๒ คนไม่ใช่ทำดีให้ตาย เขาก็ไม่รัก (๓)
“ไม่กลับห้องเหรอ” หันมาถามระหว่างขึ้นบันได เจตนาคือต้องการไล่แล้วเธอก็พอจะทราบแต่ยังคงอดทนเหมือนทุกครั้ง ทำหูทวนลมพร้อมอ้างเหตุผลที่เอาเขาอยู่หมัด ถึงจะได้รับสีหน้าเหนื่อยหน่ายจากกหนุ่มหล่อก็ตาม
เธอไม่สนใจหรอก ขอแค่ได้อยู่ข้างเขาก็พอ...
“กลับ แต่ป้าพิฝากให้ฉันดูแลนายไงเลยต้องไปดูว่าห้องสะอาดเรียบร้อยดีหรือเปล่า ถ้ามีส่วนไหนไม่เรียบร้อยจะได้จัดการ...” เดินขึ้นบันไดไปด้วยก็พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดจนเขาต้องหันมามอง พยายามไล่ทางสายตาแต่ดูเหมือนหล่อนจะไม่เข้าใจ
หรือความจริงแค่ไม่อยากทำตามเท่านั้น เพราะดูเหมือนว่าดาราแก้วจะเข้าใจทุกอย่างดี แค่ไม่ยอมทำตามเท่านั้นเอง
“ไม่ต้อง”
“อย่าเกรงใจเลยน่าคนกันเอง” ยังคงยิ้มกว้างแล้วพยายามเดินให้ทันคนสูงกว่า เขาก็รีบเดินแล้วมาหยุดหน้าห้องของตัวเอง เธอจึงทราบว่าชายหนุ่มอยู่ห้องใด ในหัววาดฝันถึงวันที่ได้เข้ามาอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนเป็นที่เรียบร้อย
แม้ว่าคีรินจะไม่ต้อนรับก็ตาม
“ไม่เป็นไร ไม่รบกวนดีกว่า”
“ไม่รบกวนสักนิด” ตอบด้วยความเต็มใจขณะที่เขาก็เหนื่อยกับการอ้อมค้อม จึงตัดสินใจบอกไปตามตรงให้เธอได้ทราบ
“ฉันไม่เต็มใจให้เธอเข้าห้อง” พูดจบก็เปิดประตูแล้วเข้าห้องพร้อมปิดต่อหน้าต่อหน้าทำเอาเธอถึงกับยิ้มเก้อ
ปึง
“อาย...อายแหละ อายเป็นกับเขาเหมือนกันเหรอเนี่ย” ยิ้มแหยะแล้วปลอบตัวเองไม่ให้เสียใจ ค่อยเดินกลับห้องของตนที่อยู่ชั้นสาม เธอบอกตัวเองว่าได้เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
มันอาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่เชื่อว่าเขาต้องใจอ่อนให้กันแน่
เริ่มแรกเลยคือเริ่มเข้าไปอยู่ในชีวิตของคีรินให้มากกว่าเดิม เมื่อมารดาของเขาอนุญาตแล้วก็ไม่แปลกที่เธอจะสามารถเข้านอกออกในห้องของชายหนุ่มได้
เปิดเทอมมากว่าสองสัปดาห์กับการเรียนที่หล่อนค่อนข้างตกใจพอสมควรเพราะทุกคนเก่งกันไปหมด เหมือนเธอเคว้งอยู่ลำพังจนต้องเกาะกลุ่มกับเพื่อนช่วยในด้านการเรียนและใช้ชีวิตในเมืองหลวงให้รอดพ้น
แต่ภารกิจของเธอก็ยังไม่ทิ้ง ตื่นเช้าเพื่อทำอาหารมาส่งหนุ่มวิศวะ ระเบียงห้องกลายเป็นครัวขนาดย่อมของดาราแก้วเรียบร้อยแล้ว ตื่นเช้ามาทำอาหารให้เขาพร้อมกับแต่งตัวเตรียมไปเรียน ส่องกระจกตรวจความเรียบร้อยก่อนสะพายกระเป๋าออกจากห้อง
แน่นอนว่าจุดหมายคือห้องของหนุ่มหล่อซึ่งอยู่ชั้นสอง...
“อาหารเช้ามาส่งแล้ว” เคาะประตูไม่นานเจ้าของห้องก็มาเปิด เขายังอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาว มองปราดเดียวก็รู้ว่าชุดนอนจึงทราบทันทีเขาไม่มีเรียนช่วงเช้า แต่เพิ่งเปิดเทอมไม่นานมีหนังสือต้องอ่านมากขนาดนี้เลยเหรอ
เธอยกปิ่นโตอาหารเช้าไว้ตรงหน้าเขาพร้อมรอยยิ้มกว้างเหมือนอย่างเคย เข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะจนชายหนุ่มทำได้เพียงถอนหายใจ ไม่สามารถห้ามปรามได้เพราะเธอมักเอามารดาของเขามาอ้างเสมอจนเริ่มชินแล้ว
“ขอบคุณ” รับปิ่นโตจากเธอมาถือไว้แล้วเดินไปหลังห้องซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารของเขา ได้หญิงสาวคอยทำอาหารมาส่งทุกเช้าเหมือนอยู่บ้าน แทบไม่ต้องออกไปข้างนอกก็มีอาหารอร่อยถูกปากกินทุกวัน
เขาจึงไม่อาจปฏิเสธเธอได้เหมือนเมื่อก่อน นึกหงุดหงิดตัวเองที่เห็นแก่ความสบาย จนปล่อยให้ดาราแก้วเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากกว่าเดิม
“นายอ่านหนังสือหนักขนาดนี้เลยเหรอ ออกไปรับแสงแดดยามเช้าบ้างหรือเปล่า อุดอู้อยู่ในห้องอย่างเดียวน่าเบื่อแย่เลย” ส่งอาหารเสร็จก็ไม่ได้ไปไหน ยังคงเดินวนรอบห้องเพื่อทำความสะอาดในบางส่วนให้เขาเหมือนเดิม ปัดกวาดเช็ดถูจนเหมือนแม่บ้านไปแล้วแม้จะถูกร่างหนาห้ามปรามเอาไว้ก็ยังทำเหมือนเดิม
“ฉันต้องทำควิซสัปดาห์หน้า” เดินกลับมานั่งหน้าโต๊ะหนังสือเหมือนเดิม เปิดเทอมไม่นานแต่งานกองท่วมหัวจนปรับตัวแทบไม่ทัน
“ค่อยมาอ่านก็ได้” เธอเดินไปเปิดม่านให้แสงส่องเข้ามาในห้องเล็กน้อย กลับถูกเขาปรายตามองเหมือนไม่ชอบใจในการกระทำที่เจ้ากี้เจ้าการของหล่อน
