับเรื่องที่จะสอบได้ เขียนสรุปใจความสำคัญเอาไว้ก่อนพบว่าตัวเองเขียนผิดในบางส่วน พอจะลบข้อความกลับหายางลบไม่เจอเสียอย่างนั้น

“ยางลบค่ะ” เหมือนเธอจะรู้ว่าเขาต้องการอะไรจึงยื่นของตัวเองให้

“ขอบคุณครับ” เอ่ยเสียงเบาแล้วรีบก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ คล้ายหัวใจจะเต้นเร็วกว่าเดิมเล็กน้อย กับสายตาไม่รักดีคอยเหลือบมองคนตรงหน้าบ่อยครั้ง ขณะที่เธอก็ลอบมองเขาเช่นเดียวกัน ต่างคนต่างอ่านหนังสือโดยที่แอบมองกันเป็นครั้งคราวแม้จะไม่มีบทสนทนาแต่กลับรับรู้การมีอยู่ของกันและกัน

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนี้...

เริ่มไม่อยากลุกจากโต๊ะเสียแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel